"หากฝ่ามือของสำนักมารโลหิตมีดีแค่การลวงตา ยุทธภพนี้คงไม่จำเป็นต้องมีโรงประลองให้เสียเวลา!"
เสียงคำรามทุบโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกนั้นทำให้ถ้วยชาเซรามิกบนโต๊ะสั่นระริกจนน้ำชาสีอำพันกระฉอกเปรอะเปื้อนขอบโต๊ะ บรรยากาศภายในลานประลองกลางแจ้ง ณ หุบเขาพยัคฆ์คำรามเวลานี้ตึงเครียดเสียจนแทบจะใช้มีดตัดขาดจากกันได้ ฝูงชนนับร้อยชีวิตต่างกลั้นหายใจ สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังร่างของชายหนุ่มในชุดเสื้อคลุมสีครามเข้มที่ยืนหยัดอยู่อย่างองอาจกลางลานประลอง
สิงห์สูดลมหายใจเข้าลึก
กลิ่นอายความตายและคาวเลือดจากร่างของทูตสำนักมารที่ยืนอยู่เบื้องหน้าไม่ได้ทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบของพยัคฆ์หนุ่มผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนให้ตื่นตัวอย่างเต็มที่
เบื้องหน้าของเขาคือ 'เหยียนเฉิน' ผู้ได้รับฉายานามว่า 'เงาอเวจี' ทูตคนสนิทแห่งพญาอัคคี ผู้นำสำนักมารโลหิต ชายผู้นี้มีชื่อเสียงในด้านการใช้วิชาฝ่ามือโลหิตกลืนวิญญาณ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความอำมหิตและไร้ความปรานี ดวงตาของเหยียนเฉินหรี่แคบลง มุมปากยกยิ้มเหี้ยมเกรียม รังสีอำมหิตสีดำทมิฬแผ่ออกมาจากร่างราวกับควันไฟจากขุมนรก
"ปากกล้าดีนี่เจ้าหนูสิงห์..." เสียงแหบพร่าของเหยียนเฉินดังลอดไรฟันที่ขบเข้าหากันแน่น "วันนี้ข้าจะทำให้เจ้ารู้ซึ้งว่า ความตายที่แท้จริงมันไม่ได้น่ากลัว... แต่มันคือการทรมานที่เจ้าจะต้องจดจำไปจนวันตาย!"
สิ้นเสียง ทูตสำนักมารก็หายวับไปจากจุดเดิมราวกับภูตผี!
ความเร็วระดับนี้ทำให้เหล่าจอมยุทธ์อาวุโสที่นั่งชมอยู่บนอัฒจันทร์ถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ มีเพียงจอมยุทธ์เมฆาที่นั่งกอดอกอยู่ไม่ไกล ดวงตาคมกริบของเขายังคงนิ่งสงบ ดั่งผืนน้ำในบึงลึกที่ไร้ระลอกคลื่น สหายสนทรผู้รอบรู้ย่อมรู้ซึ้งดีว่า สิงห์ในยามนี้ไม่ใช่เด็กหนุ่มผู้ไร้เดียงสาเหมือนวันวานอีกต่อไปแล้ว
*เร็วมาก!*
สิงห์คิดในใจ สัญชาตญาณเตือนภัยในหัวกระหน่ำร้องลั่น เขาไม่แม้แต่จะหันไปมองหาเป้าหมาย แต่ทิ้งน้ำหนักลงที่เท้าขวา หมุนตัวกลับหลังพร้อมกับระเบิดพลังปราณหมัดเหล็กสะท้านปฐพีออกไปในเสี้ยววินาที
*ตูーム!*
เสียงปะทะกันของพลังปราณดังสนั่นหวั่นไหว แรงอัดอากาศกระจายตัวออกเป็นวงกว้าง ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วลานประลอง ร่างของเหยียนเฉินปรากฏขึ้นกลางอากาศ แรงปะทะทำให้เขาต้องถอยหลังไปสามก้าว ดวงตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจเมื่อครู่ฉายแววประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด
"เจ้า... รับมือวิชาเงาลวงอเวจีของข้าได้หรือ?" เหยียนเฉินกัดฟันกรอด ฝ่ามือทั้งสองข้างเริ่มเปล่งแสงสีแดงฉาน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ "ร้ายกาจไม่เบานี่! แต่อย่าคิดว่าแค่นี้จะจบ!"
เหยียนเฉินไม่ปล่อยให้สิงห์ได้ตั้งตัว เขาระดมซัดฝ่ามือชุดใหญ่เข้าใส่ราวกับพายุฝน สีหน้าของเขาดุดันและเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ทุกกระบวนท่าแฝงไว้ด้วยพิษร้ายแรงที่พร้อมจะแผดเผาชีพจรของผู้ถูกสัมผัสให้แหลกสลาย สิงห์กัดฟันแน่น ตั้งรับการโจมตีอันดุเดือดด้วยท่วงท่าหมัดมวยที่หนักแน่นและมั่นคงราวกับขุนเขา
หมัดแล้วหมัดเล่าที่ปะทะกัน เสียงเนื้อกระทบเนื้อและเสียงระเบิดของพลังปราณดังประสานกันระงม เหงื่อเม็ดโตผุดพรายขึ้นตามไรผมของสิงห์ กล้ามเนื้อทุกมัดทั่วร่างเกร็งเครียดจนปูดโปน ความล้าเริ่มคืบคลานเข้ามาเกาะกุมแขนทั้งสองข้าง แต่ดวงตาของพยัคฆ์หนุ่มกลับยิ่งเปล่งประกายความมุ่งมั่นและดุดันมากขึ้นเป็นทวีคูณ
*ไม่ได้เด็ดขาด... หากข้าแพ้ที่นี่ ผู้คนบริสุทธิ์และสำนักที่ข้ารักจะไม่มีวันได้รับการชำระแค้น!*
เสียงในหัวใจของสิงห์คำรามก้อง มันคือความแค้น มันคือภาระหน้าที่ และมันคือจิตวิญญาณของลูกผู้ชายที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากความเจ็บปวด
จังหวะนั้นเอง เหยียนเฉินอาศัยจังหวะที่สิงห์บล็อกการโจมตีทางด้านซ้าย งัดไม้ตายก้นหีบขึ้นมาใช้ ฝ่ามือมารโลหิตพุ่งตรงเข้าสู่จุดตายบริเวณกลางอกของสิงห์อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทูตมาร เพราะเขามั่นใจว่าในระยะประชิดเช่นนี้ ไม่มีใครสามารถหลบเลี่ยงหรือป้องกันได้ทัน!
