พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี•ตอนที่ 11

บุกรังโจรพยัคฆ์ทมิฬ

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
กลิ่นคาวเลือดและกลิ่นอับชื้นของซากสัตว์เน่าเปื่อยโชยแตะจมูกทันทีที่ส้นเท้าของสิงห์เหยียบลงบนพื้นหินปูนชื้นแฉะภายในถ้ำลึก ความมืดมิดเบื้องหน้าถูกขับเน้นด้วยแสงคบเพลิงสีส้มแดงที่สั่นไหวตามกระแสลมโชก เงามืดทอดตัวยาวราวกับอสูรกายกำลังอ้าปากรอรับเหยื่อผู้โง่เขลา ที่นี่คือ "รังโจรพยัคฆ์ทมิฬ" รังลับของสมุนมือขวาแห่งสำนักมารโลหิต สถานที่ที่ผู้คนในยุทธภพต่างขนานนามว่าเป็นสุสานไร้หลุมศพ "ระวังตัวด้วยสหาย กลิ่นอายปราณมารที่นี่หนาแน่นกว่าที่เราคาดการณ์ไว้มาก" เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความระแวดระวังดังมาจากด้านข้าง จอมยุทธ์เมฆาย่อกายลงต่ำในชุดคลุมสีเทาเข้มกลมกลืนกับผนังถ้ำ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบกายเพื่อประเมินสถานการณ์ สิงห์ไม่ตอบคำชายหนุ่มทำเพียงพยักหน้ารับช้าๆ มือขวาของเขาที่กำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีดค่อยๆ ผ่อนคลายลงเล็กน้อยเพื่อปรับจังหวะการไหลเวียนของโลหิต ปราณหมัดเหล็กสะท้านปฐพีถูกโคจรโคจรหมุนวนอยู่ภายในจุดตันTian (ตันเถียน) อย่างเงียบเชเชียบ อุณหภูมิรอบตัวของสิงห์ร้อนระอุขึ้นจนละอองน้ำบนพื้นหินรอบข้างระเหยเป็นไอจางๆ ภาพเหตุการณ์วันที่สำนักและครอบครัวถูกทำลายโดยน้ำมือของสำนักมารโลหิตผุดขึ้นมาในห้วงคำนึงอีกครั้ง ความแค้นที่สุมอกเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงชั้นดีที่คอยกระตุ้นให้จิตวิญญาณนักสู้ของเขาลุกโชน ไม่มีคำว่าถอยหลัง ไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะยอมแพ้ ไม่ว่าเบื้องหน้าจะเป็นขุมนรกหรือกองทัพปีศาจ เขาก็พร้อมจะซัดหมัดทะลวงมันให้สิ้นซาก "หึ... คิดไม่ถึงว่าจะมีหนูสกปรกกล้าบุกเข้ามาถึงถ้ำเสือด้วยตัวคนเดียว สองคนรึ?" เสียงหัวเราะแหบพร่าดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วผนังถ้ำหินปูน ก่อนที่ร่างของชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ผู้หนึ่งจะก้าวออกมาจากเงาดำเบื้องหน้า เขาผู้นั้นสวมเกราะหนังเสือดำ รอยแผลเป็นน่าเกลียดลากยาวจากหน้าผากพาดผ่านดวงตาข้างซ้ายลงมาถึงมุมปาก ในมือถือดาบใหญ่หนาหนักขึ้นสนิมเขรอะ ส่งกลิ่นอายอำมหิตแผ่ซ่านออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัว นั่นคือ "พยัคฆ์ทมิฬ" มือขวาคนสนิทของพญาอัคคี "พวกเราไม่ใช่หนู..." สิงห์ก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าว เสียงของเขาเรียบสนทนาราวกับสายน้ำ แต่นัยน์ตากลับดุดันราชาพยัคฆ์จ้องมองเหยื่อ "พวกเราคือยมบาลที่มาทวงหนี้เลือดต่างหาก" สิ้นคำพูด ร่างของสิงห์ก็หายวับไปจากจุดเดิมด้วยวิชาตัวเบาขั้นสูง พื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกละเอียดเป็นRupture (รอยแยก) จากแรงระเบิดพลังปราณ "บังอาจ!" พยัคฆ์ทมิฬคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ดาบใหญ่ในมือถูกตวัดฟันออกไปข้างหน้าอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงแหวกอากาศดังหวีดหิว คลื่นดาบพลังมารสีดำสนิทพุ่งตรงเข้าใส่สิงห์ที่พุ่งเข้ามาประชิดตัวราวกับพายุทอร์นาโด "ระวังหมัด!" จอมยุทธ์เมฆาตะโกนเตือนพร้อมกับสะบัดพัดเหล็กในมือยิงเข็มซัดนับสิบเล่มสกัดกั้นทิศทางดาบของสมุนโจรเพื่อแบ่งเบาภาระให้สหาย ฉับพลันนั้นเอง ประกายตาของสิงห์ก็ทอแสงเจิดจ้าขึ้น หมัดขวาที่รวบรวมลมปราณทั้งหมดถูกปล่อยออกไปปะทะกับคลื่นดาบอย่างจัง! ตูมมมม! แรงปะทะอันมหาศาลสร้างคลื่นกระแทกสะท้านสะเทือนไปทั่วถ้ำ ฝุ่นผงหินร่วงกราวลงมาจากเพดานถ้ำราวกับหิมะตก สิงห์ถอยหลังไปสามก้าวเพื่อตั้งหลัก เลือดสดๆ ไหลรินออกจากมุมปากเล็กน้อย แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความฮึกเหิมและดุดันยิ่งกว่าเดิม ด้านพยัคฆ์ทมิฬถึงกับผงะถอยหลังไปสองก้าวด้วยความตกตะลึง ไม่คาดคิดว่าเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวลูกผู้นี้จะมีพลังปราณที่แข็งแกร่งปานนี้ "ฝีมือไม่เลว... แต่แค่นี้ยังไม่พอที่จะล้างแค้นหรอกไอ้หนู!" พยัคฆ์ทมิฬแค่นเสียงหัวเราะอย่างเหี้ยมเกรียม ยกดาบขึ้นเตรียมปลิดชีพ ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงปรบมือเบาๆ ก็ดังขึ้นจากมุมมืดลึกที่สุดของถ้ำ... แปะ แปะ แปะ "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง มิตรภาพลูกผู้ชายและความแค้นอันงดงาม..." เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวเดินออกมาจากความมืด ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนภายใต้หน้ากากโลหิต แต่แววตาที่มองมาที่สิงห์และเมฆานั้นเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก พร้อมกับคำพูดที่ทำให้ลมหายใจของสิงห์ต้องสะดุดกึก "เจ้าจำเสียงนี้ได้หรือไม่... สิงห์น้อย ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวแห่งสำนักหมัดพยัคฆ์" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งแรงใจให้พยัคฆ์หนุ่มก้าวไปข้างหน้าด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%