พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี•ตอนที่ 41

เส้นทางสู่อุโมงค์มรณะ

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"ถ้าก้าวพลาดไปเพียงครึ่งนิ้ว ร่างของพวกเราคงแหลกเหลวกลายเป็นปุ๋ยใต้พิภพไปนานแล้ว... สหายสิงห์ เจ้ายังไหวอยู่หรือไม่?" เสียงกระซิบแหบพร่าของจอมยุทธ์เมฆาดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดที่กดทับ ลมหายใจของเขาระบายออกมาเป็นไอจางๆ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดเก่าเก็บลอยคละคลุ้งอยู่ในโพรงถ้ำลึก บรรยากาศรอบตัววังเวงจนได้ยินเพียงเสียงหยãดน้ำที่กลั่นตัวจากหินย้อยตกลงกระทบพื้นหินด้านล่างเป็นจังหวะราวกับนาฬิกามรณะที่กำลังนับถอยหลัง สิงห์ยืนนิ่งเป็นรูปปั้น ศอกขวาแนบชิดลำตัว หมัดซ้ายกำแน่นจนข้อนิ้วปรากฏสีขาวซีด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผากและไหลย้อยลงตามกรอบหน้าคมคาย ดวงตาคมกริบกวาดมองผ่านความมืดไปยังเบื้องหน้า เบื้องหลังกำแพงหินศิลาแลงและทางเดินที่ดูเหมือนจะไร้จุดสิ้นสุดนี้ คือ "อุโมงค์อัคคีทมิฬ" ทางเข้าหลักสู่ฐานทัพลับของสำนักมารโลหิตที่พญาอัคคีใช้เป็นรังซ่อนตัว "ข้ายังไหว สหายเมฆา" สิงห์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคงดั่งขุนเขา ภายในอกของเขาร้อนรุ่มดั่งมีกองไฟแผดเผา ความทรงจำอันเจ็บปวดในวันที่สำนักถูกทำลายและครอบครัวต้องสังเวยชีวิตภายใต้เงื้อมมือของพญาอัคคีผุดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันไม่ใช่ความแค้นที่ทำให้เขาตาบอด แต่มันคือเชื้อเพลิงที่หล่อเลี้ยงให้หมัดเหล็กคู่นี้พร้อมจะทุบทำลายทุกอุปสรรคที่ขวางหน้า ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่สิงห์จะก้าวเท้าขวาออกไปข้างหน้า... *คลิก!* เสียงกลไกโบราณขยับตัวดังแผ่วเบา แต่ประสาทสัมผัสของยอดฝีมือไม่เคยพลาดจากเสียงเช่นนี้ สิงห์ดีดตัวถอยหลังด้วยวิชาตัวเบาขั้นสูงในเสี้ยววินาที ทันใดนั้น ลูกดอกอาบยาพิษนับร้อยดอกก็พุ่งแหวกอากาศผ่านจุดที่เขายืนอยู่เมื่อครู่ไปปักฝังลงบนผนังหินจนเกิดเสียงดังสนั่น ละอองพิษสีม่วงเข้มกัดกร่อนเนื้อหินจนเป็นรอยบุ๋มและส่งควันพิษพวยพุ่งออกมาทันที "ระวังตัวด้วย! กับดักที่นี่ไม่ได้ใช้แค่กลไกธรรมดา แต่มันถูกผูกไว้ด้วยค่ายกลวิญญาณโลหิต" จอมยุทธ์เมฆาเตือนสติ พลางชักกระบี่คู่กายออกมา ปลายกระบี่เปล่งประกายแสงสีฟ้าอ่อนเพื่อขับไล่ความมืดและตรวจจับความผิดปกติของลมปราณรอบด้าน สิงห์ไม่เอวาจาใด เขาหลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อตั้งสติ ปรับลมหายใจให้สอดคล้องกับจังหวะการเต้นของหัวใจ ทักษะ "หมัดพยัคฆ์ทะยานฟ้า" ที่เขาฝึกฝนมาอย่างยากลำบากไม่ได้มีไว้แค่กระบวนท่าอันรุนแรง แต่หัวใจสำคัญคือการอ่านทางลมและการเคลื่อนไหวของศัตรู หรือแม้แต่กลไกที่ซ่อนเร้นในธรรมชาติ ในมิติที่มืดมิดนี้ ประสาทสัมผัสทางหูและผิวสัมผัสของลมที่ปะทะร่างกายคือดวงตาที่ดีที่สุด "ทางซ้ายมีช่องว่าง... ห่างกันสามก้าว สลับด้วยกระแสลมปราณผกผันด้านบน" สิงห์พึมพำกับตัวเอง