พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี•ตอนที่ 40

การตัดสินใจครั้งใหญ่

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
คราบเลือดบนหลังมือของสิงห์ยังไม่ทันแห้งสนิทดีด้วยซ้ำ เมื่อเสียงระฆังสำนักมารโลหิตจากยอดเขาเบื้องหน้า ดังสะท้านก้องกังวานผ่านสายหมอกยามวิกาล—*ดึ๋ง... ดึ๋ง...* ทุกครั้งที่เสียงระฆังฟาดผ่านโสตประสาท มันคือการนับถอยหลังลมหายใจของยุทธภพ "เหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งก้านธูปแล้วสินะครับพี่สิงห์" เสียงของจอมยุทธ์เมฆาดังขึ้นท่ามกลางความมืดของค่ายพักแรมชั่วคราว ใต้เงาไม้ใหญ่บนเส้นทางลาดชันมุ่งสู่หุบผาทมิฬ ใบหน้าคมคายของสหายสนิทอาบไล้ด้วยแสงเรืองรองจากกองไฟขนาดเล็กที่ถูกสุมไว้เพื่อไม่ให้ศัตรูสังเกตเห็น ดวงตาของจอมยุทธ์เมฆาเต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด นิ้วมือเรียวยาวของเขากำด้ามกระบี่ในฝักแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว สิงห์ไม่ได้ตอบทันที เขากำลังใช้ผ้าดิบพันกำปั้นขวาที่แตกยับเยินจากการปะทะกับมือสังหารเงาโลหิตเมื่อช่วงหัวค่ำ ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจากกระดูกข้อต่อ แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความรุ่มร้อนในอก แววตาของพยัคฆ์หนุ่มดุดัน เด็ดเดี่ยว และเต็มไปด้วยร่องรอยของประสบการณ์ที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน "ต่อให้เหลือเวลาแค่ก้านธูปเดียว พวกเราก็ต้องไปให้ถึงแท่นบูชาโลหิตก่อนที่พญาอัคคีจะทำพิธีกลืนกินวิญญาณบริสุทธิ์สำเร็จ" สิงห์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคง แววตาคมกริบมองตรงไปยังยอดเขาสูงตระหง่านที่ปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆสีเลือด วิชาหมัดพยัคฆ์ทะยานฟ้าที่เขาฝึกฝนมาค่อนชีวิต กำลังเรียกร้องหาการปลดปล่อยครั้งใหญ่ ปมในใจเรื่องการล้างแค้นให้สำนักและครอบครัวที่ถูกสำนักมารโลหิตกวาดล้างเมื่อหลายปีก่อน ไม่เคยจางหายไปไหน มันกลับยิ่งลุกโชนขึ้นทุกครั้งที่ลมหายใจถูกสูบฉีด "แต่ท่านก็รู้ว่าเส้นทางสายหลักถูกปิดตายด้วยค่ายกลกระดูกผี" จอมยุทธ์เมฆาท้วงขึ้น พร้อมกับกางแผนที่หนังแกะเก่าคร่ำคร่าออกบนก้อนหิน "หากเราเลือกทางลัดผ่านถ้ำอัคคีทมิฬ เราต้องเผชิญกับไอร้อนที่แผดเผาแม้กระทั่งเหล็กไหล และถ้าเลือกเส้นทางหน้าผาหยกขาว เราต้องฝ่าฝืนลมปราณกดดันจากค่ายกลหมื่นศาศตรา... ไม่ว่าทางไหน ก็มีความเสี่ยงที่จะไปไม่ทันทั้งสิ้น" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงแตกปะทุของกิ่งไม้ในกองไฟ และเสียงลมหนาวที่พัดหวีดหวิวผ่านยอดไม้ นี่คือ "การตัดสินใจครั้งใหญ่" ที่จะกำหนดชะตากรรมของพวกเขาทั้งหมด พันธมิตรคุณธรรมที่เหลือรอดเพียงหยิบมือ ฝากความหวังไว้ที่การตัดสินใจของสิงห์ในวินาทีนี้ สิงห์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาร่างของเขาทาบทับผืนดินเบื้องล่าง