พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี•ตอนที่ 17

สู้จนหยดสุดท้าย

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
ลิ่มเลือดอุ่นร้อนรสคาวคลุ้งพุ่งทะลักออกจากมุมปากของสิงห์ ร่างกายของเขายามนี้แทบไม่เหลือเค้าโครงของยอดฝีมือผู้ทะยานทะลวงผ่านค่ายกลนรกมาได้เลย กระดูกซี่โครงด้านขวาหักร่นจนทิ่มแทงอวัยวะภายใน ทุกครั้งที่สูดลมหายใจเข้าและออก ความเจ็บปวดราถถูกไฟแผดเผาก็แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูประสาท แต่ทว่า... แววตาของพยัคฆ์หนุ่มหาได้มีความหวาดกลัวหรือยอมแพ้ไม่ มันกลับทอประกายคมกริบดุจใบมีดที่ผ่านการลับคมด้วยหินผา เบื้องหน้าของเขาคือเงาสีดำทมิฬ มือสังหารไร้นามแห่งสำนักมารโลหิต ผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นอสูรสังหารที่ไม่เคยปล่อยให้เหยื่อรอดชีวิตไปได้แม้แต่คนเดียว ปลายกระบี่โลหิตในมือของอีกฝ่ายหยดติ๋งลงบนพื้นศิลา เสียง "ติ๋ง... ติ๋ง..." นั้นดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของสิงห์ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความตาย "เจ้าใกล้จะหมดลมแล้ว สิงห์..." เสียงแหบพร่าของมือสังหารดังขึ้นลอดผ่านผ้าคลุมหน้าสีดำ ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและกระหายเลือด "ยอมจำนนแต่โดยดีเถอะ ข้าจะปลิดชีพเจ้าให้ไม่เจ็บปวดมากนัก" สิงห์ไม่ตอบคำถาม เขาใช้มือซ้ายกุมแผลฉกรรจ์บริเวณหน้าท้องที่เลือดไหลไม่หยุด เลือดสีแดงสดชโลมอาภรณ์จนชุ่มโชก สติสัมปชัญญะเริ่มพร่ามัว ภาพตรงหน้าสลับซับซ้อนกลายเป็นเงาซ้อนทับกัน แต่เสียงในใจกลับตะโกนก้องอย่างชัดเจน... *'ยังแพ้ไม่ได้... สำนักยังไม่ได้รับการชำระแค้น ข้าจะมาตายที่นี่ไม่ได้เป็นอันขาด!'* สหายสนิทอย่างจอมยุทธ์เมฆาเคยบอกไว้ก่อนที่ทั้งคู่จะพลัดหลงกันในค่ายกลโลหิต—*"ยามที่เจ้าจนมุมที่สุด จงใช้หัวใจนำทางหมัด ไม่ใช่เรี่ยวแรง"* สิงห์สูดลมหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอด แม้จะเจ็บปวดเจียนตาย ร่างกายทรรมาณราวกับถูกฉีกเป็นชิ้นๆ แต่เขากลับผ่อนคลายกล้ามเนื้อลงอย่างประหลาด น้ำหนักตัวทิ้งลงสู่พื้นดินอย่างมั่นคง ราวกับรากของต้นสนใหญ่ที่หยั่งลึกผ่านแผ่นดินหินผา หมัดเหล็กสะท้านปฐพีไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ยอมจำนนต่อโชคชะตา แต่มันถูกหล่อหลอมขึ้นมาเพื่อพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน! มือสังหารหรี่ตาลง สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง พลังลมปราณที่ควรจะมอดดับไปแล้วของเด็กหนุ่มตรงหน้า ไฉนจึงเริ่มกลับมาหมุนเวียนและแผ่พุ่งขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับถ่านไฟเก่าที่ถูกลมพัดจนลุกโชนขึ้นมาในความมืดมิด "อวดดี!" มือสังหารคำรามลั่น พุ่งทะยานร่างเข้ามาด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ กระบี่โลหิตพุ่งตรงเข้าสู่จุดตายบริเวณหัวใจของสิงห์ในพริบตาเดียว ปลายกระบี่แหลมคมแหวกอากาศสร้างเสียงหวีดหหลิวแหลมสูง เป็นการโจมตีที่หมายปลิดชีพในกระบวนท่าเดียวอย่างไร้ความปรานี ในเสี้ยววินาทีเป็นตายนั้น เวลาในสายตาของสิงห์ราวกับเดินช้าลง