เขาพยักหน้าให้จอมยุทธ์เมฆาเป็นสัญญาณเตือน ก่อนจะพุ่งทะยานออกไปราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่กระโจนเข้าหาเหยื่อ ร่างของเขาย่อต่ำลง หมัดขวาถูกเงื้อไปข้างหลังพร้อมผนึกพลังลมปราณทั้งหมดไว้ที่กำปั้น เมื่อกลไกแผ่นหินใต้ฝ่าเท้ากำลังจะพลิกคว่ำเพื่อส่งพวกเขาร่วงหล่นลงไปในหลุมหนามเหล็ก สิงห์ใช้ปลายเท้าแตะผิวดินเพียงนิดเดียวแล้วดีดตัวลอยเคว้งกลางอากาศ หมัดเหล็กซัดออกไปตรงๆ กระแทกเข้าใส่ผนังหินศิลาแลงอย่างจังเพื่อสร้างแรงส่งและทำลายกลไกควบคุมค่ายกลที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง *โครม!* แรงปะทะหนักหน่วงจนอุโมงค์สั่นสะเทือน เศษหินและฝุ่นผงร่วงหล่นลงมาดั่งหิมะโปรุยนัยน์ตาของสิงห์ฉายแววเด็ดเดี่ยว กลไกนับร้อยที่กำลังทำงานอยู่หยุดชะงักลงทันทีราวกับถูกมนต์สะกด ความเงียบสงัดกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่เบื้องหน้าพวกเขายังคงเป็นทางเดินทอดยาวที่มืดทึบไร้จุดสิ้นสุด จอมยุทธ์เมฆากวาดสายตามองไปเบื้องหน้า สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "นี่เป็นเพียงด่านแรกเท่านั้น สหายสิงห์ ข้ารับรู้ได้ถึงไอสังหารเข้มข้นที่ลอยมาจากปลายอุโมงค์ พญาอัคคีคงรู้ตัวแล้วว่าพวกเรากำลังมาเยือน" สิงห์ผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด ยืดตัวขึ้นยืนอย่างองอาจ รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปาก แม้ความเหนื่อยล้าจะเริ่มกัดกินกล้ามเนื้อทุกมัด แต่จิตวิญญาณการต่อสู้กลับลุกโชนยิ่งกว่าเดิม "ถ้ามันคิดจะต้อนรับพวกเราด้วยความตาย ข้าก็จะใช้หมัดคู่นี้เปิดทางเลือดให้มันได้เห็น!" สิงห์กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก้าวเดินต่อไปในความมืดโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ทว่า ในขณะที่พวกเขากำลังจะก้าวพ้นโค้งสุดท้ายของอุโมงค์มรณะเพื่อเข้าสู่ห้องโถงหลักของสำนักมาร ลมพายุหมุนปริศนาก็กรรโชกพัดเข้ามาปะทะร่างอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วผนังถ้ำ ราวกับเสียงของปีศาจจากขุมนรก "ฮ่าๆๆ... ช่างเป็นเจ้าโง่ที่รนหาที่ตายจริงๆ สิงห์เอ๋ย... เจ้าคิดว่าเจ้าเข้ามาในถ้ำแห่งนี้ได้ด้วยฝีมือของตัวเองอย่างนั้นหรือ?" เสียงนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเสียงของพญาอัคคี ผู้นำสำนักมารโลหิต และในวินาทีต่อมา ประตูหินยักษ์เบื้องหน้าก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นเงาร่างมหึมาของชายผู้หนึ่งที่นั่งรออยู่บนบัลลังก์กระดูกมนุษย์ ทว่าข้างกายของเขากลับมีร่างของบุคคลที่สิงห์ไม่มีวันคาดคิดว่าจะได้เห็นอยู่ที่นี่... สตรีผู้กุมหัวใจและอดีตอันเลือนรางของเขา กำลังถูกล่ามโซ่ตรวนตรึงไว้กับแท่นบูชาโลหิต! ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง เคียงบ่าเคียงไหล่ และส่งกำลังใจให้พยัคฆ์หนุ่มผู้นี้มาโดยตลอดนะครับ พยัคฆ์ขาวคำราม
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%