ร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและร่องรอยบาดแผลแผ่ซ่านบรรยากาศของยอดฝีมือที่ผ่านการขัดเกลาอย่างแท้จริง เขาไม่ได้ลังเลแม้แต่น้อย ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าฉายชัดผ่านแววตา "ไม่ต้องเลือกทั้งสองทางนั้นหรอกครับ" สิงห์กล่าว น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังจนจอมยุทธ์เมฆาต้องเงยหน้าขึ้นมอง "หมายความว่าอย่างไร?" "เราจะแหกค่ายกลทางหน้าผาหยกขาว... แต่ไม่ใช่การหลบเลี่ยง" สิงห์กำหมัดแน่นจนเกิดเสียงกรอบแกรบของกระดูก "ข้าจะใช้ 'หมัดเหล็กสะท้านปฐพี' ผสานกับเคล็ดวิชาพยัคฆ์ทะยานฟ้า กระแทกเปิดทางตรงดิ่งเข้าสู่ฐานทัพใหญ่ของมันโดยตรง ต่อให้เบื้องหน้าคือภูเขาเหล็กกล้า ข้าก็จะซัดมันให้แหลกเป็นจุล!" จอมยุทธ์เมฆานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากของเขาจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มของสหายร่วมตายที่เข้าใจกันดี ไอร้อนระอุแห่งความฮึกเหิมพลุ่งพล่านขึ้นในอกของคนทั้งสอง มิตรภาพลูกผู้ชายที่ไม่ต้องเอ่ยคำหวานเลี่ยนซ้ำซาก ถูกหลอมรวมไว้ด้วยความตายและความหวังของยุทธภพ "ถ้าท่านกล้าเอาชีวิตเข้าแลก ข้าที่เป็นสหายก็ไม่มีทางถอยหลังให้เสียชื่อเช่นกัน!" จอมยุทธ์เมฆาตบไหล่สิงห์ดัง *ปึก* แววตาทอประกายความเด็ดเดี่ยวไม่แพ้กัน ทั้งคู่หันไปส่งสัญญาณให้เหล่าศิษย์ร่วมสำนักและพันธมิตรคุณธรรมที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังเตรียมพร้อมอาวุธ ทุกคนพยักหน้ารับด้วยความพร้อมเพรียง ไม่มีใครหวาดกลัว ไม่มีใครถอยหลัง มีเพียงจิตวิญญาณแห่งนักสู้ที่พร้อมจะสู้ยิบตาจนกว่าจะชนะ ก้าวแรกที่สิงห์ทะยานร่างออกไปจากเงาไม้ มุ่งตรงไปยังหน้าผาหยกขาว ประดุจพยัคฆ์ร้ายที่กระโจนเข้าสู่เหยื่อ ลมปราณสายหนึ่งระเบิดออกรอบกายจนใบไม้รอบด้านปลิวว่อน ทว่า... ในขณะที่พวกเขากำลังจะพุ่งทะยานผ่านแนวเขตป่าทึบเข้าสู่เขตแดนของศัตรูนั้นเอง *ฉับพลัน!* เงาร่างสีดำสนิทนับสิบสายก็ร่วงหล่นลงมาจากยอดไม้เบื้องบนอย่างไร้สุ้มเสียง ปิดกั้นเส้นทางเบื้องหน้าไว้อย่างสมบูรณ์ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจดังขึ้นจากความมืดมิด "คิดว่าจะไปไหนกันหรือ... เจ้าพวกสุนัขจนตรอกแห่งพันธมิตรคุณธรรม" ร่างของบุรุษผู้สวมหน้ากากกระดูกอสูร ก้าวออกมาจากกลุ่มเงาดำ แววตาภายใต้หน้ากากคู่นั้นจ้องมองมาที่สิงห์ราวกับพญาอินทรีมองเหยื่อ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของสิงห์แทบจับตัวเป็นน้ำแข็ง "นายท่านของข้า... รอคอยการมาเยือนของ 'ทายาทคนสุดท้ายแห่งสำนักพยัคฆ์' มานานนับสิบปีแล้ว... และประตูฐานทัพใหญ่ ก็เปิดต้อนรับพวกเจ้า... ด้วยโลงศพที่เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วเช่นกันครับ" ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง เคียงบ่าเคียงไหล่ และส่งกำลังใจให้พยัคฆ์หนุ่มผู้นี้มาโดยตลอดนะครับ พยัคฆ์ขาวคำราม
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%