เสียงถอนหายใจของอชิรดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียงกระแทกแฟ้มเอกสารคดีสัญญาร่วมทุนมูลค่าพันล้านลงบนโต๊ะประชุมกระจกนิรภัย แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องให้เห็นเงาสะท้อนของความเคร่งเครียดบนใบหน้าคมสัน เขายังคงยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบของเส้นสายสถาปัตยกรรมทุกมิลลิเมตร แม้ว่าเวลานี้จะล่วงเลยเข้าสู่ตีสองครึ่งแล้วก็ตาม และตรงข้ามกับเขา รินรดา ทนายความสาวฝีมือคมกริบ กลับไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนล้า ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเบาจ้องมองตัวเลขทางกฎหมายด้วยความเฉียบขาดราวกับกำลังจับจ้องเหยื่อในกำมือ
"คุณกำลังเล่นกับไฟนะคะ อชิร" รินรดาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่ทรงพลัง "ช่องโหว่ในมาตรา 42 ที่ธันวาพยายามแทรกแซง มันไม่ได้มีไว้ให้เราประนีประนอม แต่มีไว้ให้คุณยอมรับความจริงว่า ตระกูลของคุณกำลังจะสูญเสียทุกอย่าง ถ้าคุณยังดื้อดึงที่จะใช้ดีไซน์เดิมในพื้นที่พิพาทนั้น"
อชิรแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองหญิงสาวผู้มีตรรกะเหนืออารมณ์เสมอ "คุณเป็นทนาย หรือเป็นเครื่องจักรกลที่ถูกตั้งโปรแกรมให้พูดแต่ความจริงที่เจ็บปวดกันแน่ รินรดา คุณไม่เข้าใจหรอกว่าความภูมิใจของตระกูลที่ถูกทำลายมันรู้สึกอย่างไร... เพราะคุณไม่เคยมีอะไรให้ต้องปกป้อง"
"ดิฉันปกป้องความถูกต้อง และปกป้องคุณจากความโง่เขลาของตัวคุณเองต่างหากค่ะ" รินรดาตอบกลับทันควัน นัยน์ตาของเธอลุกโชนด้วยความท้าทาย เธอผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะฝั่งที่เขาอยู่เพื่อเน้นย้ำน้ำหนักของคำพูด ระยะห่างที่ลดลงทำให้กลิ่นหอมเย็นเยียบของน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ป่าผสมผสานเข้ากับบรรยากาศตึงเครียดในห้องได้อย่างน่าประหลาด
อชิรเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ร่างสูงใหญ่ขยับตัวลุกขึ้นยืนเช่นกัน สร้างความกดดันทางกายภาพที่ทำให้ทนายสาวชะงักไปเล็กน้อย แต่รินรดาก็ยังคงเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร แรงปะทะทางความคิดและอุดมการณ์ในตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา บัดนี้ถูกบีบอัดให้เหลือเพียงพื้นที่แคบๆ ในห้องประชุมที่เงียบสงัด
"ถ้าฉันโง่จริง... ทำไมคุณถึงยังนั่งอยู่ตรงนี้กับฉันจนถึงตีสาม?" เสียงทุ้มต่ำของอชิรเอ่ยกระซิบ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นกาแฟเข้มปะทะเข้ากับผิวแก้มของเธอเมื่อเขาก้าวล้ำเข้ามาใกล้จนแทบไม่มีช่องว่าง
รินรดาใจกระตุกวูบ แต่วิชาชีพและความนิ่งที่สั่งสมมาทำให้เธอยังคงรักษาอาการสงบไว้ได้ "เพราะมันคือหน้าที่... อื้อ..."
