คมมีดอาคมเย็นเฉียบจ่อแนบชิดผิวเนื้อจนเส้นขนลุกชัน รณกรแทบหยุดหายใจ ภาพตรงหน้าสั่นคลอนความเชื่อทางวิทยาศาสตร์ที่เขาถือ
เงาดำทะมึนที่ก้าวออกมาจากมุมมืดนั้นสะท้อนร่างของชายหนุ่มผู้สวมชุดเดียวกัน ใบหน้าเดียวกัน และดวงตาคู่เดียวกัน ร่างแยก... หรือภาพหลอนจากแรงกดดันทางจิตวิทยา? ในฐานะอดีตวิศวกรผู้เชื่อมั่นในตรรกะ เขากวาดสายตาคำนวณมุมหักเหของแสงและเงาทันที แต่มันไม่ใช่ภาพสะท้อนในกระจก เพราะร่างนั้นมีมวลสาร มีลมหายใจ และมีรอยยิ้มเยือกเย็นที่เขาไม่เคยรู้จัก
"อย่าขยับครับรณกร ถ้าไม่อยากให้ของมีคมนี่ฝังลึกลงไปกว่านี้" เสียงที่เปล่งออกมานั้นแหบพร่า แต่มันคือเสียงของเขาเองอย่างแน่นอน
รินรดาน้องสาวของเขานั่งตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหลังเงาร่างนั้น ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก "พี่... พี่รณกรคะ นั่นมันตัวอะไร ทำไมถึง..."
"ตั้งสติไว้ริน" เพลิงกัลป์ที่ยืนนิ่งเงียบอยู่มุมห้องไม่รอช้า นิ้วมือแกร่งสะบัดออก ร่างของจอมขมังเวทพุ่งเข้าหาความมืดพร้อมกับคาถาอาคมที่ร่ายออกมาเสียงต่ำ ทว่า เงาร่างนั้นกลับยิ้มเยาะ ก่อนจะใช้มืออีกข้างคว้าข้อมือของรินรดาแล้วถอยหลังหายวับไปกับความมืดราวกับควันไฟที่ถูกลมพัดสลาย
"หนีไม่حงหรอก!" รณกรพุ่งตัวตามไปทันที สัญชาตญาณดิบของพี่ชายสั่นสะเทือนยิ่งกว่าตอนคำนวณโครงสร้างสะพานที่กำลังจะถล่ม เขาวิ่งฝ่าความมืดของทางเดินในหมู่บ้านร้างแห่งนี้ หมู่บ้านที่ชาวบ้านพากันล้มป่วยอย่างไร้สาเหตุจนกลายเป็นเมืองร้างในชั่วข้ามคืน
นี่คือ "คดีมลพิษทางวิญญาณ" ที่เพลิงกัลป์เตือนไว้ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่เขตอาคมนี้ กลิ่นอายความตายไม่ได้มาจากเชื้อโรค แต่มันมาจากจิตใจที่เน่าเฟะและการสะสมของพลังงานลบที่เข้มข้นจนเกิดเป็น "เงาสะท้อนบาป"
"หยุดก่อนรณกร" เพลิงกัลป์คว้าไหล่เขาไว้เมื่อทั้งคู่มาหยุดอยู่หน้าบ้านไม้เก่าแก่หลังใหญ่ใจกลางหมู่บ้าน ที่นี่คือศูนย์กลางของอาคมทั้งหมด กลิ่นอายความเจ็บป่วยลอยคละคลุ้งในอากาศจนแสบจมูก
"ปล่อยผม เพลิงกัลป์! น้องสาวผมอยู่ข้างในนั้น กับไอ้... ตัวปลอมบ้าอะไรก็ไม่รู้" รณกรหันมาจ้องหน้าสหายร่วมรบ ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธและกังวล
"คุณกำลังใช้ตรรกะแบบมนุษย์ตัดสินสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจ" เพลิงกัลป์กล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบแต่มั่นคง ดวงตาคมกริบกวาดมองรอบบริเวณ "สิ่งที่จับตัวรินไปไม่ใช่ผีสางธรรมดา แต่มันคือตัวตนด้านมืดของคุณเอง... ร่างที่ถูกสร้างขึ้นจากความรู้สึกผิด ความกลัว และความล้มเหลวที่คุณพยายามกดมันไว้ใต้จิตสำนึก"
รณกรชะงัก ลมหายใจสะดุด ความทรงจำในอดีต—วันที่เขาไม่สามารถปกป้องครอบครัวได้—ผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก นั่นคือปมในใจที่เขาไม่เคยยอมรับ
"ถ้ามันคือด้านมืดของผม เราก็ต้องไปจัดการมันข้างในนั้น" รณกรสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปรับจังหวะความคิดให้กลับมาเป็นระเบียบแบบวิศวกร แม้ภายในใจจะปั่นป่วน ต่อให้สิ่งที่รออยู่คือปีศาจหรือตัวเขาเอง เขาก็ไม่มีวันถอย
ทั้งสองก้าวเข้าสู่ตัวบ้าน พื้นไม้เก่าแก่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่ากลัว บรรยากาศภายในเย็นยะเยือกจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ทันใดนั้น แสงไฟจากตะเกียงโบราณที่เพลิงกัลป์ถืออยู่ก็วูบไหว เผยให้เห็นร่างของรินรดานั่งอยู่กลางห้อง โดยมี 'รณกร' อีกคนยืนถือมีดจ่อคอหอยเธอไว้เช่นเดิม
"นายมาช้าไปหน่อยนะ... รณกร" เงาร่างนั้นเอ่ยขึ้น รอยยิ้มบนใบหน้าช่างน่าขนลุก "นายคิดว่านายหนีพ้นจากความจริงเรื่องในอดีตได้งั้นเหรอ? นายเป็นคนทำให้น้องต้องเผชิญกับเรื่องพวกนี้ นายคือต้นเหตุของมลพิษทางวิญญาณทั้งหมดในหมู่บ้านนี้!"
