เสียงกระดูกลั่นกรอบจากการบิดข้อมือดังแข่งกับเสียงสายลมที่พัดกรรโชกผ่านซากปรักหักพังของโรงเตี๊ยมร้าง แววตาของ "สิงห์" ในยามนี้มิได้ฉายแววความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นที่ลุกโชนดั่งเพลิงกัลป์ เม็ดเหงื่อกาฬไหลย้อยผสมกับคราบเลือดที่มุมปาก สะท้อนความจริงอันโหดร้ายว่า การเผชิญหน้ากับหัวหน้าโจรฝีมือฉกาจแห่งแดนประจิมผู้นั้นไม่ใช่เรื่องที่จะก้าวผ่านไปได้โดยง่าย
เบื้องหน้าของเขาคือ "พญาอัคคี" ผู้นำสำนักมารโลหิต ร่างสูงใหญ่กำยำราวกับรูปสลักหินแกรนิต ยืนไขว่ห้างด้วยท่าทีสบายๆ ทว่าแผ่รังสีอำมหิตออกมารอบตัวจนอากาศรอบด้านแทบจะแข็งตัว
"เด็กน้อย... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าหมัดมวยสามบาทห้าสตางค์ของสำนักกระจอกๆ นั่น จะต่อกรกับ 'วิชามารโลหิตกลืนตะวัน' ของข้าได้?" พญาอัคคีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ริมฝีปากหนายกยิ้มเหี้ยมเกรียม สายตาสอดส่ายมองพยัคฆ์หนุ่มราวกับราชสีห์กำลังมองเหยื่อในกรง
สิงห์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขาสูดลมหายใจเข้าลึก, รวบรวมลมปราณที่เหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งเข้าสู่ตัน田 (ตันเถียน) อาการเจ็บแปลบที่ซี่โครงด้านขวาจากกระบวนท่าฝ่ามือมารเมื่อครู่แล่นริ้วขึ้นมาจนสมองมึนงง แต่เขากลับเลือกที่จะใช้ความเจ็บปวดนั้นเป็นเชื้อเพลิงปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบของลูกผู้ชาย
"วิชาจะร้ายกาจเพียงใด... ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนใช้" สิงห์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาดำขลับจ้องเขม็งไปยังจุดอ่อนใต้ราวนมซ้ายของอีกฝ่าย "ต่อให้กระดูกของข้าจะต้องแหลกสลายเป็นผุยผงในวันนี้... ข้าก็จะไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว!"
*ฟรึบ!*
ร่างของพญาอัคคีหายลับไปจากจุดเดิมด้วยความเร็วเหนือมนุษย์!
สิงห์เบิกตากว้าง สัญชาตญาณการต่อสู้กรีดร้องเตือนภัย เขายกแขนทั้งสองข้างขึ้นไขว้กันป้องกันบริเวณหน้าอกทันที *เปรี้ยง!* แรงปะทะมหาศาลราวกับภูเขาถล่มอัดกระแทกเข้าใส่ท่อนแขนของเขาอย่างจัง แรงกระแทกนั้นส่งผลให้ร่างของพยัคฆ์หนุ่มกระเด็นถอยหลังไถลไปกับพื้นดินนับสิบวา ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
"อั๊ก!" สิงห์กระอักเลือดออกมาคำโต สีหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด แขนทั้งสองข้างชาดิ่งไร้ความรู้สึก กระดูกท่อนแขนแทบจะร้าวรานจากการปะทะเพียงกระบวนท่าเดียว
"หึ อึดเสียจริงนะ..." พญาอัคคีปรากฏกายขึ้นอีกครั้งอย่างไร้ซุ่มเสียง ราวกับภูตผีปีศาจ "แต่ความดื้อรั้นอย่างไร้สมองเช่นนี้... เขาเรียกว่า 'ความโง่เขลา' ต่างหาก"
จอมยุทธ์เมฆาซึ่งหลบอยู่หลังเสาหินห่างออกไป กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้า
เนื้อเน้นๆ เลือดต่อเลือด...
