กลิ่นเหม็นหืนของสารเคมีผสมกับคาวเลือดคลุ้งตลบอบอวลอยู่ในโพรงจมูก จนรณกรต้องยกหลังมือขึ้นปิดจมูกพร้อมกับหรี่ตาลงท่าย์แสงไฟฉายคาดหัวที่สาดส่องผืนน้ำในบ่อบำบัดร้าง ทว่าสิ่งที่สะท้อนกลับมาหาเขาไม่ใช่เพียงแค่ฟองอากาศเน่าเสีย แต่เป็นระลอกคลื่นสีนิลที่เคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต
"พี่โง่มาก... ที่คิดว่าเกมนี้มันจบแค่นี้"
เสียงของรินรดายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าร่างของเธอจะถูกความมืดกลืนหายไปจากห้องใต้ดินแห่งนั้นแล้วก็ตาม เสียงแจ้งเตือนประหลาดที่ดังก้องอยู่ในหัวของเขายังคงสั่นพ้องเป็นจังหวะถี่กระชั้น
*[ตรวจพบการปลุกบอสลับระดับ SSS: ร่างทรงต้นกำเนิดแห่งมลพิษวิญญาณ เริ่มต้นการนับถอยหลังสู่วันสิ้นหมู่บ้าน]*
หน้าต่างระบบโปร่งแสงสีแดงฉานกะพริบเตือนอัตราการเต้นของหัวใจที่พุ่งสูงเกินร้อยสามสิบครั้งต่อนาที รณกรสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามดึงสติกลับคืนสู่ความเป็นจริงด้วยตรรกะทางวิทยาศาสตร์ที่เขา یึดถือมาตลอดชีวิต อดีตวิศวกรหนุ่มก้มลงมองขวดแก้วตัวอย่างน้ำที่เพิ่งตักขึ้นมาจากก้นบ่อ มือขวาของเขาสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธ
"มันไม่ใช่คำสาป..." รณกรพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าแต่หนักแน่น "และมันไม่ใช่การกระทำของภูตผีปีศาจตนไหนทั้งสิ้น"
เพลิงกัลป์ที่ยืนกอดอกพิงผนังปูนซีเมนต์ผุกร่อนอยู่เงียบๆ ปรายตามองขวดแก้วในมือของสหายร่วมทาง ดวงตาคมกริบทอประกายความเข้าใจบางอย่าง จอมขมังเวทหนุ่มไม่ได้เอ่ยขัดจังหวะ เขารู้ดีว่าเวลาที่รณกรใช้สมองคำนวณเหตุและผลคือช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดสำหรับคนที่กำลังเล่นตุกติกอยู่เบื้องหลัง
"คุณกำลังคิดอะไรอยู่ รณกร" เพลิงกัลป์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทำลายความเงียบที่กดดัน
"ผมกำลังคิดว่า คนพวกนั้นฉลาดมากที่เอาความเชื่อเรื่องไสยเวทมาบังหน้า" รณกรหันมาสบตา ปลดกระเป๋าเป้ใบเก่งลงบนพื้นซีเมนต์ เย็นเฉียบ ชื้นแฉะ เขาก้มลงหยิบชุดทดสอบสารเคมีภาคสนามและเครื่องวัดค่าพีเอช (pH) ออกมาจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ "ทุกครั้งที่มีคนเจ็บป่วย ชาวบ้านจะคิดว่าเป็นเพราะโดนคุณไสย เพราะไปลบหลู่ศาลตาายาย หรือเพราะอาถรรพ์ของผีป่า แต่ไม่มีใครเคยสงสัยเลยว่า... น้ำในลำธารที่ใช้ดื่มกินทุกวันนี้ มันมีค่าโลหะหนักเกินมาตรฐานไปกี่เท่า"
เพลิงกัลป์เลิกคิ้วเล็กน้อย เดินเข้าไปใกล้ร่างทรงสายวิทย์ ชำเลืองมองอุปกรณ์ประหลาดที่อีกฝ่ายหยิบออกมาจากกระเป๋า "หมายความว่า รอยสักยันต์บนศพพวกนั้น หรืออาการคลุ้มคลั่งที่เหมือนโดนผีเข้า..."
