"เสียงหัวเราะเช่นนี้... ไม่ทราบว่าแขกผู้มีเกียรติจากแดนอธรรมท่านใด ถึงกับต้องใช้วิชาเก้าเสียงสะท้านวิญญาณเพื่อมาประกาศตัวกลางงานชุมนุมใหญ่ของชาวยุทธ์เช่นนี้!"
เสียงตวาดก้องกังวานของเจ้าสำนักกระบี่เทวะดังสะท้านไปทั่วห้องโถงใหญ่ ประมุขพรรคฝ่ายธรรมะหลายสำนักต่างลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าถมึงทึง แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ซ่านเข้ามาในอาณาเขตงานชุมนุม ทำให้ถ้วยชาในมือของบรรดาจอมยุทธ์รุ่นเยาว์สั่นสะเทือนจนน้ำชาฉ้อกระเซ็น สายตาทุกคู่พุ่งตรงไปยังประตูใหญ่ที่บัดนี้บานไม้แกะสลักหนาเตอะถูกพลังลมปราณอันชั่วร้ายกระแทกจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง
ฝุ่นควันและเศษไม้คละคลุ้ง ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมชั่วพริบตา มีร่างหนึ่งก้าวเดินผ่านม่านฝุ่นเข้ามาอย่างเชื่องช้า
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้าซีดเซียวราวกับคนตาย ดวงตาสجสีแดงฉานดุจโลหิตคู่นั้นกวาดมองเหล่าชาวยุทธ์ผู้ทรงเกียรติทั่วทั้งห้องโถงด้วยสายตาเย้ยหยันราวกับมองฝุ่นผง บุรุษลึกลับผู้นี้สวมชุดคลุมยาวสีดำสนิทปักลายอสุรกายกลืนกินดวงจันทร์ กลิ่นอายโลหิตและกลิ่นอายความตายคละคลุ้งไปทั่วทุกย่างก้าวที่เขาเหยียบย่างลงบนพื้นหินอ่อน
สิงห์ซึ่งนั่งสงบนิ่งอยู่บริเวณมุมหนึ่งของห้องโถง ค่อยๆ วางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้ด้วยความนุ่มนวล ทว่ากล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างกลับเกร็งตัวโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณนักสู้ในตัวส่งเสียงร้องเตือนภัยดังลั่น ดวงตาคมกริบของพยัคฆ์หนุ่มหรี่แคบลงจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของผู้มาเยือน
*พลังลมปราณรุนแรงและบิดเบี้ยวเช่นนี้... ไม่ผิดแน่ นี่คือวิชาจากสำนักมารโลหิต* สิงห์คิดในใจ พลางหันไปสบตากับจอมยุทธ์เมฆาผู้เป็นสหายสนิท ซึ่งกำลังใช้พัดจีบเคาะฝ่ามือเบาๆ ด้วยสีหน้าสุขุมลุ่มลึก ทว่าแววตากลับฉายประกายความระแวดระวังอย่างเห็นได้ชัด
"คารวะเหล่าผู้อาวุธและชาวยุทธ์ผู้ผดุงคุณธรรมทั้งหลาย" น้ำเสียงแหบพร่าแต่น่าสะพรึงกลัวดังลอดไรฟันของทูตสำนักมาร มันหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อครั้งหนึ่ง โยนวัตถุก้อนกลมๆ สีคล้ำชิ้นหนึ่งกลิ้งหลุนๆ เข้ามากลางลานพิธี
เสียงฮือฮาดังระงมขึ้นทันที เมื่อบรรดาผู้อาวุธเพ่งมองวัตถุนั้นชัดๆ เจ้าสำนักเหล็กไหลถึงกับหน้าถอดสี ผุดลุกขึ้นชี้หน้าผู้มาเยือนด้วยมือที่สั่นเทา "นั่นมัน... ศีรษะของรองเจ้าสำนักเหล็กไหลนี่! เจ้า... เจ้าสารเลว มารโลหิตบังอาจนัก!"