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่ออชิรไม่ปล่อยให้เธอได้ใช้ตรรกะใดมาปกป้องตัวเองอีกต่อไป มือหนาเอื้อมขึ้นประคองท้ายทอยของเธอ บังคับให้อองศารับริมฝีปากของเขาเป็นไปตามความต้องการ รสจูบเริ่มต้นด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ ราวกับต้องการลงทัณฑ์ความหยิ่งทะนงของทนายสาว แต่เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา มันก็เปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนลุ่มลึกที่แผดเผาทุกเหตุผลที่มี
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเรียวพยายามจะดันแผงอกกว้างของเขาออก แต่ปลายนิ้วที่สัมผัสกับเนื้อผ้าเชิ้ตกลับไร้เรี่ยวแรงจะผลักไส เมื่อสัมผัสจากฝ่ามือของเขาที่ลูบไล้ลงมาตามแนวสันหลังทำให้ร่างกายของเธอบิดเกร็งอย่างลืมตัว ความตึงเครียดจากการทำงานโต้รุ่งถูกแปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาที่พุ่งพล่านอย่างไร้การควบคุม เธอเผยริมฝีปากออกอย่างไร้การต่อต้าน เปิดทางให้เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างตะกละตะกลาม เสียงครางประท้วงในลำคอของหญิงสาวถูกกลืนกินหายไปในจูบที่ยาวนานและวาบหวาม
อชิรตวัดแขนรวบเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่น ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วไม่เป็นจังหวะ มือหนาเลื่อนต่ำลงสัมผัสส่วนโค้งเววผ่านเนื้อผ้าอย่างประณีต ปลุกเร้าทุกอณูผิวให้ตื่นตัว ท่ามกลางโต๊ะประชุมที่เต็มไปด้วยเอกสารทางกฎหมายและแบบแปลนสถาปัตยกรรม ความเป็นมืออาชีพทั้งหลายถูกโยนทิ้งออกไปนอกหน้าต่าง เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบของชายหญิงที่โหยหากันและกัน
รินรดาหลับตาพริ้ม ปล่อยให้มือเรียวของตนเองขยุ้มเส้นผมสีเข้มของเขาแน่นเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีถูกความหอมหวานของสัมผัสนี้หลอมละลายจนหมดสิ้น ริมฝีปากของเขาไล้ต่ำลงมาที่ซอกคอขาวผ่อง ทิ้งรอยสัมผัสอุ่นร้อนและขบเม้มเบาๆ จนเธอต้องแอ่นอกรับด้วยความสั่นสะท้าน ลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ประสานกันเป็นเสียงเดียวในความมืดสลัวของห้องประชุม
ทว่า ในจังหวะที่อารมณ์รักกำลังพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด เสียงเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะกระจกก็ดังขึ้น ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงอย่างไม่ใยดี
รินรดาสดุ้งเฮือก เธอใช้พละกำลังทั้งหมดผลักร่างสูงออกเบาๆ ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความเขินอายและตื่นตระหนก เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก จัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่อย่างรวดเร็วเพื่อเรียกสติกลับคืนมา แต่อชิรกลับยืนนิ่ง ดวงตาคมกريบมองเธอนิ่งด้วยประกายไฟที่ยังคงคุกรุ่น เขาไม่ได้ตามตื๊อ แต่รอยยิ้มมุมปากของเขากลับบ่งบอกชัดเจนว่าเขาไม่ได้รู้สึกเสียใจเลยสักนิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น
รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่หน้าจอเพิ่งดับลงขึ้นมาดู ข้อความแจ้งเตือนจากเบอร์แปลกโชว์หรี่แสงขึ้นมาในความมืด แต่พอดวงตากวาดมองข้อความสั้นๆ นั้น หัวใจที่เต้นแรงจากบทรักเมื่อครู่กลับหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
*ภาพถ่ายเอกสารลับโครงการของตระกูลอชิรถูกส่งตรงมาจากเบอร์ของธันวา พร้อมข้อความแนบท้ายที่ทำให้รินรดาต้องหน้าซีดเผือด—'ขอบใจทนายรินรดามาก ที่ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจเขาให้ฉันได้หลักฐานชิ้นนี้'*
มิดไนท์คิส หวังว่าตอนนี้น จะทำให้คุณรี้ดใจเต้นแรงและพร้อมลุยไปกับตอนต่อไปนะคะ!
ทนายสายดิ่งกับสถาปนิกไร้จุดยืน•ตอนที่ 15
ค่ำคืนในห้องประชุม
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสายดิ่งกับสถาปนิกไร้จุดยืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!