"มันคืออาการพิษเรื้อรังจากสารหนูและสารปรอทครับ" รณกรตัดบท น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวขณะสวมถุงมือยาง "สารหนูอินทรีย์บางชนิดเมื่อทำปฏิกิริยากับสารอินทรีย์เน่าเสียในบ่อบำบัด จะก่อให้เกิดก๊าซที่มีกลิ่นเฉพาะตัว ชาวบ้านแถบนี้เรียกว่า 'กลิ่นอายอาถรรพ์ของป่าอาถรรพ์' แต่ในทางเคมี มันคือไอระเหยของโลหะหนักที่เข้าไปทำลายระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดภาพหลอน กล้ามเนื้อกระตุก และคลุ้มคลั่งก่อนตาย"
รณกรหยดน้ำยา 3 ลงไปในขวดตัวอย่าง ทันทีที่ของเหลวสัมผัสกัน สีของน้ำในหลอดทดลองก็เปลี่ยนจากใสเป็นสีม่วงเข้มจัดจนน่ากลัว
หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชิ้นนี้ชัดเจนยิ่งกว่าคำทำนายใดๆ มีคนจงใจทิ้งกากอุตสาหกรรมพิษลงในแหล่งน้ำธรรมชาติของหมู่บ้าน แล้วใช้พิธีกรรมทางไสยเวท สร้างข่าวลือเรื่องคำสาป และจ้างร่างทรงกำมะลออย่างรินรดามาปั่นหัวชาวบ้าน เพื่อไม่ให้ใครกล้าเข้าใกล้โรงงานร้างแห่งนี้เด็ดขาด
"แนบเนียนมาก" เพลิงกัลป์พึมพำ ดวงตาหรี่ลงอย่างใช้ความคิด "ใช้ความกลัวของมนุษย์เป็นเกราะกำบังสารเคมี ใช้ไสยเวทปิดปากคนตาย"
"ถูกต้องครับ" รณกรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาดุดันมองตรงไปยังอุโมงค์ระบายน้ำทิ้งขนาดใหญ่ที่ทอดยาวลึกเข้าไปในตัวโรงงาน "แต่พวกมันลืมไปอย่างหนึ่ง... วิทยาศาสตร์พิสูจน์ความจริงได้เสมอ แม้แต่เรื่องที่พวกมันพยายามซ่อนไว้ใต้พรมสีดำ"
ทว่า ในวินาทีที่ความมั่นใจกำลังพุ่งถึงขีดสุด เสียงแจ้งเตือนในหัวของรณกรก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่แค่เสียง แต่เป็นความเจ็บปวดแปลบราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าที่ขมับ
*[คำเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงจากบอสลับระดับ SSS - 'ร่างทรงต้นกำเนิดแห่งมลพิษวิญญาณ']*
*[ความเสี่ยงในการสูญเสียตัวตน: 87%]*
*[พื้นที่รอบตัวกำลังถูกเปลี่ยนสภาพเป็น 'เขตอาคมมลพิษ']*
อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ลมหายใจของทั้งคู่กลายเป็นไอสีขาวขุ่น ทั้งที่เมื่อครู่ยังอบอ้าวด้วยกลิ่นสารเคมี น้ำในบ่อบำบัดที่ควรจะนิ่งสงบ กลับเริ่มเดือดปุดๆ ขึ้นมาทีละน้อย ส่งเสียงคำรามต่ำๆ ราวกับสัตว์ประหลาดกำลังตื่นจากนิทรา
เพลิงกัลป์ชักกริชโบราณออกจากฝักทันที ปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็วดุจสายฟ้า มือซ้ายสะบัดยันต์กระดาษสีเหลืองออกไปกลางอากาศ อาคมปะทะกับม่านหมอกสีดำที่พวยพุ่งขึ้นมาจากท่อระบายน้ำจนเกิดประกายไฟสีเขียววับวาว
"รณกร ถอยหลัง!" เพลิงกัลป์คำรามลั่น สภาพแวดล้อมรอบตัวบิดเบี้ยวจนน่ากลัว เงาดำมหึมารูปร่างคล้ายมนุษย์แต่มีระยางค์นับร้อยงอกออกมาจากแผ่นหลัง ค่อยๆ ก้าวพ้นจากความมืดของอุโมงค์ระบายน้ำ กลิ่นเหม็นเน่าทวีความรุนแรงขึ้นเป็นร้อยเท่าจนแทบสำลัก
รณกรกัดฟันแน่น ความเจ็บปวดในหัวแทบทำให้เขาล้มพับ แต่สายตาของอดีตวิศวกรหนุ่มกลับกวาดมองไปรอบตัวอย่างรวดเร็ว สมองกำลังประมวลผลท่ามกลางวิกฤต บอสลับตัวนี้ไม่ได้เป็นแค่ภาพหลอน แต่มันใช้พลังงานความร้อนและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากการเน่าเสียของสารเคมีในการหล่อเลี้ยงรูปร่างทางกายภาพ!
"ไม่ใช่แค่ไสยเวท..." รณกรตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของปีศาจเงา ขณะที่มือขวากำขวดสารเคมีตัวอย่างแน่น ดวงตาเป็นประกายด้วยความมุ่งมั่น "แต่มันคือพลังงานสนามแม่เหล็กที่ถูกขับเคลื่อนด้วยสารพิษ!"
เพลิงกัลป์ตวัดกริชฟันเข้าใส่เงาดำที่พุ่งเข้ามาโจมตี ประกายไฟจากการปะทะระเบิดออกสว่างวาบ ทว่าเงานั้นกลับรวมตัวกันใหม่ได้อย่างรวดเร็ว มันส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังก้องอยู่ในหัวของพวกเขาทั้งสองคน
รณกรสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ มือซ้ายหยิบแท่งโลหะตัวนำไฟฟ้าที่พกติดตัวออกมา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นที่มุมปาก ซึ่งนานๆ ครั้งจะปรากฏขึ้น
"ในเมื่อแกชอบสารเคมีนัก..." รณกรเอ่ยลอดไรฟัน สายตาจ้องมองตรงไปยังจุดศูนย์กลางของพลังงานสีดำที่กำลังพุ่งตรงเข้ามาหาพวกเขา "เรามาลองทำปฏิกิริยาเคมีขั้นเด็ดขาดกับแกดูสักตั้ง!"
ก่อนที่เงาดำมหึมาจะพุ่งเข้ากระชากร่างของพวกเขา ความมืดมิดรอบตัวก็ถูกฉีกกระชากด้วยแสงวาบสีฟ้าสว่างจ้าจากการทำปฏิกิริยาเคมีที่รุนแรงที่สุดในชีวิตของเขา!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาร้ายไป1ก้าวด้วยกันนะครับ
ร่างทรงสายวิทย์กับคดีอาถรรพ์ที่ไร้คำตอบ•ตอนที่ 22
ไสยเวทหรือสารเคมี
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร่างทรงสายวิทย์กับคดีอาถรรพ์ที่ไร้คำตอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!