ร่างทรงสายวิทย์กับคดีอาถรรพ์ที่ไร้คำตอบ•ตอนที่ 4

รอยเท้าไร้ตัวตน

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
กลิ่นเหม็นเน่าของซากพืชผสมกับสารเคมีระเหยจับตัวกันแน่นในโพรงจมูก จนรณกรต้องยกหลังมือขึ้นกดขอบหน้ากากกรองอากาศ N95 ให้แนบสนิทกับสันจมูกมากยิ่งขึ้น แสงไฟฉายคาดหัวส่องกราดผ่านคราบเขม่าสีดำที่เกาะกราบกรานอยู่บนผนังคอนกรีตเสริมเหล็กของโรงงานทอผ้าเก่าแห่งนี้ มันคือหลักฐานทางกายภาพที่ยังหลงเหลือจากเหตุเพลิงไหม้เมื่อสามปีก่อน ทว่าสิ่งที่เรากำลังค้นหาในค่ำคืนนี้ไม่ใช่ร่องรอยของอัคคีภัย หากแต่เป็นรอยเท้าคู่หนึ่ง—รอยเท้าที่ทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า “เป็นไปไม่ได้” “อุณหภูมิรอบตัวลดลงสามองศาเซลเซียสในเวลาไม่ถึงสิบวินาที” เสียงทุ้มต่ำของเพลิงกัลป์ดังขึ้นทำลายความเงียบงัน ชายหนุ่มในชุดเสื้อคลุมสีเข้มก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้ากองโครงเหล็กบิดเบี้ยว ดวงตาคมกริบภายใต้เงาหมวกฮู้ดกวาดมองไปรอบพื้นที่ว่างเปล่า ซึ่งเคยเป็นจุดพบศพแรกของเหยื่อเคราะห์ร้าย ในมือของเขาถือแผ่นไม้สักทองสลักอักขระโบราณที่เริ่มเปล่งประกายแสงสีชาดจางๆ ตัดกับความมืดมิด รณกรดึงแท็บเล็ตกันกระแทกออกจากกระเป๋าคาดหน้าอก นิ้วเรียวเปิดโปรแกรมจำลองภาพสามมิติที่ประมวลผลมาจากสแกนเนอร์เลเซอร์รอบทิศทาง หน้าจอแสดงภาพโครงร่างของจุดเกิดเหตุ พร้อมเส้นกราฟฟิกจำลองวิถีการเคลื่อนที่ของวัตถุ “ผมคำนวณตามหลักฟิสิกส์แล้วนะเพลิง” รณกรเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเคร่งเครียด “พื้นตรงนี้ถูกปกคลุมด้วยชั้นฝุ่นหนากว่าสองมิลลิเมตรมานานหลายปี ไม่มีทางที่น้ำหนักระดับมนุษย์จะเดินเหินผ่านโดยไม่ทิ้งรอยยุบตัวของมวลฝุ่นแม้แต่น้อย แต่ผลการสแกนด้วยคลื่นความถี่ต่ำกลับพบการกดทับของมวลสารบางอย่างที่มีน้ำหนักเทียบเท่าคนจริง... ย้ำว่าเดินวนรอบศพถึงสามรอบ ก่อนจะหายวับไปตรงมุมเสาต้นนั้นอย่างไร้ร่องรอย” เพลิงกัลป์ไม่ได้ตอบทันที เขาก้มลงคุกเข่าข้างหนึ่ง ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ หลับตาลงช้าๆ เพื่อเพ่งกระแสจิตรับรู้คลื่นพลังงานตกค้างที่มนุษย์ปรกติมองไม่เห็น ในโลกของวิทยาศาสตร์ รณกรคือวิศวกรผู้เชื่อมั่นในแรงโน้มถ่วงและกฎเทอร์โมไดนามิกส์ แต่ในโลกของไสยเวทที่เพลิงกัลป์ยืนหยัด รอยเท้านั้นชัดเจนยิ่งกว่ารอยเลือด—มันคือรอยเท้าของ ‘ภูตรับใช้’ ที่ถูกชักใยด้วยอาคมสายดำระดับสูง “ไม่ใช่แค่มนุษย์เดินดินหรอกครับรณกร” เพลิงกัลป์ลืมตาขึ้น ชัยภูมิรอบตัวคล้ายจะมืดทึบลงไปอีกขั้นเมื่อสายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านช่องหน้าต่างที่แตกละเอียด “รอยเท้านี้ไม่ได้กดลงจากบนพื้น แต่มัน ‘เหยียบย่างลงมาจากอากาศด้านบน’... มันคืออาคมสะกดรอยที่ใช้ดวงวิญญาณของผู้ตายมาเป็นสะพานเชื่อม” รณกรขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ภาพบันทึกกล้องวงจรปิดในคดีของน้องสาวเมื่อหลายปีก่อนผุดขึ้นมาในหัว