"ฮ่าๆๆๆ..." ทูตสำนักมารหัวเราะลั่นอย่างสะใจ "เกียรติยศของชาวยุทธ์งั้นหรือ? ความยุติธรรมที่พวกเจ้าพร่ำเพ้อหาสำนักคุณธรรมทั้งหลาย แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงแค่กลุ่มก้อนของพวกอ่อนแอที่รวมตัวกันเพื่อรอวันถูกกวาดล้างเท่านั้น! ท่านประมุขพญาอัคคีแห่งสำนักมารโลหิต ส่งข้า 'ไป๋อี้' มาในวันนี้ มิใช่เพื่อเจรจา... แต่มาเพื่อยื่นคำขาด!"
คำว่า 'คำขาด' กระแทกเข้าใส่โสตประสาทของทุกคนในห้องโถงจนเงียบกริบ ไป๋อี้ก้าวเท้าไปข้างหน้าอีกสามก้าว แรงกดดันระดับลมปราณขั้นนภาแผ่ขยายออกไปกดทับจอมยุทธ์ฝีมืออ่อนหัดจนต้องทรุดตัวลงคุกเข่า
"ภายในเจ็ดวันนับจากนี้ สำนักทั้งแปดแห่งฝ่ายธรรมะจะต้องประกาศยอมสยบต่อสำนักมารโลหิต ส่งมอบคัมภีร์วิหาญสวรรค์และดินแดนใต้ปกครองทั้งหมดมาให้สำนักเราแต่โดยดี มิฉะนั้น... จุดจบของสำนักเหล็กไหลและหมู่บ้านนับร้อยทางเหนือ จะเป็นบรรณาการชิ้นต่อไปที่ท่านประมุขจะมอบให้พวกเจ้าได้ลิ้มลอง!"
ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นสู่ยอดอกของเหล่าชาวยุทธ์ เสียงชักกระบี่ออกจากฝักดังระงมราวกับคลื่นทะเลคลั่ง บรรดาเจ้าสำนักและผู้อาวุธต่างแผ่รังสีอำมหิตออกมาหมายจะฉีกร่างทูตสำนักมารเป็นพันๆ ชิ้น แต่ไม่มีใครกล้าลงมือสุ่มสี่สุ่มห้า เนื่องจากเกรงกลัวต่อกำลังภายในลึกลับที่ไป๋อี้ซ่อนเอาไว้
"สามห่าว! สำนักมารชั่วช้า คิดจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีชาวยุทธ์อย่างพวกเราหรือ!" เจ้าสำนักกระบี่เทวะคำรามลั่น กระบี่ในมือสั่นระริกด้วยแรงโทสะ เตรียมจะพุ่งทะยานออกไปสั่งสอนความหยิ่งผยองของอีกฝ่าย
ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายจนเกิดการนองเลือดกลางงานชุมนุม ร่างหนึ่งก็ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม เสียงทุ้มกังวานและหนักแน่นดังขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด
"ช้าก่อน... ผู้อาวุธกระบี่เทวะ"
สายตานับร้อยคู่หันขวับไปมองต้นเสียง สิงห์ก้าวเท้าเดินออกจากเงื้อมเงาของมุมห้อง มายืนสงบนิ่งอยู่กลางลานพิธี เผชิญหน้ากับไป๋อี้ทูตสำนักมารโดยไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย ดวงตาของพยัคฆ์หนุ่มฉายแววเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่น ราวกับเพลิงทมิฬที่พร้อมจะแผดเผาอธรรมให้มอดไหม้
ไป๋อี้หรี่ตามองเด็กหนุ่มที่อายุไม่ถึงยี่สิบปีดี รอยยิ้มดูแคลนผุดขึ้นที่มุมปาก "หืม? เจ้าหนู... เจ้าเป็นตัวเงินตัวทองมาจากสำนักไหน ถึงกล้าอาจหาญมาขวางหน้าทูตสำนักมารเช่นข้า หรือว่าเบื่อหน่ายชีวิตอยากไปยมโลกก่อนวัยอันควร?"
