เสียงโลหิตหยดกระทบพื้นศิลา... ดั่งเสียงเคาะระฆังแห่งความตายที่ดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของทุกคน ณ ที่นั้น
"อั๊ก...!"
ร่างของแม่ทัพโลหิตเซถอยหลังไปสามก้าว ลมหายใจหอบกระชั้น รอยกระบี่ลึกยาวพาดผ่านหน้าอกจนเสื้อเกราะเหล็กกล้าฉีกขาดเป็นทางยาว เลือดสีแดงฉานไหลรินอาบย้อมผืนแผ่นดินให้กลายเป็นสีชาด ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและจิตสังหารอันบ้าคลั่ง บัดนี้กลับฉายแววหวาดหวั่นและไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเบื้องหน้า
สิงห์ยืนหยัดนิ่งสงบ ดั่งขุนเขาที่ไม่ยอมสยบต่อพายุร้าย เม็ดเหงื่อผสมหยาดโลหิตไหลย้อยลงตามกรอบหน้าคมคาย ลมหายใจของเขาผ่อนเข้าออกเป็นจังหวะตามเคล็ดวิชาหมัดพยัคฆ์ทะยานฟ้า สองกำปั้นที่ห่อหุ้มด้วยพลังลมปราณสีทองจางๆ ยังคงสั่นระริกเล็กน้อยจากศึกหนักหน่วงที่เพิ่งผ่านพ้นไป แต่ทว่าแววตาของเขากลับแน่วแน่ เด็ดเดี่ยว และเต็มไปด้วยจิตวิญญาณของลูกผู้ชายที่ไม่เคยคิดยอมจำนนต่อโชคชะตา
"เป็นไปไม่ได้..." แม่ทัพโลหิตเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายสูงใหญ่สั่นเทาด้วยความเจ็บปวดและโทสะ "วิชาหมัดของเจ้า... มันไม่ใช่แค่กระบวนท่า แต่มันคืออะไรกันแน่?"
สิงห์ไม่ตอบทันที เขายกมือขึ้นปาดคราบเลือดที่มุมปาก ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก1เฮือกเพื่อสะกดอาการบาดเจ็บภายในที่กำลังแผดเผา ก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างช้าๆ ทว่ามั่นคง เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นศิลาเป็นจังหวะหนักแน่น ดั่งเสียงฝีเท้าของพยัคฆ์หนุ่มที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
"มันไม่ใช่เคล็ดลับวิชาพิสดารอะไรหรอกครับท่านแม่ทัพ..." สิงห์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง กังวานไปทั่วลานประลอง "มันคือความมุ่งมั่นของคนที่ไม่มีวันยอมก้มหัวให้ความอยุติธรรมต่างหาก... กำปั้นของข้าไม่ได้มีไว้เพื่อฆ่าฟันผู้คนตามอำเภอใจ แต่มันมีไว้เพื่อปกป้องคนที่ข้ารัก และทวงคืนความยุติธรรมให้กับผู้บริสุทธิ์ที่พวกเจ้าเคยพรากชีวิตไป!"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบด้านก็พลันเงียบสงัดลงชั่วขณะ เหล่าทหารกล้าแห่งกองพันคุณธรรมที่ยืนล้อมรอบต่างกลั้นหายใจ ลุ้นระทึกกับภาพตรงหน้า ขณะที่จอมยุทธ์เมฆา สหายสนิทผู้ยืนสังเกตการณ์อยู่ไม่ไกล เผลอยิ้มออกมาบางๆ ด้วยความโล่งอกและภาคภูมิใจในตัวสหายผู้นี้
แม่ทัพโลหิตกัดฟันกรอด ฝ่ามือที่ถือดาบใหญ่สั่นเท;ระริก เขาพยายามรวบรวมลมปราณที่เหลืออยู่ทั้งหมดเพื่อเฮือกสุดท้าย แต่ทว่าบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกและพิษหมัดที่แล่นพล่านไปทั่วเส้นชีพจร กลับทำให้ร่างกายไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่ง
"ถอย..." แม่ทัพโลหิตพึมพำออกมาด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะตวาดลั่นใส่ลูกน้องที่เหลือ "กองพันโลหิต... ถอยทัพ!"