เขามองเห็นวิถีของกระบี่ที่พุ่งเข้ามาอย่างชัดเจน ร่างกายที่บาดเจ็บสาหัสไม่เอื้ออำนวยให้หลบหลีกได้ทัน แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะหลบตั้งแต่แรกแล้ว! สิงห์ก้าวเท้าซ้ายออกไปข้างหน้าหนึ่งกึ่ม ยอมให้ปลายกระบี่คมกริบแทงทะลุผ่านหัวไหล่ซ้ายเพื่อแลกกับการเข้าประชิดตัว แรงกระแทกทำให้เลือดพุ่งทะลักออกจากปากของเขาอีกครั้ง แต่อ้อมแขนทั้งสองข้างของสิงห์กลับตวัดรัดร่างของมือสังหารไว้แน่นหนาราวกับคีมเหล็กกล้า มือสังหารเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ไม่คาดคิดว่าเหยื่อจะใช้วิธีแลกชีวิตเช่นนี้ "เจ้า... ไอ้คนบ้า!" "นี่คือ... หมัดสุดท้ายของข้า!" สิงห์คำรามออกมาด้วยเสียงที่แหบพร่าแต่เต็มไปด้วยพลังจิตวิญญาณแห่งลูกผู้ชายที่ลุกโชนถึงขีดสุด พลังลมปราณทั้งหมดที่เหลืออยู่ในจุดตันเถียนถูกรีดเค้นออกมาจนหยดสุดท้าย รวมศูนย์ไว้ที่หมัดขวาที่กำแน่นจนข้อกระดูกลั่นเปรี๊ยะ แสงสีทองสว่างวาบขึ้นรอบหมัดเหล็ก ราวกับดวงอาทิตย์ที่กำลังจะอัสดงแต่แผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้ *ตูมมมมม!* หมัดเหล็กสะท้านปฐพีซัดเข้าที่กลางหน้าอกของมือสังหารอย่างเต็มแรง เสียงกระดูกซี่โครงแหลกละเอียดดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะมหาศาลระเบิดออกจนพื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกกระจายกลายเป็นผุยผง ร่างของมือสังหารกระเด็นลอยละลิ่วไปตามแรงหมัด กระอักเลือดสีดำสนิทออกมาคำโต ดวงตาเบิกโพลงค้างด้วยความตื่นตะลึงและหวาดกลัวถึงขีดสุด ก่อนจะแน่นิ่งไร้ลมหายใจไปในทันที เมื่อสิ้นเสียงระเบิด บรรยากาศรอบด้านก็กลับคืนสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจรวยรินของสิงห์ที่ดังแผ่วเบา เขายืนหยัดอยู่ได้ด้วยปลายเท้า ร่างกายโซเซไปมาอย่างน่าเวทนา แผลที่หัวไหล่และหน้าท้องหลั่งโลหิตออกมาย้อมพื้นดินเป็นวงกว้าง สติสัมปชัญญะที่ฝืนประคับประคองมาตลอดหลุดลอยไปทีละน้อย ภาพสุดท้ายที่เห็นคือเงาร่างของมือสังหารที่นอนแน่นิ่งไร้วิญญาณอยู่ไม่ไกล "ข้า... ชนะแล้ว..." สิงห์พึมพำออกมาเบาๆ ด้วยรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าที่อาบไปด้วยคราบเลือดและหยาดเหงื่อ ก่อนที่ร่างอันไร้เรี่ยวแรงจะทิ้งตัวลงนอนราบไปกับพื้นศิลาที่เย็นเฉียบ สติทั้งหมดดับวูบลงท่ามกลางความมืดมิด ทว่า ในความเงียบสงัดและวังเวงนั้นเอง... เสียงฝีเท้าปริศนาจำนวนมากกำลังย่างกรายเข้ามาใกล้จุดที่สิงห์นอนหมดสติอยู่ เสียงเหล็กกระทบกันบ่งบอกถึงการมาถึงของกองกำลังที่ไม่ได้รับเชิญ และเงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีทองอร่ามก็ก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับเสียงหัวเราะเยียบเย็นที่ชวนให้สันหลังวาบ "นึกไม่ถึงเลยว่า เจ้าหนูตระกูลสิงห์จะสามารถสังหารมือสังหารอันดับหนึ่งของสำนักมารโลหิตได้จริงๆ... น่าสนใจ ยิ่งใหญ่นัก..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับปลายรองเท้าหนังปักดิ้นทองที่หยุดยืนอยู่ตรงหน้าสิงห์ที่นอนแน่นิ่งไร้การป้องกัน ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กับพยัคฆ์หนุ่มผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%