คำพูดนั้นเสียดแทงเข้าไปในจิตใจ รณกรรู้สึกเหมือนถูกค้อนมหึมาทุบซ้ำที่หน้าอก ความลังเลเริ่มกัดกินความมั่นใจของเขา แขนขาเริ่มชาหนา สภาพจิตใจที่ดิ่งลงเหวทำให้พลังงานรอบตัวแปรปรวน จนเพลิงกัลป์ต้องรีบซัดยันต์คุ้มกันเข้าที่แผ่นหลังของเขาเพื่อดึงสติ
"ตั้งสติไว้รณกร! อย่าปล่อยให้มันครอบงำจิตใจ คุณคือนักวิทยาศาสตร์ผู้ค้นหาความจริง ไม่ใช่เหยื่อของภาพลวงตา!" เสียงของเพลิงกัลป์ปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์
รณกรหลับตาลง ชั่วพริบตานั้น เขาไม่ได้ใช้กำลังเข้าห้ำหั่น แต่ใช้หลักการทาง "จิตวิทยาและพลังงาน" ที่เขาเรียนรู้ร่วมกับเพลิงกัลป์ตลอดการเดินทาง เขาวิเคราะห์ความจริงและภาพลวงตา ความกลัวมีอยู่จริง แต่ตัวตนของเงาสนั้นเป็นเพียง "ข้อมูล" ที่ถูกสร้างขึ้นจากจิตใต้สำนึก
เขาลืมตาขึ้น แววตาเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยวและไร้ซึ่งความกลัว
"แกไม่ใช่ฉัน... เพราะฉันในตอนนี้ เข้าใจความผิดพลาดในอดีต และเลือกที่จะก้าวเดินต่อไปเพื่อปกป้องคนที่รัก ไม่ใช่จมปลักอยู่กับความกลัวแบบแก!"
รณกรก้าวเท้าออกไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเงาร่างนั้น เขายื่นมือออกไปสัมผัสคมมีดโดยไม่ลังเล แม้คมมีดจะกรีดเนื้อจนเลือดสีแดงสดไหลริน แต่มันกลับทำให้ภาพลวงตานั้นเริ่มสั่นคลอนและโปร่งแสงลง
เพลิงกัลป์ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ มือแกร่งซัดอาคมบทสุดท้ายลงกลางห้อง เสียงระเบิดของพลังงานสะท้อนก้องไปทั่วบ้านไม้
ทว่า ท่ามกลางความโล่งอกที่เงาร่างนั้นกำลังสลายหายไป รินรดากลับเงยหน้าขึ้นมา พร้อมกับรอยยิ้มที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—รอยยิ้มที่ไม่ได้เป็นของน้องสาวเขาอีกต่อไป
"พี่โง่มาก... ที่คิดว่าเกมนี้มันจบแค่นี้" เสียงของรินรดากลายเป็นเสียงของใครอีกคน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนประหลาดที่ดังขึ้นในหัวของรณกร... [ตรวจพบการปลุกบอสลับระดับ SSS: ร่างทรงต้นกำเนิดแห่งมลพิษวิญญาณ เริ่มต้นการนับถอยหลังสู่วันสิ้นหมู่บ้าน]
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ร่างทรงสายวิทย์กับคดีอาถรรพ์ที่ไร้คำตอบ•ตอนที่ 21
คดีมลพิษทางวิญญาณ
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร่างทรงสายวิทย์กับคดีอาถรรพ์ที่ไร้คำตอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!