เสียงคำสั่งนั้นดั่งสายฟ้าฟาดท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าสมุนสำนักมารโลหิต พวกมันรีบพยุงร่างนายเหนือหัวขึ้นหลังม้าอย่างทุลักทุเล ก่อนจะควบทะยานหนีหายเข้าไปในความมืดมิดของผืนป่าเบื้องล่างอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งไว้เพียงความเสียหายและซากอารมณ์ของสนามรบ
เฮ Spans! เสียงโห่ร้องด้วยความยินดีดังสนั่นหวั่นไหว ทหารกล้าแห่งกองพันคุณธรรมต่างโยกย้ายอาวุธในมือขึ้นฟ้าด้วยความปีติยินดี ขวัญและกำลังใจที่เคยห่อเหี่ยว กลับมาพุ่งทะยานสูงเสียดฟ้าอีกครั้ง รอยยิ้ม น้ำตาแห่งความตื้นตัน และเสียงหัวเราะดังประสานกันระคน ชัยชนะในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การขับไล่ศัตรู แต่เป็นการประกาศให้ยุทธภพได้รู้ว่า... ความดีงามยังคงมีที่ยืน!
สิงห์ทรุดเข่าลงข้างหนึ่งทันทีเมื่อกองทัพศัตรูถอยร่นลับสายตาไป อาการบาดเจ็บที่ถูกกดไว้ด้วยจิตใจอันแข็งแกร่งเริ่มตีกลับ ร่างกายของเขาร้อนรุ่มดั่งไฟแผดเผา เม็ดเหงื่อกาฬไหลพรั่งพรูจนชุ่มแผ่นหลัง จอมยุทธ์เมฆารีบพุ่งเข้าไปประคองร่างของสหายรักไว้ทันที พร้อมกับส่งกระแสลมปราณเข้าช่วยโคจรเพื่อรักษาอาการภายใน
"เจ้าทำได้ดีมากสหายรัก..." จอมยุทธ์เมฆากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังและเป็นห่วง "พักผ่อนเสียเถอะ ศึกครั้งนี้เจ้าทุ่มเทจนหยดสุดท้ายจริงๆ"
สิงห์ฝืนยิ้มจางๆ ออกมาทางมุมปาก เขาส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามราตรีที่เริ่มมีแสงดาวทอประกายระยิบระยับ แม้ศัตรูกลุ่มนี้จะถอยไปแล้ว แต่ในใจของเขากลับรู้ดีว่า นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของสงครามที่แท้จริงเท่านั้น พญาอัคคี... ผู้นำสำนักมารโลหิตตัวจริงยังคงลอยนวล และเป้าหมายที่แท้จริงของมันยังไม่บรรลุนติผล
ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังเฉลิมฉลองชัยชนะอันยิ่งใหญ่นี้ ทันใดนั้นเอง... ลมพายุประหลาดก็พัดกรรโชกเข้ามาอย่างรุนแรง ทั้งๆ ที่ท้องฟ้าไร้ซึ่งเค้าลางของพายุฝน กลิ่นอายลมปราณอันชั่วร้ายและเย็นเยียบแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณจนทุกคนต้องขนลุกซู่
จอมยุทธ์เมฆาหน้าถอดสีทันที เขาดึงตัวสิงห์ให้ลุกขึ้นยืนแล้วกวาดสายตามองไปยังความมืดเบื้องหน้าด้วยความระแวงขีดสุด "ระวังตัวไว้! พลังแบบนี้... มันไม่ใช่คนของแม่ทัพโลหิต!"
จากเงาไม้ทึบเบื้องหน้า ร่างของใครคนหนึ่งค่อยๆ ก้าวเดินออกมาอย่างช้าๆ ภายใต้แสงจันทร์สลัว ปรากฏบุรุษในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากรูปอสูรครึ่งซีก และในมือถือคัมภีร์โบราณที่แผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัว!
"นึกไม่ถึงว่า... สวะไร้ค่าพวกนั้นจะจัดการไม่แม้กระทั่งเด็กหนุ่มใกล้ตายคนเดียว..." เสียงแหบพร่าดั่งมาจากขุมนรกดังขึ้น ทำเอาทุกคนถึงกับหยุดหายใจ "ดูท่า... ข้าคงต้องลงมือเก็บกวาดก้อนกรวดในรองเท้านี้ด้วยตัวเองเสียแล้วกระมัง, เจ้าหนูตระกูลสิงห์"
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง เคียงบ่าเคียงไหล่ และส่งกำลังใจให้พยัคฆ์หนุ่มผู้นี้มาโดยตลอดนะครับ
พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี•ตอนที่ 35
ชัยชนะเหนือแม่ทัพโลหิต
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!