สมัยนั้นตำรวจสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่เขากลับพบร่องรอยการเผาไหม้ที่ผิดธรรมชาติและคราบเขม่าที่เรียงตัวเป็นรูปวงกลมประหลาด—รูปแบบเดียวกันกับที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าในโรงงานร้างแห่งนี้ไม่มีผิดเพี้ยน ความจริงที่ว่าวิทยาศาสตร์อาจอธิบายทุกอย่างไม่ได้ เริ่มกัดกินความเชื่อมั่นในตรรกะที่เขายึดถือมาตลอดชีวิตทีละน้อย “ถ้ามันไม่ใช่คน แล้วมันคืออะไร อาคมชนิดไหนที่สามารถเคลื่อนย้ายมวลสารผ่านอากาศได้โดยไม่ทิ้งรอยกระแทก” รณกรถามต่อ น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดที่พยายามควบคุมไว้ภายใต้กรอบของนักวิชาการ “อาคม ‘ปักษาทมิฬ’ ของสำนักเงาพยัคฆ์” เพลิงกัลป์ตอบเสียงเรียบ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับเก็บแผ่นไม้สักเข้าใต้สาบเสื้อ “คนที่จะใช้วิชานี้ได้ต้องแลกมาด้วยอายุขัย และต้องมี ‘ร่างทรง’ คอยรับแรงกระแทกแทนสังขารของมันเอง... พูดง่ายๆ คือ สิ่งที่เรากำลังตามหา ไม่ได้มีแค่ผีร้าย แต่มี ‘คนเป็น’ คอยชักใยอยู่เบื้องหลังเพื่อเก็บกวาดพยานในคดีนี้ทั้งหมด” บรรยากาศภายในโรงงานร้างพลันอึดอัดขึ้นอย่างฉับพลัน ราวกับออกซิเจนในอากาศถูกสูบออกจนหมดสิ้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับเหล็กกล้ากระทบพื้นคอนกรีตดังขึ้นแว่วๆ จากชั้นสองของอาคาร ทั้งรณกรและเพลิงกัลป์ต่างชะงัก รณกรยกปืนพกขึ้นปลดเซฟด้วยความรวดเร็วตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ขณะที่เพลิงกัลป์ยกมือขึ้นห้ามปรามเบาๆ สีหน้าของจอมขมังเวทหนุ่มเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่พุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ “มันรู้ว่าเรากำลังแกะรอย” เพลิงกัลป์กระซิบเตือน “เตรียมตัวให้ดี… แขกที่ไม่ได้รับเชิญมาถึงแล้ว” ทันใดนั้น หลอดไฟฉุกเฉินเก่าคร่ำครึที่ติดอยู่บนเพดานซึ่งควรจะพังไปนานแล้ว กลับติดสว่างวาบขึ้นมาด้วยกระแสไฟสีแดงฉานสลับกับเสียงช็อตดังเปรี๊ยะ แสงไฟสาดส่องกระทบเข้ากับร่างเงาดำทะมึนร่างหนึ่งที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงขอบระเบียงชั้นสอง ร่างนั้นไร้ใบหน้า มีเพียงดวงตาสสีแดงก่ำคู่นั้นที่จ้องมองตรงมายังรณกรด้วยความอาฆาตมาดร้าย พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของทั้งคู่—เสียงที่รณกรจำได้แม่นยำยิ่งกว่าเสียงของตัวเอง เพราะมันคือเสียงเดียวกันกับในคืนวันที่น้องสาวของเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย! *** ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไขปริศนากับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร่างทรงสายวิทย์กับคดีอาถรรพ์ที่ไร้คำตอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%