พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี•ตอนที่ 6

ลงจากเขาเข้าสู่ยุทธภพ

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
เสียงคำรามต่ำของสายน้ำในลำธารเบื้องล่าง ไม่ดังเท่าเสียงสะท้อนในอกของสิงห์ ยามที่ปลายนิ้วหยาบกร้านสัมผัสกับรอยบิ่นบนศิลาจารึกหน้าถ้ำเมฆา รอยแผลเป็นที่ฝ่ามือซ้ายเต้นตุบๆ ทุกครั้งที่โลหิตในกายสูบฉีด มันคือเครื่องเตือนใจจากคืนวันอันโหดร้าย วันที่สำนักพยัคฆ์เหินฟ้าถูกเพลิงผลาญจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน และเสียงกรีดร้องของคนในครอบครัวที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในความฝันทุกค่ำคืน สิงห์กวาดสายตามองห่อผ้าเก่าๆ และหมัดเหล็กคู่ชีพที่ผ่านการหล่อหลอมด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตามาตลอดสามปีเต็มบนยอดเขาอันหนาวเหน็บ ร่างกายของเขาในยามนี้เปรียบเสมือนเหล็กกล้าที่ผ่านการตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแกร่งกล้า กล้ามเนื้อทุกมัดแน่นกระชับ แฝงไว้ด้วยพละกำลังระเบิดที่พร้อมจะแผดเผาอุปสรรคทุกขวางหน้า จอมยุทธ์เมฆาก้าวเท้าเข้ามาเงียบเชียบดั่งเงา ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเทายืนพิงผนถ้ำ สายตาสงบนิ่งทอดมองสหายรุ่นน้องด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความภาคภูมิใจและความเป็นห่วงที่ปิดไม่มิด "เจ้าตัดสินใจแน่แล้วสินะ, สิงห์?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงัน สิงห์ไม่หันกลับไปทันที เขายังคงกำหมัดแน่นจนข้อต่อลั่นเปรี๊ยะ ก่อนจะค่อยๆ ผ่อนลมหายใจยาวเหยียดเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน แล้วจึงหันมาสบตากับสหายผู้ร่วมเป็นร่วมตาย "ข้าฝึกฝนจนถึงขีดจำกัดที่ดินแดนแห่งนี้จะมอบให้ได้แล้ว, พี่เมฆา" สิงห์กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคงดั่งภูผา "หนี้เลือดของสำนักพยัคฆ์เหินฟ้า... และความแค้นของบิดามารดา ข้าไม่มีวันลืมเลือน แม้จะต้องแลกด้วยชีวิต ข้าก็ต้องลากคอพญาอัคคีมารับโทษทัณฑ์ให้จงได้" จอมยุทธ์เมฆาทอดถอนหายใจเบาๆ หยิบจอกสุราขึ้นมาสองจอก รินน้ำใสสะอาดลงไปจนเต็ม แล้วยื่นให้สิงห์หนึ่งจอก "ยุทธภพเบื้องล่างมิได้งดงามดั่งภาพวาด... มันคือโรงฆ่าสัตว์ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเล่ห์กล ภาพลวงตา และผู้คนที่พร้อมจะแทงข้างหลังเจ้าได้ทุกเมื่อ พญาอัคคีไม่ใช่จอมยุทธ์ธรรมดา แต่มันคือปิศาจในคราบมนุษย์ผู้เชี่ยวชาญวิชามารโลหิต การที่เจ้าลงไปในครานี้ เท่ากับเอาเท้าข้างหนึ่งก้าวเข้าสู่ประตูปรโลกแล้ว" สิงห์รับจอกสุรามาถือไว้ ดวงตาคมกริบเปล่งประกายความมุ่งมั่นดั่งไฟประลัยกัลป์ ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวแม้แต่น้อย "ต่อให้เบื้องหน้าคือขุนเขาแห่งดาบ หรือทะเลเพลิงอันไร้จุดสิ้นสุด... ข้า ‘สิงห์’ ผู้นี้ก็จะใช้หมัดคู่นี้แหละ ทะลวงมันให้สิ้นซาก!" เสียงกระทบของจอกสุราดังขึ้นท่าย์กลางความเงียบงัน ทั้งสองดื่มจนหมดจด เป็นดั่งคำสัตย์สาบานลูกผู้ชายที่ไม่มีวันคืนคำ สิงห์วางจอกลง สวมหมัดเหล็กเข้าที่มือทั้งสองข้าง เสียงโลหิตกระทบเหล็กดังขึ้นอย่างฮึกเหิม มันคือเสียงดนตรีแห่งการต่อสู้ที่เขาคุ้นเคย เขาก้าวเดินออกจากปากถ้ำ ลมหนาวบนยอดเขายะเยือกพัดปะทะใบหน้าคมคาย เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงลม เบื้องล่างคือผืนแผ่นดินกว้างใหญ่ที่ปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบ จุดเริ่มต้นของการเดินทางอันยาวไกลและนองเลือดได้เปิดฉากขึ้นแล้ว การเดินทางข้ามผ่านป่าทึบและหุบเขาอันรกร้างกินเวลาหลายวัน สิงห์เลือกเส้นทางที่อันตรายที่สุดเพื่อฝึกฝนสัญชาตญาณ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระแวดระวัง จนกระทั่งยามวิกาลมาเยือน แสงไฟจากโรงเตี๊ยมเก่าแก่กลางทางเปล่งประกายวับแวมท่ามกลางความมืดมิด สิงห์ผลักประตูไม้ผุพังเข้าไป กลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ บรรยากาศภายในเงียบสงบผิดปกติ โต๊ะไม้หลายตัวพังเสียหาย เศษคราบสีแดงคล้ำกระเซ็นอยู่ตามผนังและพื้นห้อง ทันใดนั้น เสียงปรบมือดังขึ้นสามครั้งจากมุมมืดของห้องโถง "ฮ่าๆๆๆ... ไม่นึกเลยว่า สุนัขจนตรอกแห่งสำนักพยัคฆ์เหินฟ้า จะกล้าเดินมาส่งหัวถึงที่ด้วยตนเอง!" เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืด สวมชุดคลุมสีแดงฉาน ใบหน้ามีรอยแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัว ดวงตาวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารอันรุนแรง มือขวากุมกระบี่อาบยาพิษที่ส่งประกายสีเขียวมรกตน่าสะพรึงกลัว สิงห์หรี่ตาลงเล็กน้อย สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยและน่าสะอิดสะเอียน มันคือลูกสมุนมือขวาของสำนักมารโลหิตผู้เคยร่วมสังหารหมู่ในวันนั้น! มุมปากของสิงห์ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบและไร้ความปรานี หมัดเหล็กทั้งสองข้างถูกกำแน่นจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ "ดูเหมือนว่า... ข้าจะไม่ต้องเสียเวลาตามหาพวกมันให้ยากเย็นนักสินะ" สิงห์พุ่งทะยานออกไปดั่งพยัคฆ์โผนทะยาน ร่างกายเคลื่อนไหวรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด หมัดขวาถูกง้างออกเตรียมซัดใส่เป้าหมายเบื้องหน้าเพื่อเปิดฉากการชำระแค้นครั้งแรก! ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่หมัดเหล็กกำลังจะปะทะเข้ากับใบหน้าของศوตรู จู่ๆ เงาร่างนับสิบก็พุ่งทะลุหน้าต่างและเพดานลงมาล้อมรอบตัวเขาไว้ทั้งหมด พร้อมกับเสียงหัวoาะอันเย็นเยียบของใครบางคนที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านทึบ "เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นผู้ล่า... แต่แท้จริงแล้ว เจ้าเป็นเพียงเหยื่อที่เดินเข้าสู่กรงขังที่พวกเราเตรียมไว้ต่างหากล่ะ, คุณชายสิงห์!" ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางผ่านบททดสอบนี้ไปกับผม พยัคฆ์ขาวคำราม ครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%