“พวกท่านถอยไป... นี่คือบัญชีเลือดที่ข้าพเจ้าต้องสะสางด้วยตนเอง!”
เสียงคำรามของสิงห์ดังสะท้านก้องผืนป่ามืดทึบ เม็ดฝนปนหยาดโลหิตสาดกระเซ็นเคล้าสายลมหนาวเหน็บ ร่างกายของพยัคฆ์หนุ่มเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์จากการปะทะกับกองกำลังสำนักมารโลหิตเมื่อชั่วยามก่อน กล้ามเนื้อทุกมัดสั่นเกร็งด้วยความเหนื่อยล้าและพิษร้ายที่แผ่ซ่านไปตามกระแสเลือด แต่ดวงตาคู่นั้นยังคงทอประกายเด็ดเดี่ยวราวกับเหล็กกล้าที่ไม่เคยรู้จักคำว่ายอมแพ้ เบื้องหน้าของพวกเขาคือ ‘หุบผาอเวจี’ ด่านสุดท้ายก่อนจะถึงใจกลางสำนักมารโลหิต ทว่าเบื้องหลังกลับเป็นเสียงฝีเท้าและเสียงหัวเราะเยาะหยันของพญาอัคคีและเหล่าสมุนนับร้อยที่ไล่ล่ากระชั้นชิดเข้ามาทุกขณะ
จอมยุทธ์เมฆาซึ่งมีบาดแผลฉีกขาดที่หัวไหล่จนโลหิตย้อมอาภรณ์สีขาวจนกลายเป็นสีแดงฉาน ยกมือขึ้นแตะบ่าของสิงห์เบาๆ แววตาของสหายผู้ร่วมเป็นร่วมตายคู่นี้มีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าร้อยคำพูด
“สิงห์น้องพี่... เจ้าจำคำสัญญาที่เราให้ไว้แก่เหล่าผู้อาวุโสที่ล่วงลับไปแล้วไม่ได้หรือ?” จอมยุทธ์เมฆากระซิบ น้ำเสียงแหบพร่าแต่หนักแน่นราวกับภูผา “เป้าหมายของเราไม่ใช่การมาตายอยู่ที่นี่ แต่คือการนำความยุติธรรมกลับคืนสู่ยุทธภพ หากพวกเราทุกคนดึงดันจะไปต่อพร้อมกัน เกรงว่าสุดท้ายคงไม่มีใครได้ออกจากหุบผานี้แม้แต่คนเดียว”
“ท่านพี่เมฆา... ท่านหมายความว่าอย่างไร?” สิงห์ใจหายวาบ สัญชาตญาณบางอย่างร้องเตือนท่ามกลางความหนาวเหน็บของอากาศ
“ข้าพเจ้ากับพี่น้องหน่วยพยัคฆ์พิทักษ์ธรรมอีกสิบชีวิต จะขอใช้ลมหายใจเฮือกสุดท้ายนี้หยุดยั้งกองหน้าของพวกมันไว้เอง” จอมยุทธ์เมฆายิ้ม รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความกล้าหาญและมิตรภาพอันบริสุทธิ์ของลูกผู้ชาย “จงจำไว้... หมัดเหล็กสะท้านปฐพีของเจ้าไม่ได้มีไว้เพื่อล้างแค้นส่วนตัว แต่มันมีไว้เพื่อปกป้องผู้คนที่อ่อนแอ ไปซะ! อย่าให้หยาดเหงื่อและเลือดเนื้อของพวกเราต้องสูญเปล่า!”