สิงห์ไม่สะท้านต่อคำดูถูก เหยียดริมฝีปากเป็นรอยยิ้มเย็นชาที่ซ่อนความดุดันเอาไว้ภายใน กำปั้นทั้งสองข้างกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน พลังลมปราณหมัดเหล็กทะยานฟ้าเริ่มหมุนวนอยู่ในจุดตันตียน ส่งเสียงคำรามเบาๆ คล้ายพยัคฆ์หนุ่มที่กำลังแยกเขี้ยวเตรียมขย้ำเหยื่อ
"ข้าหาใช่คนสำคัญอันใด..." สิงห์กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคงกังวานไปทั่วห้องโถง "แต่ข้าเป็นคนหนึ่งที่ไม่อาจทนดูสุนัขรับใช้จากสำนักมาร มาเห่าหอนสร้างความรำคาญใจบนผืนแผ่นดินนี้ได้... คำขาดที่เจ้าว่า ส่งกลับไปบอกพญาอัคคีเถอะว่า ชาวยุทธ์ผู้ผดุงคุณธรรมไม่เคยมีใครก้มหัวให้มารชั่วช้า และหากสำนักมารโลหิตอยากได้คัมภีร์นัก... ก็จงส่งหัวสุนัขอย่างพวกเจ้ามาเอาเองที่นี่!"
สิ้นคำประกาศกร้าวของสิงห์ บรรยากาศภายในห้องโถงราวกับหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนที่พลังลมปราณอันมหาศาลของไป๋อี้จะทะลทะลักออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด ดวงตาสดสีแดงฉานจ้องเขม็งมาที่สิงห์ด้วยจิตสังหารอันรุนแรง
"ไอ้เด็กเวร... วันนี้ข้าจะควักหัวใจเจ้าออกมาดูว่ามันทำด้วยอะไร!" ไป๋อี้คำรามลั่น ประทับฝ่ามือซัดพลังมารโลหิตเข้าใส่หน้าอกของสิงห์ในระยะประชิดด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ!
สิงห์ไม่หลบหนี เขายกหมัดขวาขึ้นต้านรับการโจมตีนั้นด้วยวิชาหมัดเหล็กสะท้านปฐพีผสานลมปราณทะยานฟ้าอย่างเต็มกำลัง!
*เปรี้ยง!*
แรงปะทะอันรุนแรงระเบิดออกจนพื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นวงกว้าง คลื่นกระแทกซัดร่างของทั้งคู่กระเด็นถอยหลังไปคนละสามก้าว ไป๋อี้แสดงสีหน้าตกตะลึงอย่างปิดไม่มิดเมื่อพบว่าเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวลูกผู้นี้สามารถต้านรับพลังของตนไว้ได้โดยไม่บาดเจ็บสาหัส ทว่า ในจังหวะที่ฝุ่นควันจากการปะทะยังไม่ทันจางหาย และทุกคนกำลังลุ้นระทึกกับการปะทะครั้งแรกนั้นเอง...
จู่ๆ เสียงปรบมือเบาๆ สองครั้งก็ดังขึ้นมาจากเงาดำมืดเหนือคานไม้หลังคาห้องโถงใหญ่
"ฮี่ๆๆ... ฝีมือไม่เลวเลยนี่ สมกับที่เป็นทายาทคนสุดท้ายของสำนักหมัดพยัคฆ์..."
เสียงหัวเราะแหลมเล็กราวนกแสกดังขึ้น พร้อมกับร่างในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ที่ทิ้งตัวลงมายืนคั่นกลางระหว่างสิงห์และไป๋อี้อย่างแผ่วเบาราวกับขนนก เมื่อร่างนั้นเงยหน้าขึ้นและสะบัดพัดในมือออกเผยให้เห็นใบหน้าครึ่งซีกที่สวมหน้ากากเงินลายจิ้งจอก ทั่วทั้งห้องโถงก็พลันสูญสิ้นสุ้มเสียงลงทันที แม้แต่เจ้าสำนักกระบี่เทวะยังหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อจำได้ว่าคนผู้นี้คือใคร
"นะ... นั่นมัน... 'จิ้งจอกพันหน้า' ผู้คุมกฎแห่งหุบเขาลับแล! เหตุใดมันถึงมาปรากฏตัวที่นี่พร้อมกัน!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กับพยัคฆ์หนุ่มผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี•ตอนที่ 22
การท้าทายจากสำนักมาร
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!