“ถ้าคุณยังเลือกที่จะใช้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาอธิบายเรื่อง ‘คนตายที่เดินได้’ ในคืนนี้ ผมเกรงว่าเราคงไม่ต้องคุยอะไรกันต่อแล้วล่ะครับ คุณรณกร”
เสียงทุ้มต่ำของเพลิงกัลป์แทรกผ่านความเงียบงันภายในห้องเก็บหลักฐานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นและฝุ่นละออง กองเอกสารคดีเก่าถูกวางระเกะระกะอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊คตัวใหญ่ แสงไฟสลัวจากหลอดฟลูออเรสเซนต์กะพริบถี่ๆ เหมือนจังหวะหัวใจที่เต้นผิดปกติ
รณกรชะงักมือที่กำลังหยิบแฟ้มคดีขึ้นมา เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสมาธิที่กระจัดกระจายไปกับภาพหลอนที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่—ภาพของเด็กชายตัวน้อยในชุดมอมแมมที่นั่งกอดเข่าอยู่ใต้ต้นไทรใหญ่ในความทรงจำที่เขาไม่เคยนึกถึงมาก่อน เด็กชายคนนั้นมีแววตาที่ว่างเปล่า ทว่าลึกซึ้งเกินกว่าเด็กทั่วไปจะพึงมี และที่สำคัญที่สุด... บนลำคอของเด็กคนนั้น มีรอยปานสีแดงรูปดวงตาที่เขาเพิ่งสังเกตเห็นเมื่อครู่ บนลำคอของเพลิงกัลป์ที่กำลังยืนกอดอกมองเขาอยู่ตรงหน้า
“ผมไม่ได้ปฏิเสธความจริงตรงหน้า” รณกรตอบกลับ น้ำเสียงเขาสั่นเครือเล็กน้อยแต่ยังคงความเยือกเย็นตามสัญชาตญาณวิศวกร “แต่ความจำนงของจิตใต้สำนึกมันไม่ใช่สิ่งที่ใช้ตรรกะวัดได้ทันที เพลิงกัลป์... คุณเคยไปที่สถานสงเคราะห์บ้านตะวันฉายเมื่อยี่สิบปีก่อนไหม”
เพลิงกัลป์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาคมกริบดุจมีดโกนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรณกร เขาไม่ได้ตอบในทันที แต่ก้าวเท้าเข้ามาใกล้จนรณกรสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม
“ทำไมคุณถึงถามเรื่องนั้น” เพลิงกัลป์เว้นจังหวะ “ความทรงจำที่หายไป บางครั้งก็หายไปเพราะมันเป็นคำสาป มากกว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญนะครับ”
รณกรกัดริมฝีปากแน่น ภาพในหัวเริ่มฉายชัดขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นควันไฟ กลิ่นดินเปียกชื้น และเสียงกระซิบที่ฟังไม่ได้ศัพท์ในวันนั้น วันที่เขาเสียการติดต่อกับน้องสาวไปตลอดกาล เขาจำได้ว่าในวินาทีที่เขากำลังจะวิ่งเข้าไปในอาคารที่ไฟกำลังลุกโชน มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งคว้าข้อมือเขาไว้ เด็กคนนั้นไม่ได้ดึงเขาออกมา แต่กลับกระซิบคำเดียวที่ฝังรากลึกอยู่ในสมองเขามาตลอด
*‘อย่ามองหาสิ่งที่ถูกสาปแช่งให้ลืม’*
“คุณคือคนนั้น” รณกรพึมพำ “คุณคือเด็กที่อยู่ในไฟนั่น”
เพลิงกัลป์นิ่งไป ราวกับรูปสลักหิน เขายกมือขึ้นสัมผัสรอยปานที่ลำคอ แววตาสั่นไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเช่นเดิม “ผมไม่ใช่เด็กคนนั้นอีกต่อไปแล้วครับ และการที่คุณจำผมได้ในตอนนี้ ไม่ใช่เรื่องดีเลยสักนิด... เพราะนั่นหมายความว่า ‘ประตูปิดตาย’ ที่ผมเคยลงอาคมไว้ในความทรงจำของคุณ กำลังจะพังทลายลง”
จังหวะนั้นเอง สัญญาณเตือนภัยจากอุปกรณ์ตรวจจับคลื่นพลังงานที่รณกรวางไว้บนโต๊ะก็แผดเสียงดังลั่น ตัวเลขบนหน้าจอวิ่งพล่านจนอ่านค่าไม่ได้ กราฟที่เคยนิ่งสนิทดีดตัวขึ้นเป็นเส้นตรงพุ่งทะลุขีดจำกัด กระจกหน้าต่างห้องเก็บหลักฐานสั่นสะเทือนรุนแรงราวกับมีแรงมหาศาลจากภายนอกพยายามจะกระแทกเข้ามา
“มันมาแล้ว” เพลิงกัลป์คำราม เขารีบคว้าพู่กันลงอาคมขึ้นมาจากกระเป๋าหนังข้างเอว สะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว แผ่นยันต์สีทองก็ลอยคว้างกลางอากาศ “คุณรณกร ถอยไปอยู่หลังเส้นวงเวทที่ผมเขียนไว้ ห้ามก้าวออกมาเด็ดขาด!”
