ร่างทรงสายวิทย์กับคดีอาถรรพ์ที่ไร้คำตอบ•ตอนที่ 16

เส้นใยแห่งโชคชะตา

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
"ก้าวเท้าซ้ายนำสามนิ้ว ลากยาวผ่านแนวศาลเจ้าแม่ทับทิม แล้วหยุดที่เสาเข็มต้นที่แปด... เพลิงกัลป์ นายมั่นใจนะว่าพิกัดนี้ไม่ได้คำ toánพลาดจากกระแสจิตตกค้าง?" เสียงรองเท้าหนังของรณกรกระทบกับพื้นคอนกรีตบล็อกปูถนนโบราณในตรอกแคบๆ ของย่านเมืองเก่า ดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบสงัดยามวิกาล กลิ่นอับชื้นของซากตึกเก่าอายุหลายสิบปีผสมผสานเข้ากับกลิ่นคาวสนิมจางๆ ลอยอวลอยู่ในบรรยากาศรอบตัว มือขวาของอดีตวิศวกรหนุ่มถืออุปกรณ์ตรวจวัดคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (EMF Meter) หน้าจอเรืองแสงสีเขียวอ่อนกระพริบถี่ขึ้นเป็นจังหวะตามความเข้มข้นของพลังงานรอบตัว ขณะที่มือซ้ายกระชับโครงเหล็กพับน้ำหนักเบาที่ดัดแปลงขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับสลายเขตอาคม เพลิงกัลป์ซึ่งเดินนำหน้าอยู่สามก้าวหยุดฝีเท้าลงอย่างฉับพลัน ชายหนุ่มในชุดเสื้อคลุมสีเข้มหันกลับมามองสหายร่วมทางด้วยสายตานิ่งสงบ แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก นิ้วเรียวยาวของจอมขมังเวทหนุ่มกำลังคีบยันต์กระดาษสีเหลืองหมึกแดงที่เริ่มสั่นระริกด้วยแรงปะทะของกระแสพลังงานลึกลับรอบทิศทาง "ฟิสิกส์ของคุณใช้วัดแรงสั่นสะเทือนในมิติที่ตามองเห็น รณกร... แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่หลังประตูบานนี้ มันบิดเบี้ยวทั้งมิติและกาลเวลา" เพลิงกัลป์กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นิ่งสนิทแต่มั่นคง "เศษเสี้ยววิญญาณของเหยื่อในคดีนี้ถูกใช้เป็นตัวเหนี่ยวนำพลังงาน อาคมสายดำกำลังถูกหล่อเลี้ยงด้วยความกลัว ถ้านายยังมัวแต่กังวลเรื่องทฤษฎีความน่าจะเป็น เราคงได้แค่เดินตามหลังมันไปตลอดกาล" รณกรสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความหงุดหงิดในใจ เขารู้ดีว่าเพื่อนร่วมทางคนนี้ไม่ได้พูดเล่น อดีตวิศวกรอย่างเขาต้องใช้ตรรกะและโครงสร้างทางคณิตศาสตร์เพื่ออธิบายความจริงทุกอย่างบนโลกใบนี้ แต่นับตั้งแต่ก้าวเข้ามาพัวพันกับคดีปริศนาที่พรากน้องสาวของเขาไป กฎเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์เหล่านั้นก็เริ่มพร่าเลือนลงทุกที เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบและการประสานมือกันระหว่าง 'ตรรกะ' กับ 'ไสยเวท' เท่านั้นที่จะพาพวกเขาไปถึงตัวคนร้ายได้ "ตกลง... ทางฝั่งฉันคำนวณทิศทางการไหลเวียนของกระแสความร้อนใต้ดินและคลื่นแม่เหล็กที่ผิดปกติในรัศมีห้าสิบเมตรนี้แล้ว จุดศูนย์กลางของมันไม่ได้อยู่ที่ตัวตึกร้างด้านหน้า แต่มันอยู่ใต้พื้นท่อระบายน้ำเก่าตรงหัวมุมถนนนั่น" รณกรชี้ไปยังจุดอับสายตาที่มีเงาดำทอดตัวยาวจากแสงไฟนีออนสีส้มกะพริบของเสาไฟฟ้าริมทาง ทั้งสองคนเคลื่อนตัวเข้าประชิดเป้าหมายด้วยความระมัดระวังสูงสุด ความเงียบงันของย่านเมืองเก่าในยามนี้ช่างวังเวงราวกับเมืองร้าง เสียงฝีเท้าของพวกเขาถูกกลืนหายไปกับเสียงลมหวีดหิวที่พัดผ่านซอกตึกโบราณ รณกรกวาดสายตาสำรวจสถาปัตยกรรมรอบกายอย่างละเอียด หน้าต่างไม้บานเกล็ดโบราณที่ปิดตาย ร่องรอยคราบน้ำฝนที่กัดเซาะผนังปูนปั้น และรอยขูดขีดประหลาดบนพื้นผิวถนนที่เรียงรายกันเป็นสัญลักษณ์ทางไสยศาสตร์—มันคือแผนผังอาคมตรึงวิญญาณที่เขาเคยเห็นในสมุดบันทึกโบราณของคดีก่อนหน้านี้ไม่มีผิดเพี้ยน "มันรู้ตัวแล้ว" เพลิงกัลป์กระซิบเตือน ร่างสูงโปร่งก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วพร้อมกับซัดยันต์ในมือออกไปปักเข้ากับเสาไม้เก่าของอาคารพาณิชย์ฝั่งตรงข้าม แสงสีทองวาบขึ้นชั่วพริบตาเพื่อกางเขตอาคมคุ้ม กันไม่ให้พลังงานด้านลบรั่วไหลออกไปสู่ชุมชนรอบข้าง *เปรี๊ยะ!* เสียงคล้ายกระแสไฟฟ้าแรงสูงลัดวงจรดังขึ้นในอากาศ ตามด้วยกลุ่มควันสีเทาพวยพุ่งขึ้นมาจากปากท่อระบายน้ำ รณกรไม่รอช้า เขายกอุปกรณ์สลายสนามพลังที่ดัดแปลงขึ้นมากดสวิตช์ทำงานเต็มกำลัง คลื่นความถี่แม่เหล็กเฉพาะตัวพุ่งตรงเข้ากระแทกกับม่านพลังงานโปร่งใสที่กำลังปก คลองพื้นที่เบื้องล่างจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เบื้องล่างฝาท่อระบายน้ำเหล็กขึ้นสนิม ร่างของชายสวมฮู้ดสีดำคนหนึ่งกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ท่ามกลางกองเครื่องรางและกะโหลกมนุษย์ขนาดเล็ก แสงไฟฉายสาดส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกที่เต็มไปด้วยรอยสักอักขระโบราณ ดวงตาของคนร้ายเบิกโพลงด้วยความคลุ้มคลั่ง ริมฝีปากขยับท่องมนต์คาถาภาษาโบราณรัวเร็ว มือข้างหนึ่งถือมีดอาคมจ้วงแทงลงไปบนตุ๊กตาตัวแทนที่ทำจากเส้นผมมนุษย์ "หยุดอยู่ตรงนั้น!" รณกรตะโกนก้องพร้อมกับพุ่งตัวเข้าไปประชิดขอบท่อระบายน้ำ มือขวาชักกระบองเหล็กแรงดันสูงออกเตรียมพร้อมรับมือ คนร้ายสะดุ้งสุดตัวเมื่อแผนการถูกขัดจังหวะ มันเงยหน้าขึ้นจ้องมองรณกรด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว น่าขนลุก ดวงตาสดใสคู่นั้นเต็มไปด้วยความแค้นเคืองและจิตสังหารที่พุ่งสูงจนสัมผัสได้ "พวกแก... เข้ามาขวางพิธีกรรมสุดท้ายทำไม! วิญญาณพวกมันต้องถูกสังเวยเพื่อให้ประตูบานนั้นเปิดออก!" "ประตูบานไหนทั้งนั้นแหละ บอกมาว่าน้องสาวฉันอยู่ที่ไหน!" รณกรพุ่งเข้าใส่หมายจะตะครุบตัวคนร้าย แต่ทว่า... ทันทีที่ปลายนิ้วของเขาแตะโดนขอบปูน แรงระเบิดจากพลังงานไสยเวทก็สะท้อนกลับมาอย่างรุนแรงจนร่างของอดีตวิศวกรกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว เพลิงกัลป์พุ่งเข้ามาคว้าแขนรณกรไว้ได้ทัน ทว่าสีหน้าของจอมขมังเวทหนุ่มในยามนี้กลับเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ดวงตาคมกริมจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของคนร้ายสวมฮู้ด ก่อนจะอุทานออกมาด้วยความตกใจ "ระวัง! นั่นไม่ใช่ตัวจริง... มันคือร่างจำแลง!" สิ้นเสียงเตือน ร่างของคนร้ายเบื้องล่างก็สลายกลายเป็นกลุ่มควันสีดำสนิทพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ก้องกังวานไปทั่วตรอกแคบๆ ทันใดนั้น พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาก็ยุบตัวลงอย่างกะทันหัน แรงดึงดูดมหาศาลจากหลุมมิติที่เปิดออกอย่างไร้ที่มาดึงร่างของทั้งสองคนร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง รณกรคว้าขอบปูนไว้ได้ทันด้วยมือข้างหนึ่ง ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปคว้าข้อมือของเพลิงกัลป์ไว้แน่น ท่ามกลางความโกลาหลและเสียงกระซิบประหลาดนับร้อยที่ดังขึ้นรอบตัว หน้าจออุปกรณ์ EMF ในมือของรณกรกระพริบเตือนระดับความอันตรายขั้นสูงสุดสีแดงฉาน ก่อนที่หน้าจอจะดับวูบลงพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระบบภารกิจที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศด้วยแสงสีฟ้าสว่างวาบ [ แจ้งเตือนระบบภารกิจระดับ SSS: ตรวจพบจุดเชื่อมต่อมิติวิญญาณระดับสูง ย่านเมืองเก่าโซน B ] [ เงื่อนไขสำเร็จ: ค้นหาความจริงเบื้องหลังการหายตัวไปของ "รวินดา" ภายในเวลาจำกัด ] [ สถานะฉุกเฉิน: บอสลับแห่งอาคมโบราณ "ผู้เฝ้าประตูมรณะ" ได้ลืมตาตื่นขึ้นจากการหลับใหลเบื้องล่างแล้ว ] ฝากกดติดตามและเป็นกำลังใจให้การเดินทางอันมืดมนนี้ด้วยนะครับ เข็มทิศมองวิญญาณ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร่างทรงสายวิทย์กับคดีอาถรรพ์ที่ไร้คำตอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%