พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี•ตอนที่ 29

กลยุทธ์สลายทัพ

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"หากพวกเรายังดึงดันบุกเข้าทางหน้าผาเหล็ก มื้อนี้คงเป็นมื้อสุดท้ายที่ได้ร่วมกินข้าวกันจริงๆ นะครับสหาย" เสียงของจอมยุทธ์เมฆาดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดภายในกระโจมพักแรม กลิ่นอับชื้นของดินชื้นฝนและกลิ่นคาวสนิมจากดาบที่เพิ่งลับคมคละคลุ้งไปทั่ว บนโต๊ะไม้หยาบกลางกระโจม แผนที่หนังแพะผืนใหญ่ถูกกางออกโดยมีกองหินกรวดและเศษไม้แทนสัญลักษณ์ของกองกำลังสำนักมารโลหิตที่นำโดยพญาอัคคี สิงห์นั่งไขว่ห้างอยู่บนลังไม้เก่า ดวงตาคมกริบจ้องมองจุดสีแดงบนแผนที่ซึ่งหมายถึงค่ายกลเสบียงของศัตรู ใบหน้าคร้านแดดของเขามีร่องรอยของบาดแผลจากการต่อสู้ครั้งก่อน แต่นัยน์ตากลับลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นที่ไม่เคยอดดับ มือหนากำหมัดแน่นจนข้อต่อลั่นเปรี๊ยะ "เจ้าหมายความว่าอย่างไร เมฆา?" สิงห์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง "ต่อให้พวกมันมีกำลังพลมากกว่าสามเท่า หากข้ากับหมัดเหล็กคู่นี้ทะลวงแนวหน้าไปได้ ย่อมเปิดทางให้พรรคพวกของเราตามเข้าไปได้เช่นกัน" เมฆาส่ายหน้าช้าๆ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างคนที่มีแผนการอยู่ในใจ มือเรียวยาวหยิบก้อนหินสีดำสามก้อน วางตัดผ่านเส้นทางลำเลียงเสบียงหลักที่พาดผ่านหุบเขามังกรหลับ "ท่านคิดตื้นเกินไปแล้วสหายรัก การใช้กำลังเข้าหักหาญคือสิ่งที่พญาอัคคีคาดหวังไว้ ยิ่งพวกเราบุกตะลุยดุดันเท่าไหร่ พวกมันก็ยิ่งต้อนพวกเราให้จนมุมในพื้นที่ปิดตายได้ง่ายขึ้นเท่านั้น" เมฆาเงยหน้าขึ้นสบตากับสิงห์ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสุขุมลุ่มลึก "สิ่งที่พวกเราต้องทำในคืนนี้ ไม่ใช่การนองเลือด... แต่เป็นการตัดเส้นเอ็นและหลอดเลือดของพวกมันต่างหาก" สิงห์หรี่ตาลงครุ่นคิดตามคำพูดของสหายสนิท เขารู้ดีว่าเมฆาไม่เคยพูดจาเลื่อนลอย ทุกกลยุทธ์ที่อีกฝ่ายวางไว้มักซ่อนความเฉียบคมไว้ราวกับคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝัก "เจ้าวางแผนไว้อย่างไร ว่ามาสิครับ" สิงห์ผ่อนคลายมือที่กำหมัดลงเล็กน้อย "คืนนี้ กองหนุนและเสบียงล็อตใหญ่จากแดนใต้จะเดินทางมาถึงค่ายใหญ่ของพญาอัคคีผ่านทางลำห้วยแคบ" เมฆานิ้วเรียวชี้ไปยังจุดแคบที่สุดบนแผนที่ "ข้าได้ศึกษาทิศทางลมและกระแสน้ำแล้ว จุดนั้นคือจุดอับสายตาและเป็นจุดที่กระแสเชี่ยวที่สุด หากเราใช้ 'กระบวนท่าเพลงมวยวายุคลั่ง' ผสมผสานกับการระเบิดหินผาด้วยดินประสิวที่ข้าเตรียมไว้..." เมฆาเว้นจังหวะไปชั่วครู่ ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์ "เราจะมิใช่แค่ทำลายเสบียง แต่เราจะเปลี่ยนลำห้วยนั้นให้กลายเป็นหลุมฝังศพของกองหนุนนับร้อยโดยที่พวกมันยังไม่ทันได้ชักอาวุธออกจากฝัก" บรรยากาศภายในกระโจมเงียบงัดลงทันที มีเพียงเสียงลมพัดหวีดหวิวอยู่ภายนอก สิงห์นิ่งเงียบไปนานนับนาที สมองประมวลผลข้อดีและข้อเสียอย่างรอบคอบ การตัดกำลังบำรุงคือหัวใจสำคัญของการศึก หากเสบียงหมดและกองหนุนถูกตัดขาด ต่อให้พญาอัคคีจะมีวิชามารที่กล้าแกร่งเพียงใด