กลิ่นอับชื้นของคราบน้ำมันเครื่องผสมผสานกับกลิ่นธูปหอมโบราณที่เผาไหม้ไม่หมดดอก ลอยอบอวลอยู่ภายในโกดังร้างหลังสถานีรถไฟเก่า บรรยากาศรอบตัวเงียบงันจนได้ยินเสียงหยดน้ำจากหลังคารั่วกระทบพื้นซีเมนต์เป็นจังหวะสม่ำเสมอ
รณกรยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกดัดแปลงอย่างพิถีพิถัน สายตาคมกริบกวาดมองผ่านแว่นเลนส์ใสเพื่อวิเคราะห์กระแสไฟฟ้าแรงดันสูงที่วิ่งผ่านสายไฟนับร้อยเส้น ซึ่งถูกโยงใยเข้ากับ “ยันต์เก้าทรชน” ลงอักขระด้วยหมึกผสมเลือดมนุษย์ มันคือการผสานกันอย่างบ้าคลั่งระหว่างวิศวกรรมไฟฟ้ากระแสสลับและศาสตร์มืดสายล่างที่หาดูได้ยากยิ่งในยุคปัจจุบัน
“คุณรณกร... ระวังครับ วงจรนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ตัดไฟอัตโนมัติ”
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของเพลิงกัลป์ดังขึ้นจากมุมมืดของโกดัง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมสีเข้มก้าวเท้าออกมาอย่างเงียบเชเชียบ มือหนากำกริชโบราณแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาคมกวาดมองไปรอบทิศทางด้วยความระแวดระวัง ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังประเมินภัยอันตรายในอาณาเขตของตน
รณกรไม่ได้หันกลับไปมองทันที เขายังคงใช้ไขควงวัดไฟแตะลงที่จุดเชื่อมต่อของหม้อแปลงไฟฟ้า หน้าจอแสดงผลดิจิทัลขนาดเล็กกระพริบถี่รัว ก่อนจะปรากฏค่าความต้านทานที่ผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด
“กระแสไฟฟ้ารั่วไหลลงดินผ่านเสาเข็มคอนกรีต... ไม่ใช่แค่การดึงพลังงานธรรมดาครับเพลิงกัลป์ คนที่ออกแบบระบบนี้กำลังใช้พลังงานจากโครงข่ายไฟฟ้าของเมือง เพื่อหล่อเลี้ยง ‘อาคมสะกดวิญญาณ’ ในรัศมีสามกิโลเมตร” รณกรเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับฉายแววเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด “นี่ไม่ใช่ฝีมือของพวกต้มตุ๋นตามข้างถนน แต่มันคือโครงสร้างทางไสยเวทที่มีระบบระเบียบและใช้ตรรกะขั้นสูง... เหมือนกับพิมพ์เขียวทางวิศวกรรมไม่มีผิด”
“และมันก็เป็นร่องรอยเดียวกับที่อาจารย์ของผมเคยใช้เมื่อสิบปีก่อน”
เพลิงกัลป์หยุดยืนเคียงข้าง แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดนีออนกะพริบสะท้อนบนใบหน้าครึ่งซีกของเขา แววตาของจอมขมังเวทหนุ่มไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทดังเดิม “อาจารย์ ‘ธน ภัทร” ผู้หายสาบสูญไปพร้อมกับคดีฆกรรมบูชายัญที่ยังปิดไม่ลง... ผมไม่คิดว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่ จนกระทั่งได้เห็นลายมือบนยันต์แผ่นนี้”
บรรยากาศภายในโกดังพลันเย็นเยียบลงอย่างกะทันหัน ลมพัดกรรโชกเข้ามาทางหน้าต่างที่แตกละเอียด ส่งผลให้กองกระดาษและเศษฝุ่นปลิวว่อน
รณกรหันขวับไปมองคู่หูหนุ่มทันที ความสงสัยที่สะสมมานานนับสัปดาห์ได้รับการยืนยัน แต่แทนที่จะรู้สึกโล่งใจ เขากลับสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่กำลังกรีดร้องอยู่ในอก ข้อมูลทุกชิ้นที่พวกเขาตามหา คดีปริศนาที่น้องสาวของเขาหายตัวไป และร่องรอยของพลังงานลึกลับ ทั้งหมดดูเหมือนจะถูกชักใยจากบุคคลเพียงคนเดียวมาโดยตลอด
“คุณหมายความว่า... อาจารย์ของคุณคือคนที่อยู่เบื้องหลังคดีทั้งหมดนี้อย่างนั้นหรือครับ?” รณกรเอ่ยถาม น้ำเสียงแม้จะยังคงความสุภาพและนุ่มนวล แต่กลับแฝงไปด้วยแรงกดดันที่ยากจะปฏิเสธ
