เสียงกะโหลกศีรษะกระทบเข้ากับหมัดเหล็กดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงฟ้าร้องคำรามกลางฤดูแล้ง ทว่าสิ่งที่สะท้อนกลับมาสู่ฝ่ามือของสิงห์ กลับไม่ใช่เสียงเนื้อตัวฉีกขาดอย่างที่ควรจะเป็น หากแต่เป็นเสียงโลหิตเดือดพล่านและเสียงหัวเราะเยาะเย้ยอันน่าสะอิดสะเอียนของพญาอัคคี
"หมดมุกแล้วหรือไอ้หนู? หมัดทลายภูผาที่เจ้าคุนักคุหนา ไฉนเลยจึงเบาหวิวราวนุ่นกระทบผิวน้ำเช่นนี้เล่า?"
พญาอัคคีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ดวงตาสีแดงฉานดั่งโลหิตจ้องมองเด็กหนุ่มผู้หอบหายใจโยนตัวโยนโยน ผิวหนังทั่วร่างของประมุขสำนักมารโลหิตเปล่งประกายสีดำทมิฬดุจเหล็กไหลชั้นดี มันคือวิชากายาเหล็กโลหิตอมตะ วิชาต้องห้ามที่สกัดกั้นทุกการโจมตีทางกายภาพจนแทบจะไร้ช่องโหว่
สิงห์ถอยร่นไปสามก้าว ร่างกายชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อและคราบเลือดที่ซึมออกจากมุมปาก หมัดขวาของเขาสั่นระริก กระดูกข้อมือปวดร้าวแปลบปลาดจากการปะทะกับเกราะเนื้อหนังที่แข็งแกร่งปานเหล็กกล้าเมื่อครู่ วิชาหมัดมวยที่ร่ำเรียนมาตลอดชีวิต และเคล็ดวิชาที่ขัดเกลาจนถึงขีดสุด กลับไม่สามารถสร้างแม้แต่รอยขีดข่วนบนร่างของศัตรูตรงหน้าได้เลย
*แย่แล้ว... หากยังซัดหมัดเข้าใส่แบบนี้ต่อไป ก่อนที่ข้าจะทำลายเกราะของมันได้ ข้อมือของข้าคงแหลกละเอียดเสียก่อน* สิงห์กัดฟันกรอด ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วท่อนแขน แต่แววตาของเขายังคงสุกใสและเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น ไม่มีความหวาดกลัวปรากฏให้เห็นแม้แต่น้อย
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงลมหายใจหอบกระชั้น
"สิงห์! อย่าไปปะทะกับมันตรงๆ!"
จอมยุทธ์เมฆาซึ่งยืนคุมเชิงอยู่ไม่ไกลตะโกนขึ้น สีหน้าเคร่งเครียดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือทั้งสองข้างกำดาบในฝักแน่น ดวงตาคมกริบกวาดมองการเคลื่อนไหวของพญาอัคคีอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"วิชากายาเหล็กโลหิตของมัน แม้จะแข็งแกร่งปานเหล็กไหล แต่หลักการของมันไม่ใช่สิ่งไร้เทียมทาน มันต้องอาศัยการหมุนเวียนของโลหิตและลมปราณมารเพื่อหล่อเลี้ยงผิวหนังให้แข็งตัวตลอดเวลา... จุดตายของมันอยู่ที่ 'ชีพจรจุดหยางสะท้าน' บริเวณใต้รักแร้ซ้ายและข้อพับเข่าขวา ที่ซึ่งลมปราณจะไหลเวียนบรรจบกันเป็นจุดอับชื้น!"
สิงห์ได้ยินดังนั้น ประกายตาก็สว่างวาบขึ้นมาทันที ราวกับมองเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ในคืนเดือนมืด
"ขอบใจท่านมากสหาย!" สิงห์คำรามในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยพลังจิตวิญญาณของนักสู้ที่ไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา
พญาอัคคีแค่นเสียง "หึ" ออกมาอย่างดูแคลน ร่างมหึมาพุ่งทะยานเข้ามาประชิดตัวในชั่วพริบตา ความเร็วของมันสวนทางกับสัดส่วนรูปร่างอย่างสิ้นเชิง ฝ่ามือทั้งสองข้างรวบรวมลมปราณมารสีดำทะมึนจนเกิดเป็นเสียงกรีดร้องของวิญญาณนับร้อย พุ่งตรงเข้าหมายปลิดชีพสิงห์ในกระบวนท่าเดียว
"คิดจะหาทางแก้ทางในเวลาคับขันเช่นนี้ รนหาที่ตายชัดๆ!"
ลมพายุหมุนจากฝ่ามือของพญาอัคคีพัดโหมกระหน่ำจนฝุ่นตลบอบول ต้นไม้ใบหญ้ารอบบริเวณถูกแรงกดดันจากลมปราณฉีกกระชากจนแหลกละเอียด สิงห์ยืนหยัดนิ่งอยู่กับที่ ปล่อยให้ลมปราณอันรุนแรงนั้นพัดกระหน่ำเส้นผมและเสื้อผ้าจนสะบัดรัว
ในวินาทีเป็นตายที่เฉียดฉิวเพียงเสี้ยวลมหายใจ ดวงตาของสิงห์หรี่แคบลง สมาธิทั้งหมดถูกรวบรวมไว้ที่จุดศูนย์กลางของสติปัญญา
*ถ้าข้าใช้หมัดตรงไม่ได้... ถ้าข้าทุบเกราะมันไม่แตก... เช่นนั้น ข้าก็ต้องเปลี่ยนวิถีจากการทำลาย เป็นการเจาะทะลวง!*
สโนว์บอลแห่งความคิดหมุนวนอยู่ในหัว ร่างกายของสิงห์ขยับไปตามสัญชาตญาณ แทนที่จะถอยหนีหรือตั้งรับ เขากลับพุ่งทะยานเข้าหาพญาอัคคีสวนทางกับหมัดมารที่กำลังพุ่งเข้ามาหาตัวอย่างบ้าคลั่ง!