ย่อมไม่อาจรักษาฐานที่มั่นไว้ได้นาน มุมปากของสิงห์ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มของลูกผู้ชายที่อ่านเกมขาด "เยี่ยม! เป็นกลยุทธ์ที่แยบยลและเด็ดขาดมาก" สิงห์ตบโต๊ะไม้ฉาดใหญ่จนเศษฝุ่นกระจาย "แต่การจะลอบเข้าไปวางระเบิดในจุดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย พวกมันต้องส่งมือดีลาดตระเวนอย่างเข้มงวดแน่นอน" "เรื่องนั้นวางใจเถอะครับ" เสียงทุ้มห้าวของจอมยุทธ์เมฆาตอบกลับทันควัน พร้อมกับหยิบกระบี่คู่กายขึ้นมาเช็ดด้วยผ้าแพรขาวสะอาด "ข้าได้จัดเตรียมหน่วยกล้าตายสิบคนไว้แล้ว โดยมีท่านและข้าเป็นหัวหอกในการแทรกซึม ข้าจะใช้ค่ายกลมายาพรางตาพวกมัน ส่วนท่าน... มีหน้าที่ใช้หมัดเหล็กทะลวงกำแพงหินเพื่อปิดตายเส้นทางนั้นเสีย" สิงห์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาร่างของเขาภายใต้แสงตะเกียงทอดFยาวไปตามผนังกระโจม ดึงดันความรู้สึกฮึกเหิมให้พลانพุ่งขึ้นมาในอก ความแค้นที่สุมอกมานานนับปีใกล้จะได้รับการชำระสะ้างแล้วในศึกครั้งนี้ "ตกลงตามนี้!" สิงห์เอ่ยเสียงเฉียบขาด ยื่นมือขวาออกไปเบื้องหน้า "เพื่อพี่น้องของเรา เพื่อความยุติธรรมในยุทธภพ คืนนี้... เราจะสลายทัพของพญาอัคคีให้สิ้นซาก" เมฆายื่นมือมาจับกุมมือของสิงห์ไว้แน่น สัมผัสที่อบอุ่นและหนักแน่นคือคำสัญญาและมิตรภาพที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย ทั้งสองพยักให้กันเป็นอันเข้าใจ ก่อนจะแยกย้ายกันไปเตรียมตัวปฏิบัติการภายใต้ความมืดมิดของรัตติกาล ยามวิกาลมาเยือน ความเงียบงัดเข้าปกคลุมหุบเขามังกรหลับ สายฝนปรอยเริ่มโปรยปลงมาช่วยอำพรางการเคลื่อนไหวของสิงห์และหน่วยกล้าตาย ทั้งหมดเคลื่อนกายอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบดั่งเงาพราย มุ่งหน้าสู่ลำห้วยแคบตามแผนที่เมฆาวางไว้ เบื้องหน้าคือขบวนเกวียนเสบียงของสำนักมารโลหิตที่มีทหารยามเดินตรวจตราอย่างเข้มงวด แสงคบเพลิงส่องสว่างวับแวมท่ามกลางสายฝน สิงห์ซุ่มอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ กำหมัดขวาแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน พลังปราณหมัดเหล็กเริ่มหมุนวนอยู่ในจุดตันตระภักดิ์พร้อมระเบิดออกทุกเมื่อ เมฆาที่หมอบอยู่ข้างๆ ส่งสัญญาณมือเป็นครั้งสุดท้าย ทั้งสองเตรียมพุ่งออกไปจู่โจมตามแผนการที่วางไว้อย่างไร้ที่ติ ทว่า... ในเสี้ยววินาทีก่อนที่สิงห์จะทะยานร่างออกไปนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากด้านหลัง—ด้านหลังของกลุ่มพวกเขาเอง! สิงห์ชะงักกึก หัวใจกระตุกวูบเมื่อหันกลับไปมองผ่านความมืด และพบกับกองกำลังปริมาณมหาศาลที่สวมชุดเกราะสีดำสนิท มีตราสัญลักษณ์รูปเปลวเพลิงโลหิตปักอยู่บนอกเสื้อ กำลังปิดล้อมเส้นทางถอยร่นของพวกเขาไว้ทั้งหมดอย่างสมบูรณ์แบบ พญาอัคคีไม่ได้ติดกับดักของพวกเขา... แต่พวกเขากำลังเดินเข้ามาติดกับดักที่อีกฝ่ายขุดรอไว้ตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มาจนถึงตอนนี้นะครับ พยัคฆ์ขาวคำราม
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พยัคฆ์ทะยานฟ้า หมัดเหล็กสะท้านปฐพี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%