"เจ็ดมรณะ... เจ้าหมายความว่าพญาอัคคีส่งเงาทมิฬกลุ่มนั้นมาจริงๆ หรือ?"
เสียงของสิงห์ต่ำลอดไรฟัน นัยน์ตาคมกริบดุจพยัคฆ์หนุ่มจ้องมองร่างสูงโปร่งของจอมยุทธ์เมฆาที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนขื่อไม้เก่าแก่ ภายในโรงเตี๊ยมร้างนอกเมืองหลวง บรรยากาศรอบตัวอلبูลไปด้วยไอความตึงเครียด กลิ่นอายของความตายลอยคลุ้งปะปนมากับสายลมยามวิกาลที่พัดลอดช่องหน้าต่างผุพังเข้ามา
จอมยุทธ์เมฆาไม่ตอบในทันที เขาหยิบจอกสุราขึ้นจิบช้าๆ คล้ายคนกำลังดื่มด่ำกับรสชาติ แต่ดวงตาภายใต้ปีกหมวกสานเก่าๆ นั้นกลับกวาดมองไปรอบทิศทางอย่างระแวดระวัง ก่อนจะวางจอกลงกระทบโต๊ะไม้เสียงดัง *ก๊อก*
"ข้าไม่เคยพูดล้อเล่นในเรื่องคอขาดบาดตายเช่นนี้, สิงห์" จอมยุทธ์เมฆากล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลัง "พญาอัคคีไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้หนามยอกอกอย่างเจ้ามีชีวิตรอดเกินพระอาทิตย์ขึ้นพรุ่งนี้แน่ วิชามารโลหิตของมันกำลังต้องการพลังชีวิตจากยอดฝีมือเพื่อบรรลุขั้นสูงสุด และเจ้า... คือเป้าหมายอันดับหนึ่ง"
สิงห์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา มือขวาที่ห่อหุ้มด้วยผ้าพันแผลชุ่มเลือดกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"หึ... มันคิดว่าส่งสุนัขรับใช้มา แล้วจะล้างแค้นให้พวกพ้องข้าได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ? ข้า 'สิงห์' ผู้นี้ ผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วน หากพวกมันอยากได้หัวของข้า นักฆ่าเจ็ดมรณะนั่นก็ต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่เช่นกัน!"
จอมยุทธ์เมฆาส่ายหน้าช้าๆ แววตาฉายแววชื่นชมเจือความระอาใจ "ความฮึกเหิมเป็นสิ่งดีสำหรับลูกผู้ชาย... แต่มุทะลุในยามที่กำลังรบเป็นรอง คือหนทางสู่ความตาย, สลับซับซ้อนกว่าที่เจ้าคิด มือสังหารเจ็ดมรณะไม่ได้มีดีแค่ฝีมือดาบ แต่พวกมันฝึกฝน 'ค่ายกลเงาโลหิต' ที่หลอมรวมจิตสังหารเข้าด้วยกัน หากเจ้าสู้ด้วยตัวคนเดียว ต่อให้มีวิหมัดเหล็กสะท้านปฐพีที่แข็งแกร่งปานใด ก็ยากที่จะรับมือได้ครบทั้งเจ็ดคนในเวลาเดียวกัน"
สิงห์หันขวับมามองสหายร่วมอุดมการณ์ที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่ถึงวัน ดวงตาทั้งสองสบกันนิ่งนาน ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปาก มีเพียงกระแสความเข้าใจและมิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันในความมืด
ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา สิงห์ต้องเดินเดี่ยวเดียวดายมาตลอด แบกรับความแค้นของสำนักที่ถูกทำลาย และความสูญเสียของครอบครัวไว้บนบ่าที่กว้างใหญ่คู่นี้ การได้พบกับจอมยุทธ์เมฆาผู้ลึกลับแต่เปี่ยมด้วยคุณธรรมในยามคับขันเช่นนี้ เปรียบเสมือนสายฝนที่โปรยปรายลงบนผืนดินที่แห้งผาก