“เกิดอะไรขึ้น! นี่มันความผิดปกติทางแม่เหล็กไฟฟ้า หรือว่า...”
“เลิกใช้ตรรกะวิทย์เฮงซวยนั่นเดี๋ยวนี้!” เพลิงกัลป์ตวาด เสียงของเขาเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่รณกรไม่เคยได้ยินมาก่อน “นี่ไม่ใช่เรื่องวิทยาศาสตร์ แต่มันคือ ‘การทวงคืน’ ของวิญญาณที่คุณเคยทำหายไปในอดีต!”
ทันใดนั้น ผนังห้องเก็บหลักฐานก็แตกร้าวออกเหมือนแก้วที่ถูกทุบด้วยค้อนเหล็ก เงามืดมิดที่หนาแน่นกว่าความมืดใดๆ ที่รณกรเคยเห็นค่อยๆ แทรกตัวผ่านรอยร้าวเข้ามา มันไม่ได้มาในรูปแบบวิญญาณทั่วไป แต่มันมาในรูปของโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น นับร้อยนับพันเส้นที่พุ่งตรงมาทางรณกรอย่างรวดเร็ว
รณกรเบิกตากว้าง เมื่อเขามองเห็นบางสิ่งที่อยู่หลังม่านเงานั้น—เด็กสาวคนหนึ่งที่ใบหน้าถูกบดบังด้วยผ้าพันแผลสีขาวที่ชุ่มไปด้วยคราบเลือดและรอยไหม้
“น้อง... น้องสาวผม?” เสียงของรณกรแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
“อย่ามองมัน!” เพลิงกัลป์พุ่งตัวเข้ามาขวางหน้าเขาพร้อมกับแผ่รัศมีอาคมสีเพลิง “นั่นไม่ใช่คน และไม่ใช่ความทรงจำ แต่มันคือเหยื่อที่เหลืออยู่ของคดีนี้!”
เสียงแหลมสูงกรีดร้องดังสนั่นจนหูของรณกรมีเลือดไหลซึม ในขณะที่หน้าจอระบบประเมินพลังงานที่เขาสวมไว้ที่ข้อมือสั่นรัว มันไม่แสดงค่าพลังปกติ แต่มันขึ้นข้อความเตือนสีแดงฉานที่ทำให้รณกรต้องใจหายวาบ
[คำเตือน: ตรวจพบตัวตนระดับตำนาน (Legendary Class: Forgotten Entity) ปรากฏตัวในระยะ 3 เมตร]
[ภารกิจระดับ SSS: รักษาสัญญาเลือดที่พันธนาการไว้ มิฉะนั้นผู้ครอบครองระบบจะถูกกลืนกินโดย 'ความว่างเปล่า' ภายใน 120 วินาที]
เงาร่างนั้นขยับเข้ามาใกล้จนแทบประชิดตัวรณกร เงามือที่ยาวผิดปกติยื่นออกมาคว้าคอเสื้อเขาไว้ พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังข้างหูราวกับน้ำแข็งทิ่มแทง...
*“ในที่สุด... ก็กลับมาหาเราเสียทีนะ พี่ชาย...”*
เพลิงกัลป์หันกลับมามองรณกรด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว แต่แฝงไปด้วยความเวทนา “คุณรณกร... ดูเหมือนว่าความทรงจำที่หายไปของพวกเราทั้งคู่ จะไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญเสียแล้วล่ะครับ เพราะดูเหมือนว่า ‘ตัวการใหญ่’ ที่อยู่เบื้องหลังคดีนี้ กำลังจะเผยตัวออกมาในวินาทีนี้แล้ว”
เงาดำนั้นแผ่ขยายปกคลุมทั่วทั้งห้อง และในวินาทีที่แสงไฟสุดท้ายดับลง รณกรก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก้าวเข้ามาภายในห้องที่ถูกปิดตายนี้... คนที่เขาจำได้แม่นยำว่าเป็นคนเดียวกันกับที่ปรากฏในบันทึกคดีฆาตกรรมที่เขาตามหามาตลอดสิบปี!
พบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
เข็มทิศมองวิญญาณ
ร่างทรงสายวิทย์กับคดีอาถรรพ์ที่ไร้คำตอบ•ตอนที่ 15
ความทรงจำที่หายไป
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร่างทรงสายวิทย์กับคดีอาถรรพ์ที่ไร้คำตอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!