"ไอ้เด็กโง่!" พญาอัคคีคำรามลั่นเมื่อเห็นเหยื่อวิ่งเข้ามาหาความตาย
ตูーム! แรงปะทะระเบิดออกสนั่นหวั่นไหว พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองยุบตัวลงเป็นหลุมลึกหลายนิ้ว แรงลมสะท้อนกระจายออกเป็นวงกว้างจนจอมยุทธ์เมฆาต้องยกแขนขึ้นปัดป้องเศษหินและฝุ่นผงที่ปลิวว่อน
ทว่า สิ่งที่สร้างความตกตะลึงให้กับพญาอัคคีไม่ใช่ความรุนแรงของการปะทะ หากแต่เป็นวิถีหมัดของสิงห์ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
หมัดของสิงห์ในยามนี้ไม่ได้พุ่งเข้าใส่หน้าอกหรือใบหน้าอันแข็งแกร่งดั่งหินผาอีกต่อไป แต่ศอกและหมัดขวาถูกบิดเกลียวเป็นรูปเกลียวสว่าน รวบรวมพลังปราณทั้งหมดไว้ที่นิ้วชี้และนิ้วกลางที่ยื่นออกมาในลักษณะ 'หมัดดัชนีทะลวงศิลา' กระบวนท่าลับที่เขาเพิ่งคิดค้นขึ้นสดๆ ร้อนๆ จากการประยุกต์หลักการหมุนของกระแสน้ำเชี่ยว!
ปัก! เสียงอู้อี้ดังขึ้นจากใต้รักแร้ซ้ายของพญาอัคคี
สีหน้าของประมุขสำนักมารโลหิตเปลี่ยนสีทันที ร่างกายที่เคยนิ่งสนิทดั่งเหล็กไหลเกิดอาการกระตุกเกร็งขึ้นอย่างรุนแรง ลมปราณสีดำที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างเกิดสะดุดกะทันหัน ราวกับแม่น้ำที่ถูกเขื่อนกั้นขวางทางน้ำไหล
"อาร์กส์...!" พญาอัคคีส่งเสียงครางต่ำในลำคอด้วยความเจ็บปวดที่เพิ่งเคยได้รับเป็นครั้งแรก ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงระคนโกรธเกรี้ยว
"ยังไม่จบแค่นี้หรอก!"
สิงห์ไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป ร่างกายที่สะินสะสะเทือนด้วยความเหนื่อยล้ากลับระเบิดพลังเฮือกสุดท้ายออกมา หมัดซ้ายถูกซัดตามติดเป็นเงาตามตัว พุ่งเข้าใส่ 'จุดหยางสะท้าน' บริเวณข้อพับเข่าขวาของศัตรูอย่างแม่นยำดั่งจับวาง!
ก๊อบ! เสียงกระดูกและเส้นเอ็นลั่นกรอบท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว
พญาอัคคีเซถอยหลังไปหลายก้าว ร่างกายที่เคยไร้เทียมทานกลับสูญเสียความสมดุล วิชาสายฟ้ากายาเหล็กโลหิตคลายตัวลงชั่วขณะ เผยให้เห็นผิวหนังแท้จริงที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและคราบเลือดซึม
ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงของสิงห์ที่ยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าศัตรูผู้ยิ่งใหญ่ ร่างกายของเขาสะบักสะบอมไม่แพ้กัน แต่แววตาในยามนี้กลับเปล่งประกายเจิดจ้าเสียยิ่งกว่าดวงตะวันยามเที่ยงวัน
พญาอัคคีเงยหน้าขึ้นจ้องมองเด็กหนุ่มเบื้องหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความดูแคลนเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอาฆาตมาดร้ายและจิตสังหารที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม ร่างกายของมันเริ่มสั่นเทา ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธเกรี้ยวที่ถูกเด็กหนุ่มรุ่นลูกสร้างบาดแผลให้
"ดี... ดีมากไอ้หนู เจ้าทำให้ข้าต้องเอาจริงแล้วสิ..." พญาอัคคีกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นราวกับมาจากขุมนรก มือทั้งสองข้างเริ่มประสานอินทร์ลับบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน
ทว่า ในขณะที่พญาอัคคีเตรียมจะปลดปล่อยกระบวนท่าสุดท้ายอันน่าสะพรึงกลัว ท้องฟ้าเหนือหัวของพวกเขากลับมืดครึ้มลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงนับร้อยที่กำลังเคลื่อนใกล้เข้ามาจากทุกทิศทุกทาง
เงาร่างนับสิบปรากฏขึ้นบนยอดไม้ ล้อมรอบบริเวณการต่อสู้เอาไว้ทั้งหมด และคนผู้ที่เดินนำหน้าสุดในชุดคลุมสีทองปักลายพยัคฆ์เหินหาว ก็คือบุคคลที่สิงห์และจอมยุทธ์เมฆาไม่คาดคิดว่าจะได้พบเจอในสถานที่แห่งนี้...
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้พยัคฆ์หนุ่มผู้นี้มาโดยตลอดนะครับ
พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี•ตอนที่ 33
การต่อสู้ที่สูสี
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!