“ไม่! ข้าพเจ้าไม่ยอม!” สิงห์พยายามจะก้าวเข้าไปยื้อยุด แต่มืออันสั่นเทาของตนกลับถูกพลังภายในผลักให้ถอยหลังออกมา
รอบกายของจอมยุทธ์เมฆาและเหล่าชาวยุทธ์ผู้กล้าหาญเริ่มแผ่ซ้ำพลังลม1ปราณเฮือกสุดท้ายออกมาเป็นรัศมีสีทองเจิดจ้า พวกเขาล้วนรู้ดีว่าการขวางกั้นกองกำลังนับร้อยของสำนักมารโลหิตด้วยคนเพียงสิบกว่าชีวิต คือตั๋วเที่ยวเดียวสู่ปรโลก แต่ไม่มีใครแสดงความหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย ทุกใบหน้ามีแต่รอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจที่ได้สละชีพเพื่ออุดมการณ์
“ท่านหัวหน้า... พวกเราพร้อมแล้วครับ!” เสียงตะโกนจากเหล่าชาวยุทธ์ผู้ภักดีดังขึ้นพร้อมเพรียงกัน พวกเขาหันหลังกลับเผชิญหน้ากับคลื่นมนุษย์มารโลหิตที่กำลังทะยานเข้ามาดั่งฝูงตั๊กแตนปาทาน
สิงห์รู้สึกราวกับมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ ดวงตาที่ผ่านการผ่านศึกมาอย่างโชกโชนกลับร้อนผ่าว หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นและอาลัยไหลปะปนกับสายฝน นี่หรือคือวิถีแห่งยุทธภพ? นี่หรือคือราคาของการรักษาคุณธรรม? การสูญเสียสหายร่วมรบทีละคน สหายที่เคยร่วมดื่มสุรา ร่วมฝึกวิชา และร่วมเป็นร่วมตายด้วยกัน บัดนี้ต้องมาดับสูญต่อหน้าต่อตาโดยที่เขาทำได้เพียงยืนมอง
“ไปเถอะ! อย่าหันกลับมามอง!” จอมยุทธ์เมฆาตะโกนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะทะยานร่างพุ่งเข้าใส่กองทัพมารโลหิตราวกับดาวตกที่แผดเผาตัวเองเพื่อให้แสงสว่างแก่โลกหล้า
เสียงระเบิดของลมปราณดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะสะเทือนเลื่อนลั่นจนพื้นศิลาของหุบผาอเวจีแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ สิงห์กัดฟันแน่นจนเลือดสดๆ ไหลรินกลบมุมปาก เขากำหมัดทั้งสองข้างจนเล็บจิกเข้า 0เนื้อ ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดร้าวราญในจิตใจ ภาพของจอมยุทธ์เมฆาที่หันมาส่งยิ้มให้เป็นครั้งสุดท้ายยังคงสลักลึกอยู่ในความทรงจำ
เขาวิ่ง... วิ่งไปข้างหน้าด้วยเรียวขาที่หนักอึ้งดั่งผูกด้วยโซ่ตรวน มุ่งหน้าลึกเข้าไปในเขตอันตรายของหุบผาอเวจีตามเส้นทางที่เหล่าสหายเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อเปิดทางให้ เสียงการต่อสู้เบื้องหลังค่อยๆ เบาบางลงทีละน้อย แทนที่ด้วยความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวและความมืดมิดที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า
เบื้องหลังความสูญเสียอันใหญ่หลวงนี้ สิงห์รู้ดีว่าไม่มีทางหวนกลับไปแก้ไขได้อีกแล้ว สิ่งเดียวที่เขาทำได้เพื่อตอบแทนหยาดเลือดและชีวิตของสหายรัก คือการก้าวไปข้างหน้าและซัดหมัดเหล็กนี้เข้าใส่ใบหน้าของพญาอัคคีให้จงได้
ทว่า... ในขณะที่สิงห์กำลังจะพ้นจากเขาวงกตหินของหุบผาอเวจี ฝีเท้าของเขาก็ต้องชะงักกึกลงทันที เมื่อเงาร่างสีดำสนิทร่างหนึ่งก้าวออกมาขวางทางเบื้องหน้า รัศมิพลังปราณที่แผ่ออกมาจากร่างนั้นเย็นเยียบและทรงอำนาจจนลมหายใจของสิงห์แทบสะดุด
“เจ้าเด็กน้อย... เจ้าคิดว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือของสำนักมารโลหิตไปได้จริงๆ หรือ?” น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ
สิงห์เงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง เพราะบุคคลที่ยืนขวางทางอยู่ หาใช่ลูกสมุนปลายแถวไม่ แต่กลับเป็น ‘เงาโลหิต’ มือสังหารอันดับหนึ่งแห่งสำนักมารโลหิต ผู้ซึ่งไม่มีใครเคยเห็นหน้าตาที่แท้จริงและรอดชีวิตกลับมาได้เลยแม้แต่คนเดียว... และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น บนมือซ้ายของมือสังหารผู้นั้น กำลังถือกระบี่ประจำกายของจอมยุทธ์เมฆาที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสดๆ หยดลงสู่พื้นทีละหยด!
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง เคียงบ่าเคียงไหล่ และส่งกำลังใจให้พยัคฆ์หนุ่มผู้นี้มาโดยตลอดนะครับ พยัคฆ์ขาวคำราม
พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี•ตอนที่ 43
การสูญเสียและน้ำตา
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!