ทว่า... สิงห์ไม่ได้คิดจะหลบเลี่ยงตั้งแต่แรกแล้ว
ดวงตาคมกริบของสิงห์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เขาผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียดในพริบตาเดียว ปลดปล่อยพลังปราณทั้งหมดที่สะสมไว้ในตันเถียนมารวมกันที่หมัดขวาจนเกิดเสียงดังเปรี๊ยะๆ ราวกับสายฟ้าฟาด
นี่คือเคล็ดวิชาลับที่จอมยุทธ์เมฆาเคยชี้แนะ... *หมัดทะยานฟ้า สลายพสุธา!*
สิงห์ไม่สนใจฝ่ามือที่กำลังจะพุ่งทะลวงอกของตนเอง เขาเลือกที่จะใช้หมัดซัดเข้าใส่หัวใจของเหยียนเฉินโดยตรง เป็นการแลกหมัดแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน และไม่มีใครยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว!
"เจ้าบ้า!" เหยียนเฉินอุทานด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นว่าสิงห์เลือกวิธีที่บ้าบิ่นที่สุดในการตัดสินผลแพ้ชนะ หากเขาไม่ถอย ฝ่ามือของเขาก็จะทะลวงอกสิงห์จริง แต่หมัดของสิงห์ก็จะบดขยี้หัวใจของเขาให้แหลกเป็นจุลเช่นกัน
ความกลัวตายที่ฝังรากลึกอยู่ในจิตใจของคนสำนักมารทำให้เหยียนเฉินลังเลไปชั่วเสี้ยววินาที และความลังเลเพียงเสี้ยววินาทีนั้น... คือความแตกต่างระหว่างความเป็นกับความตายในยุทธภพ!
*เปรี้ยง!*
หมัดเหล็กของสิงห์ซัดเข้าที่กลางหน้าอกของเหยียนเฉินอย่างเต็มแรง พลังปราณที่อัดแน่นไปด้วยความมุ่งมั่นและจิตวิญญาณของพยัคฆ์หนุ่มทะลุทะลวงเกราะป้องกันมารจนแหลกละเอียด
ร่างของเหยียนเฉินกระเด็นลอยละลิ่วไปกระแทกกับเสาหินศิลาประจำลานประลองจนหักโค่นลงครึ่งท่อน เลือดสีดำทะลักพุ่งออกมาจากปากของทูตมารคำใหญ่ ดวงตาเบิกโพ้างרค้างไร้ซึ่งแววชีวิต ก่อนที่ร่างไร้ลมหายใจนั้นจะทรุดฮวบลงกองกับพื้นท่ามกลางความเงียบงันของฝูงชน
ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงเฮลั่นด้วยความยินดีจะระเบิดขึ้นมาจากเหล่าจอมยุทธ์ฝ่ายคุณธรรม
สิงห์ยืนหอบหายใจโยนอยู่กลางลานประลอง เลือดสีแดงสดไหลซึมออกจากมุมปากและบาดแผลบริเวณหัวไหล่ แต่เขากลับยืนหยัดอยู่อย่างสง่างาม กำปั้นขวายังคงกำแน่น ไอความร้อนจากพลังปราณยังคงคุกกรุ่นอยู่รอบกาย ราวกับพราชสีห์ผู้ประกาศศักดาให้โลกรู้ว่า ผู้ใดคือผู้ชนะที่แท้จริง
ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังเฉลิมฉลองชัยชนะอันงดงามนี้เอง...
สายลมเย็นยะเยือกสายหนึ่งก็พัดผ่านเข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย กลิ่นอายของความตายที่เข้มข้นกว่าเหยียนเฉินนับร้อยเท่าน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก แผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมทั่วทั้งหุบเขาในพริบตา
ท้องฟ้าที่เคยโปร่งใสกลับมืดครึ้มลงอย่างฉับพลัน เมฆสีดำทะลายกลุ่มใหญ่เคลื่อนตัวมารวมกันเหนือลานประลองราวกับมีผู้ชักใย
พร้อมกันนั้น เสียงหัวเราะที่แหบพร่า เย็นเยียบ และสะท้านทรวง ก็ดังสะท้อนก้องมาจากความว่างเปล่ารอบทิศทาง
"ช่างเป็นหมัดที่ยอดเยี่ยมเสียจริง... เจ้าหนูสิงห์..."
เสียงนั้นหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมที่ทำให้ทุกคนต้องขนลุกซู่
"แต่..."
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กับพยัคฆ์หนุ่มผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
พยัคฆ์ขาวคำราม
พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี•ตอนที่ 23
หมัดเดือดประลองฝีมือ
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!