ร่างทรงสายวิทย์กับคดีอาถรรพ์ที่ไร้คำตอบ•ตอนที่ 13

โรงพยาบาลร้างหลังเขา

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
กลิ่นอับของตำราโบราณผสมผสานกับกลิ่นชาจีนชั้นดีลอยวนอยู่ในห้องทำงานทึบทึบ แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสีส้มสลัวสาดกระทบกรอบแว่นสายตาของรณกร เขากำลังใช้ปลายนิ้วไล่กวาดสายตาไปตามแผนผังโครงสร้างของโรงพยาบาลร้างหลังภูเขาไฟดับสนิทแห่งนั้น ข้อมูลทางวิศวกรรมโยธาและบันทึกเหตุการณ์ประหลาดเมื่อยี่สิบปีก่อนถูกกางแผ่หลาอยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มขยับแว่นเล็กน้อยด้วยความเงียบงัน ขณะที่สมองส่วนเหตุและผลพยายามประมวลผลตัวเลขและสถิติการทรุดตัวของอาคารที่ดูอย่างไรก็มีความผิดปกติทางโครงสร้างซ่อนอยู่ "คุณกำลังใช้ตรรกะของฟิสิกส์ไปวัดสิ่งที่แม้แต่แรงโน้มถ่วงยังต้องยอมจำนนนะครับ คุณรณกร" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เพลิงกัลป์นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้สักมุมห้อง ใบหน้าคมคายภายใต้เงาสลัวยังคงนิ่ง  เขากำลังใช้ปลายนิ้ววนรอบขอบถ้วยกระเบื้องเคลือบอย่างใช้ความคิด สายตาคมกริบมองลอดผ่านความมืดไปยังแผนที่แผ่นนั้นด้วยความระแวดระวัง รณกรละสายตาจากกระดาษ หันมามองสหายร่วมทางที่ร่วมฟันฝ่าความลับดำมืดมาด้วยกัน "ต่อให้เป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ มันก็ต้องมีจุดเริ่มต้นในทางกายภาพครับเพลิงกัลป์ อาคารห้าชั้นที่สร้างขึ้นด้วยมาตรฐานวิศวกรรมยุค 90 ไม่มีทางพังทลายลงมาพร้อมกันทุกด้านในเวลาสามวินาทีได้โดยไม่มีรอยร้าวเตือนล่วงหน้า เว้นเสียแต่ว่า..." "เว้นเสียแต่ว่า มีบางอย่างใต้พื้นดินพยายามดันมันขึ้นมา" เพลิงกัลป์ต่อประโยคให้ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่นัยน์ตากลับไหววับ "และนั่นคือเหตุผลที่เราต้องมาหาอาจารย์ของผมในคืนนี้" ประตูไม้สักบานใหญ่เปิดออกอย่างแผ่วเบา ไร้ซึ่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดรบกวน ชายชราในชุดผ้าฝ้ายสีดิบก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชเชียบ ใบหน้าของท่านเต็มไปด้วยร่องوยแห่งกาลเวลา แต่ดวงตาทั้งสองข้างยังคงทอประกายล้ำลึกราวกับมองทะลุปรอดจิตใจของมนุษย์ได้ อาจารย์เมธา... ปรมาจารย์ผู้เรืองอาคมแห่งสำนักบูรพา ผู้ซึ่งเพลิงกัลป์เคารพรักดั่งบิดาคนที่สอง และเป็นบุคคลเดียวที่กุมกุญแจสำคัญไขปริศนาคดีอาถรรพ์ที่เชื่อมโยงกับร่องรอยของน้องสาวรณกร "ลมอะไรหอบพวกเธอมาดึกดื่นเช่นนี้" อาจารย์เมธาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงแหบพร่าแต่มั่นคง ท่านกวาดสายตาคมกริบมองรณกรเป็นอันดับแรก ก่อนจะหยุดอยู่ที่แผนผังโรงพยาบาลร้างบนโต๊ะ "อืม... โรงพยาบาลร้างเขต 7 สินะ กลิ่นอายความตายตรงนั้นมันเข้มข้นเสียจนข้าได้กลิ่นโชยมาถึงนี่ตั้งแต่พวกเธอเลี้ยวรถเข้ามาแล้ว" รณกรลุกขึ้นโค้งศีรษะให้อย่างนอบน้อมตามวิสัยทัศน์ของสุภาพบุรุษ "ผมต้องขออภัยที่มารบกวนยามวิกาลครับอาจารย์ พอดีผมมีเรื่องจำเป็นต้องหาคำตอบเกี่ยวกับโครงสร้างทางไสยเวทที่ซ้อนทับกับเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่นั่น ซึ่งผมเชื่อว่ามันเชื่อมโยงกับคดีที่ผมกำลังตามหาอยู่" อาจารย์เมธายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ท่านเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน วางมือเหี่ยวย่นลงบนแผนที่แผ่นนั้น รังสีพลังงานบางเบาแผ่ออกมาจากปลายนิ้วของท่านจนกระดาษแผ่นนั้นสั่นไหวเล็กน้อย "เธอเป็นคนมีตาแต่เลือกที่จะปิดมันไว้ รณกร" อาจารย์เมธาเอ่ยเสียงเรียบ "วิทยาศาสตร์ให้เหตุผลกับสิ่งที่ตาเห็น แต่ไสยเวทอธิบายสิ่งที่หัวใจสัมผัสได้ โรงพยาบาลแห่งนั้นไม่ได้ร้างเพราะคนหนีตาย... แต่มันร้างเพราะ 'สิ่งนั้น' ขับไล่พวกเขากลับออกไปต่างหาก อาคารที่พวกเธอกำลังจะไปสำรวจ มันไม่ใช่สิ่งก่อสร้างของมนุษย์ตั้งแต่แรกแล้ว" เพลิงกัลป์ขยับตัวลุกขึ้นยืนเคียงข้างสหาย "อาจารย์หมายความว่าอย่างไรครับ หรือว่า..." "ใช่" อาจารย์เมธาหันไปมองหน้าศิษย์เอก แววตาฉายความกังวลอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก "ใต้รากฐานของโรงพยาบาลหลังนั้น มี 'เขตอาคมปิดผนึกโบราณ' ถูกฝังไว้เมื่อร้อยปีก่อนเพื่อสะกดบางสิ่งที่มีจิตอาฆาตสูงสุดเอาไว้ แต่เมื่อยี่สิบปีก่อน มีคนกลุ่มหนึ่งพยายามขุดเจาะพื้นที่เพื่อสร้างตึก โดยไม่รู้เลยว่าพวกเขากำลังทำลายอักขระตัวสุดท้าย" รณกรขบกรามแน่น สมองส่วนวิศวกรพยายามคำนวณข้อมูลในหัวอย่างรวดเร็ว หากมีเขตอาคมจริง การทรุดตัวของอาคารก็ไม่ใช่ความล้มเหลวทางโครงสร้าง แต่มันคือปฏิกิริยาตอบสนองของอาคมที่พยายามดีดตัวกลับเมื่อถูกรบกวน! "แล้วน้องสาวของผม..." รณกรเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย พยายามควบคุมความรู้สึกที่อัดแน่นในอก "เธอหายตัวไปในคืนที่ตึกนั้นถล่มพอดี... เธอเกี่ยวข้องอะไรกับเขตอาคมนั้นหรือเปล่าครับอาจารย์" อาจารย์เมธาถอนหายใจยาว แววตาฉายความเห็นใจระคนเคร่งเครียด ท่านหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกจากอกเสื้อ มันคือแผ่นโลหะโบราณสลักอักขระขավค่อมลึกลงไป เนื้อโลหะเย็นเฉียบจนรณกรสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านผ่านอากาศมาถึงตัว "นี่คือแผ่นชนวนที่ลูกศิษย์ของข้าไปเก็บกู้มาจากซากตึกเมื่อยี่สิบปีก่อน และบนแผ่นนี้..." อาจารย์เมธาพลิกด้านหลังให้ดู รอยสลักลายมือชื่ออันคุ้นตาปรากฏเด่นชัด "มีลายมือของน้องสาวเธอสลักไว้ก่อนที่เธอจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที รณกรนิ่งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาหลังกรอบแว่นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกผสมความเจ็บปวด ความจริงที่เขาตามหามาตลอดหลายปีเริ่มปรากฏเค้าโครงชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แต่มันกลับเต็มไปด้วยอันตรายที่เกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะรับมือไหว เพลิงกัลป์เอื้อมมือมาแตบเบาๆ ที่บ่าของรณกร เป็นการส่งผ่านพลังและความมั่นคงในยามที่สหายกำลังเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย "เราต้องไปที่นั่นครับรณกร คืนนี้... ก่อนที่พระจันทร์จะตรงหัว" อาจารย์เมธาพยักหน้ารับช้าๆ "จำไว้... โรงพยาบาลร้างหลังเขาแห่งนั้นไม่ได้มีแค่พวกเรา ความมืดที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นกำลังรอคอยเหยื่อรายใหม่ที่จะเข้าไปเติมเต็มพลังให้กับมัน" ทันใดนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของรณกรก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกัน เสียงแจ้งเตือนระบบสืบสวนคดีลี้ลับที่เขาพัฒนาขึ้นเพื่อวิเคราะห์ความผิดปกติของพลังงานรอบตัวดังขึ้น "ติ๊ด!" หน้าจอแสดงผลข้อความแจ้งเตือนระดับสีแดงฉาน พร้อมกับพิกัด GPS ที่พุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลร้างหลังเขาแบบเรียลไทม์ และสิ่งที่ทำให้ทั้งสามคนต้องชะงักงัน คือภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดรอบอาคารที่ถูกส่งเข้ามาใหม่สดๆ ร้อนๆ ร่างของเด็กสาวคนหนึ่งในชุดเสื้อแจ็คเก็ตสีดำกำลังเดินผ่านหน้าซากประตูตึกอย่างเชื่องช้า... และเธอกำลังหันหน้ามามองตรงมายังเลนส์กล้อง พร้อมกับรอยยิ้มที่จำแนกไม่ออกว่าเป็นรอยยิ้มของคนหรือวิญญาณ! "รณกร..." เพลิงกัลป์อุทานเสียงต่ำ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อสังเกตเห็นบางอย่างในภาพ "นั่น...รอยสักรูปอักขระที่ข้อมือซ้ายของเธอ... มันกำลังเรืองแสงสีเลือด!" แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ เข็มทิศมองวิญญาณ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร่างทรงสายวิทย์กับคดีอาถรรพ์ที่ไร้คำตอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%