เพลิงกัลป์ไม่ตอบทันที เขาหลับตาลงช้าๆ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังตีรวนอยู่ในอก ก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วพยักหน้าช้าๆ “ไม่ใช่แค่เบื้องหลังครับ... แต่เขาคือคนที่สร้าง ‘ระบบ’ นี้ขึ้นมาตั้งแต่แรก เพื่อจุดประสงค์บางอย่างที่เรายังคาดไม่ถึง”
ทว่า ในวินาทีที่ความจริงเริ่มกระจ่าง เสียงปรบมือเบาๆ แต่อบอุ่นและก้องกังวานก็ดังขึ้นจากความมืดมิดบริเวณชั้นลอยของโกดัง
*แปะ... แปะ... แปะ...*
ทั้งรณกรและเพลิงกัลป์ชะงักกึกพร้อมกัน ดวงตาทั้งสองคู่พุ่งตรงไปยังทิศทางของเสียงทันที ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสไตล์นักวิชาการดูภูมิฐาน ก้าวเดินลงมาจากบันไดเหล็กอย่างใจเย็น แว่นตากรอบทองสะท้อนแสงไฟสลัวเผยให้เห็นรอยยิ้มที่มุมปากอย่างผู้เหนือกว่า
“เก่งมาก... ทั้งวิศวกรผู้ยึดติดในตรรกะ และศิษย์รักผู้ดื้อรั้นที่สุดของฉัน”
เสียงทุ้มแหบพร่าแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้น ชายคนนั้นหยุดยืนอยู่ตรงหน้ากองวัตถุดิบทางไสยเวท ใบหน้าของเขาปรากฏริ้วรอยแห่งกาลเวลา แต่แววตากลับเปล่งประกายด้วยความเฉลียวฉลาดและอำนาจมืดที่น่าสะพรึงกลัว
เพลิงกัลป์ก้าวออกไปบังหน้ารณกรโดยสัญชาตญาณ มือขวากำกริชแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว “อาจารย์... ท่านยังไม่ตาย”
“ความตายเป็นเรื่องของคนอ่อนแอ เพลิงกัลป์” ธน ภัทรแย้มยิ้มกว้างขึ้น สายตาส่ายมองลูกศิษย์และชายหนุ่มแปลกหน้าด้วยความเอ็นดูระคนสมเพช “มนุษย์เรามักจะกลัวในสิ่งที่มองไม่เห็น แต่พวกเธอสองคนกลับพยายามเอา ‘วิทยาศาสตร์’ มาอธิบายเรื่องของจิตวิญญาณ ช่างน่าขันเสียจริง... คิดว่าการเข้าใจกระแสไฟฟ้าจะทำให้พวกเธอเข้าใจกฎแห่งกรรมได้งั้นหรือ?”
รณกรขยับแว่นเล็กน้อย สมองส่วนเหตุและผลประมวลผลสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว แม้บรรยากาศจะกดดันจนหายใจไม่ออก แต่เขากลับสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ข้อมือซ้ายของชายสูงวัย—สายไฟเบอร์ออปติกขนาดเล็กถูกเชื่อมต่อฝังอยู่ใต้ผิวหนัง พร้อมกับแผงวงจรควบคุมขนาดจิ๋วที่กระพริบแสงสีแดงเป็นจังหวะ
*ไม่ใช่แค่อาคม... แต่นี่คือการผสานร่างระหว่างมนุษย์กับระบบปัญญาประดิษฐ์โบราณ!*
รณกรสูดหายใจเข้าลึก เตรียมเอ่ยปากเตือนเพลิงกัลป์ถึงความผิดปกตินี้ แต่ทว่า ก่อนที่คำพูดใดจะหลุดจากริมฝีปาก หน้าจอสมาร์ตโฟนในกระเป๋าเสื้อของรณกรก็สั่นเตือนขึ้นมาอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน
*[ระบบตรวจพบพลังงานระดับ SSS: ร่างต้นแบบโครงข่าย ‘วิญญาณจักรกล’ เริ่มต้นทำงาน 100%]*
*[คำเตือน: เป้าหมายระยะประชิดคือน้องสาวของคุณ — กำลังส่งสัญญาณชีพจากชั้นใต้ดินใต้เท้าของท่าน]*
รณกรเบิกตากว้าง ความเย็นวาบแล่นพล่านไปทั่วสันหลังเมื่อตระหนักได้ว่า... พวกเขาไม่ได้มาเพื่อตามหาความจริง แต่กำลังเดินเข้าสู่กรงข่ายที่ถูกเตรียมไว้ต้อนรับตั้งแต่ต้น
แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
เข็มทิศมองวิญญาณ
ร่างทรงสายวิทย์กับคดีอาถรรพ์ที่ไร้คำตอบ•ตอนที่ 14
ศิษย์ทรยศ
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร่างทรงสายวิทย์กับคดีอาถรรพ์ที่ไร้คำตอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!