ทนายสายดิ่งกับสถาปนิกไร้จุดยืน•ตอนที่ 5

กับดักของกาลเวลา

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
เสียงคำรามต่ำจากฟ้าราวกับแผ่นดินกำลังแยกตัวออกเป็นเสี่ยงๆ ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับความเงียบงันที่กดทับอยู่ในห้องควบคุมงานโครงสร้างชั้นสี่สิบห้า อชิรยังคงยืนนิ่งค้างอยู่หน้าจอแท็บเล็ต แสงสีฟ้าจากหน้าจอสาดกระทบใบหน้าด้านข้างที่คมกริบราวกับรูปสลักหินอ่อน ดวงตาคมกริบคู่นั้นแข็งค้างอยู่ที่บรรทัดสุดท้ายของข้อความ—ชื่อผู้ส่งที่ควรจะนอนเน่าเปื้อนโคลนอยู่ใต้ก้นแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อทศวรรษก่อน กลับปรากฏหราอยู่ตรงนั้น พร้อมกับพิกัดและการนัดหมายที่ไม่มีใครควรจะล่วงรู้ รินรดาก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างโดยไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า ทนายสาวเหลือบสายตาขึ้นมองปฏิกิริยาของสถาปนิกหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง ก่อนจะกวาดสายตาไปยังหน้าจอ "ชื่อนั้น... ไม่ควรมีลมหายใจอยู่บนโลกนี้แล้วนะคะ, คุณอชิร" น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนของเธอเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันในห้องที่มืดสลัวได้อย่างชะงัก อชิรสูดลมหายใจเข้าลึก รวบสติที่กระจัดกระจายกลับคืนมาด้วยความรวดเร็ว นิ้วเรียวยาวกดล็อกหน้าจอแท็บเล็ตเสียงดังคลิก ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความระแวงและคุกกรุ่น "คุณไม่ควรเข้ามาดูเรื่องส่วนตัวของผม, คุณรินรดา" "ในฐานะที่ฉันกำลังถือเอกสารทางกฎหมายที่จะพังทัพหลังของคุณลงได้ในพริบตา... ทุกอย่างที่เกี่ยวกับคุณคือข้อมูลที่ฉันจำเป็นต้องรู้ค่ะ" รินรดาตอบกลับทันควันอย่างไร้ความเกรงกลัว เธอย่างสามขุมเข้าไปใกล้จนกลิ่นกายหอมเย้ายวนปะปนกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้าแตะจมูกเขา "และชื่อนั้น... ก็เชื่อมโยงกับคดีฉ้อฉลที่ธันวาพยายามเล่นงานคุณอยู่ไม่ใช่หรือคะ?" สายตาของทั้งคู่ปะทะกันในความมืดที่ถูกคั่นกลางด้วยแสงวาบของสายฟ้าภายนอก อาคารโครงสร้างเหล็กและปูนเปลือยแห่งนี้ ไร้ซึ่งผู้คน ไร้ซึ่งทางหนีทีไล่เมื่อลิฟต์หยุดทำงานเพราะกระแสไฟฟ้าถูกตัดขาดจากพายุโหมกระหน่ำ พวกเขาถูกขังอยู่ ณ จุดสูงสุดของตึกระฟ้า—ราวกับหมากสองตัวบนกระดานที่ถูกมือที่มองไม่เห็นกวาดมารวมกันไว้ในมุมอับ ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนมหาศาลจากฟ้าผ่าใกล้เคียงทำให้หม้อแปลงไฟฟ้าหลักระเบิดสนั่นหวั่นไหว ความมืดสนิทกลืนกินทุกสิ่งในเสี้ยววินาที ร่างของรินรดาล้มเซไปตามแรงเหวี่ยงโดยสัญชาตญาณ แต่อชิรไวGกว่า เขาก้าวพรวดเดียวแล้วคว้าเอวบางไว้ได้ทัน แรงดึงกระชากทำให้ร่างทั้งร่างของเธอแนบชิดติดกับแผงอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงรุนแรง ลมหายใจร้อนผ่าวของทั้งสองคนปะปนกันในความมืด อชิรตรึงเธอไว้กับเสาปูนเปลือย มือหนาข้างหนึ่งโอบกระชับเอวคอดกิ่วไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหลุดลอยหายไป ขณะที่มืออีกข้างค้ำยันพื้นผิวปูนเหนือศีรษะของเธอ "ปล่อยค่ะ..." รินรดากระซิบ เสียงของเธอไม่ได้ราบเรียบเยือกเย็นอย่างเคย มันสั่นพร่าเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วของเขาที่แตะอยู่บริเวณเอวร้อนผ่าวราวกับเปลวไฟ "ในเมื่อเราติดอยู่ที่นี่ด้วยกันแล้ว... คุณยังคิดว่าจะใช้กำแพงกฎหมายมากั้นระหว่างเราได้อีกนานแค่ไหนล่ะครับ, ทนายสาว" อชิรโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนอ่อนลุกชันไปทั่วร่าง ความตึงเครียดจากคดีความ อำนาจ และเกมธุรกิจมลายหายไปในอากาศ เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากของผู้ดี รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาในความมืด แม้จะมองไม่เห็นแววตาชัดเจน แต่เธอก็รับรู้ได้ถึงแรงดึงดูดอันตรายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา "คุณมันบ้า..." เธอเอ่ยลอดไรฟัน "ใช่... ผมบ้า" อชิรไม่ปฏิเสธ ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้จนเกือบจะแตะกัน "บ้าตั้งแต่ยอมให้ผู้หญิงอย่างคุณเข้ามาปั่นป่วนในโลกที่ผมควบคุมไม่ได้แล้ว" รสจูบที่ตามมาไม่ได้นุ่มนวลหรือเจือด้วยความลังเล มันเป็นการรุกรานที่ดุดันและเรียกร้อง ราวกับต้องการแผดเผาทุกความเคลือบแคลงสงสัยที่มีต่อกันให้มอดไหม้ รินรดาสะดุ้งเฮือกในคราแรกก่อนที่มือเรียวจะยกขึ้นกำปกเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น แรงกดดันจากริมฝีปากที่บดเบียดลงมาทำให้สติของเธอกระเจิดกระเจิง รสชาติของความปรารถนาที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้กรอบของจรรยาบรรณวิชาชีพและอีโก้พังทลายลงในสัมผัสอันเร่าร้อนนี้ เสียงหอบหายใจหนักหน่วงเคล้ากับเสียงสายฝนที่สาดซัดกระจกอลูมิเนียมภายนอก อชิรผละริมฝีปากออกเพียงนิดเพื่อให้เธอได้กอบโกยอากาศ แต่นัยน์ตาคมกريบที่จ้องมองมาในความมืดกลับเต็มไปด้วยเพลิงอารมณ์ที่ยากจะดับลง มือหนาลูบไล้ไปตามแนวสันหลังผ่านเนื้อผ้าอย่างเชี่ยวชาญ ปลุกเร้าทุกอณูสัมผัสบนผิวเนียนจนรินรดากลั้นเสียงครางประท้วงในลำคอไม่ได้ "อชิร..." เธอกระซิบเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่สูญสิ้นซึ่งความแข็งกร้าว "เรียกผมอีกครั้งสิครับ..." เขาพึมพำชิดริมฝีปากเธอ ก่อนจะกดจูบซ้ำลงไปอย่างหนักหน่วง เร่าร้อน และลึกซึ้งยิ่งขึ้น ร่างกายทั้งสองแนบชิดสนิทกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ความหนาวเหน็บของพายุภายนอกถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านจากภายใน สัญชาตญาณการเอาตัวรอดในค่ำคืนนี้ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยกฎหมายหรือแบบแผนทางสถาปัตยกรรมอีกต่อไป—แต่มันคือการยินยอมพร้อมใจที่จะดิ่งจมลงสู่ห้วงเหวแห่งความมืดมิดด้วยกัน ทว่า ในวินาทีที่มือของอชิรเลื่อนปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกอย่างเชื่องช้าและมั่นคง เสียงแจ้งเตือนข้อความสั้นจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูที่ตกอยู่บนพื้นคอนกรีตก็สว่างวาบขึ้นมาตัดผ่านความมืด! แสงไฟสีขาวจ้าจากหน้าจอสะท้อนภาพข้อความใหม่ล่าสุดที่เด้งขึ้นมาตรงหน้าพวกเขาพอดี—มันไม่ใช่ข้อความจากศัตรู แต่เป็นภาพถ่ายใบหน้าของธันวาที่ยืนยิ้มเยาะอยู่หน้าสำนักงานกฎหมายของรินรดา พร้อมกับพิกัดปัจจุบันที่ระบุว่า... *เขากำลังไขกุญแจเข้ามาข้างในห้องทำงานของคุณแล้ว*! ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสายดิ่งกับสถาปนิกไร้จุดยืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%