การต่อสู้ในยามนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของชั้นเชิงวิชาฝีมืออีกต่อไปแล้ว แต่มันคือการเดิมพันด้วยจิตวิญญาณและความศรัทธา
สิงห์ยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ เข่าทั้งสองข้างสั่นเทา ทว่าหลังกลับเหยียดตรงอย่างทรนง เขานึกถึงคำสอนของอาจารย์ก่อนที่สำนักจะล่มสลาย—*“วิชาหมัดมวยที่แท้จริงหาได้อยู่ที่รูปแบบ แต่มอยู่ที่เจตจำนงของผู้ถือหมัด”*
ดวงตาของสิงห์เปลี่ยนไป มันไม่ใช่แววตาของเด็กหนุ่มผู้ไร้เดียงสาอีกต่อไป แต่เป็นสายตาของพยัคฆ์ร้ายที่ถูกต้อนจนมุม และพร้อมจะกัดไม่ปล่อยต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม
"เจ้าพูดถูก..." สิงห์ยกมือขึ้นปาดคราบเลือดที่ริมฝีปาก รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผล "ข้าอาจจะโง่... แต่ข้าก็รู้ดีกว่าคนเช่นเจ้า ว่าศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายมันมีค่ามากกว่าลมหายใจที่ไร้เกียรติ!"
สิ้นเสียงคำรามก้องฟ้า สิงห์ระเบิดลมปราณเฮือกสุดท้ายออกมาจนเสื้อผ้าขาดวิรุธ ร่างกายของเขาร้อนผ่าวราวกับสวมชุดเกราะเหล็กที่ถูกเผาด้วยไฟ บรรยากาศรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว "หมัดพยัคฆ์ทะยานฟ้า — กระบวนท่าที่หนึ่งร้อย... ทะลวงสวรรค์!"
พญาอัคคีขมวดคิ้วมุ่นเป็นครั้งแรก ความประมาทเลินเล่อถูกปัดเป่าทิ้งไปจนหมดสิ้น เมื่อเห็นพลังอันดุดันที่พรั่งพรูออกมาจากร่างที่สะินสะั่นของคู่ต่อสู้ "คิดจะเล่นไม้ตายแลกชีวิตกับข้าอย่างนั้นเรอะ! ดี! ถ้าเช่นนั้นข้าจะส่งเจ้าไปลงนรกพร้อมกัน!"
หมัดเหล็กของสิงห์พุ่งทะยานออกไปแหวกอากาศจนเกิดเสียงแหลมหวีดหิว ราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่กระโจนเข้าใส่เหยื่อด้วยความแค้นทั้งหมดที่มี ปะทะเข้ากับฝ่ามือมารโลหิตของพญาอัคคีอย่างจัง!
*ตูมมมมม!*
แรงระเบิดจากการปะทะสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งหุบเขา ฝุ่นควันตลบท่วมทัศนียภาพจนมองไม่เห็นสิ่งใด เสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงดังประสานกับเสียงลมที่ค่อยๆ สงบลง
เมื่อฝุ่นควันจางหาย... ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าจอมยุทธ์เมฆาทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ สิงห์ทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้น ร่างกายโชกไปด้วยเลือด สติสัมปชัญญะเลือนรางเต็มที ทว่าหมัดขวายังคงค้างอยู่ในตำแหน่งเผชิญหน้า ทว่าเบื้องหน้าของเขานั้น... พญาอัคคีกลับถอยหลังไปสามก้าว และที่มุมปากของจอมยุทธ์มารผู้นั้น มีรอยเลือดสีดำไหลซึมออกมาเช่นกัน!
"แก..." พญาอัคคีมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความตกตะลึงระคนหวาดหวั่น ทว่าก่อนที่ใครจะได้ขยับตัว เสียงปรบมือปริศนาและเสียงหัวเราะเยือกเย็นก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลังซากปรักหักพัง
*แปะ... แปะ... แปะ...*
"นับว่าเปิดหูเปิดตาข้ายิ่งนัก... ไม่นึกเลยว่าทายาทตระกูลสิงห์จะยังมีชีวิตรอด และยังมีฝีมือร้ายกาจถึงเพียงนี้"
เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากความมืดทีละน้อย รัศมีลมปราณที่แผ่ออกมาจากร่างนั้นเหนือล้ำกว่าพญาอัคคีเสียด้วยซ้ำ และเมื่อแสงจันทร์สาดส่องลงมาทาบทับใบหน้าของแขกผู้มาเยือน ดวงตาของจอมยุทธ์เมฆาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด เพราะคนผู้นั้นคือ...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งแรงใจให้พยัคฆ์หนุ่มก้าวไปข้างหน้าด้วยกันนะครับ
พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี•ตอนที่ 12
การต่อสู้ครั้งแรกที่ดุเดือด
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!