"แล้วเหตุใดท่านจึงต้องมาเสี่ยงตายช่วยข้าด้วยเล่า, จอมยุทธ์เมฆา?" สิงห์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย เจือความสงสัยที่เก็บไว้ในใจ "เราเพิ่งพบกัน และศัตรูที่ข้าเผชิญคือสำนักมารโลหิตที่มีอิทธิพลกว้างไกล การยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ รังแต่จะทำให้ท่านกลายเป็นเป้าหมายไปด้วย"
จอมยุทธ์เมฆายิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความหมายลึกซึ้ง เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาใกล้สิงห์ทีละก้าวอย่างมั่นคง
"ข้าก็เป็นเพียงคนเดินทางผู้หนึ่งที่เกลียดชังความอยุติธรรม... และที่สำคัญที่สุด" จอมยุทธ์เมฆายื่นมือตบลงบนบ่ากว้างของสิงห์เบาๆ "ข้าเห็นแววตาของเจ้า... แววตาของคนที่ยอมตายได้เพื่อปกป้องสัจธรรม ไม่ใช่เพื่อความโลภหรืออำนาจ มิตรภาพของลูกผู้ชายไม่ได้วัดกันที่ระยะเวลาที่รู้จักกัน แต่วัดกันที่หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันยามเผชิญหน้ากับความอยุติธรรมต่างหาก, สหายรัก"
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ตอกย้ำลงในจิตใจของสิงห์ ความโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจมานานแสนนานถูกปัดเป่าออกไปจนหมดสิ้น สิงห์พยักหน้ารับช้าๆ แววตาที่เคยมีแต่ความเกรี้ยวกราด บัดนี้กลับมีความสุขุมและเด็ดเดี่ยวเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
"ดี... ถ้าเช่นนั้นคืนนี้ ให้พวกมันได้รู้ว่า หมัดเหล็กและคมดาบของพวกเรา จะล้างบางสำนักมารโลหิตให้สิ้นซาก!"
ทั้งสองประสานสายตากันด้วยความฮึกเหิม ทันใดนั้นเอง อุณหภูมิภายในโรงเตี๊ยมร้างก็ลดฮวบลงอย่างกะทันหัน ลมหนาวพัดกรรโชกแรงจนหน้าต่างไม้กระแทกผนังเสียงดังสนั่นหวั่นไหว *ปัง! ปัง! ปัง!*
เงาดำสายหนึ่งพุ่งวาบผ่านแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง ตามด้วยเงาดำอีกหกสายที่รายล้อมอยู่รอบตัวอาคาร ปิดตายทุกเส้นทางหนีอย่างไร้ช่องว่าง กลิ่นอายคาวเลือดและจิตสังหารอันเข้มข้นแผ่ซ่านเข้ามาจนหายใจแทบไม่ออก
มือสังหารเงาทมิฬ เจ็ดมรณะ... มาถึงแล้ว!
สิงห์และจอมยุทธ์เมฆากระโดดถอยหลังตั้งรับหลังชนกันทันที สัญชาตญาณดิบของยอดฝีมือตื่นตัวเต็มที่ กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งแน่นเตรียมระเบิดพลัง
"มาแล้วสินะ..." สิงห์กระซิบเสียงลอดไรฟัน รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่มุมปาก พร้อมช,กหมัดขวาออกไปเบาๆ เกิดเสียงลมระเบิดดัง *หวูด* ท้าทายความมืด
ทว่า ท่ามกลางความตึงเครียดถึงขีดสุด ขณะที่สิงห์กำลังจะพุ่งทะยานออกไปเปิดฉากปะทะ จอมยุทธ์เมฆากลับเอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายของสิงห์เย็นเฉียบลงในพริบตา—
"สิงห์... ระวังตัวให้ดี ผู้นำที่แท้จริงของเจ็ดมรณะ... ไม่ใช่คนของสำนักมารโลหิต แต่เป็น... คนใกล้ตัวที่เจ้าไว้ใจที่สุด!"
พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี•ตอนที่ 9
มิตรภาพลูกผู้ชาย
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!