แรงกระชากของเพลิงกัลป์รุนแรงเสียจนข้อศอกของรณกรกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะทำงานไม้สักอย่างจัง ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาถึงหัวไหล่ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากต่อว่า แรงลมเฮือกใหญ่ก็พัดกรรโชกผ่านหน้าต่างห้องเช่าชั้นสี่จนกระจกบานเกล็ดสั่นระรัว ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่มีแม้แต่ลมเอื่อยๆ
"หมอบลง! มีบางอย่างกำลังตื่นขึ้นมาจากใต้พื้นดิน!"
เสียงตะโกนนั้นไม่ได้เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก หากแต่เป็นโทนเสียงต่ำลึกที่ฉาบไว้ด้วยความเร่งรีบและเด็ดขาด รณกรซึ่งผ่านการฝึกฝนสัญชาตญาณการเอาตัวรอดในไซต์งานก่อสร้างมาหลายปี ร่างกายขยับไปตามกล้ามเนื้อและความคุ้นชินก่อนที่สมองจะทันประมวลผล เขาทิ้งตัวลงหมอบราบกับพื้นปูนซีเมนต์เย็นเฉียบ ทว่าดวงตาสีเข้มยังคงเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อสายตา
ตู้เก็บเอกสารเหล็กที่ตั้งอยู่มุมห้องสั่นสะเทือน เสียงโลหะเสียดสีกันดังเอี๊ยดอาร์ดราวกับมีมือที่มองไม่เห็นพยายามฉีกมันออกเป็นชิ้นๆ อุณหภูมิภายในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ลมหายใจของพวกเขากลายเป็นไอสีขาวจางๆ ในพริบตา
"คุณ... พูดเรื่องอะไร พื้นดินห้องนี้เทด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กหนาฟุตกว่า แรงสั่นสะเทือนระดับนี้ถ้าไม่ใช่แผ่นดินไหว ก็ต้องเกิดจากการระเบิดใต้ดิน... แต่มันไม่มีคลื่นปฐพี..." รณกรพยายามใช้หลักการทางฟิสิกส์มาหักล้างความหวาดกลัวที่กำลังคืบคลานเข้ามาในอก แต่เสียงของเขากลับขาดห้วงเมื่อพื้นปูนใต้ร่างเริ่มสั่นพับๆ ราวกับมันกำลังอ่อนยวบลงกลาย เป็นโคลนดูด
"วิทยาศาสตร์อธิบายเรื่องแรงโน้มถ่วงและโครงสร้างได้ดีครับคุณรณกร แต่ 'มัน' ไม่สนใจว่าคุณจะใช้สูตรคำนวณไหน" เพลิงกัลป์ทรุดตัวลงนั่งยองๆ ในท่าเตรียมพร้อม มือขวาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมหยิบวัตถุตะ국สีดำสนิทออกมา มันคือด้ายสายสิญจน์ถักเปียแน่นหนาที่เปื้อนคราบอะไรบางอย่างคล้ายขี้ผึ้งสีเข้ม กลิ่นฉุนของกำยานและสมุนไพรโบราณโชยเข้าเตะจมูกทันที
เพลิงกัลป์ไม่ได้มองหน้าเขา สายตาคมกริบคู่นั้นจดจ้องไปยังจุดเดียวกัน—เงาสะท้อนจากกระจกเงาบานใหญ่ที่ติดอยู่ผนังห้องตรงข้าม
ณ จุดนั้นเอง ที่รณกรต้องกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ
แม้ในความเป็นจริง พวกเขากำลังหมอบอยู่กับพื้น แต่วัตถุและเงาในกระจกกลับไม่เป็นไปตามกฎของฟิสิกส์ เงาสะท้อนของโต๊ะ เก้าอี้ และตัวพวกเขาเองในกระจกกำลังขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ รอยยิ้มบิดเบี้ยวจนฉีกถึงใบหูปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเงาในกระจก ดวงตาคู่เดิมที่ควรจะเป็นสีดำสนิท กลับเรืองแสงสีแดงก่ำราวกับถ่านไฟที่ถูกลมเป่า
*"...หนี... ไม่พ้น..."*
เสียงกระซิบแหบพร่าดังมาจากทุกทิศทุกทาง เสียงนั้นก้องกังวานอยู่ภายในกะโหลกศีรษะของรณกรโดยตรง ไม่ใช่ผ่านทางแก้วหู สมองส่วนการรับรู้ของอดีตวิศวกรส่งสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉาน ระบบตรรกะในหัวพยายามปฏิเสธภาพตรงหน้า แต่มันปฏิเสธไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ในเมื่อความเย็นเยือกของมือที่มองไม่เห็นกำลังไต่ไล่ขึ้นมาจากข้อเท้าของเขา
"ตั้งสติครับ! อย่ามองตาเงานั้น!" เพลิงกัลป์ตบมือลงบนไหล่ของรณกรอย่างแรง พลังงานอุ่นวาบแผ่ซ่านผ่านฝ่ามือเข้ามาช่วยตัดขาดความเชื่อมโยงระหว่างจิตของรณกรกับภาพสะท้อนในกระจก รณกรสะดุ้งสุดตัว หายใจหอบถี่ หน้าผากชุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬ
นี่คือการเผชิญหน้ากับสิ่งลี้ลับครั้งแรกในชีวิตที่เขาไม่สามารถหาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์มารองรับได้ มันคือความจริงอันโหดร้ายที่เขาพยายามหลบหนีมาตลอดหลายปี—สัมผัสพิเศษที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดและพยายามปฏิเสธมาโดยตลอด กำลังถูกกระชากให้ตื่นขึ้นด้วยความรุนแรง
"มัน... มันคืออะไร ทำไมมันถึงตามผมมา?" รณกรเค้นเสียงถาม ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธปนหวาดกลัว เขารักษาความนิ่งสงบได้ดีเยี่ยมในสถานการณ์คับขัน แต่นี่ไม่ใช่ปัญหาที่ไขควงหรือเครื่องมือวัดระดับความเครียดจะแก้ไขได้
"ไม่ใช่แค่ตามคุณหรอกครับ... แต่มันกำลังรอให้คุณ 'ยอมรับ' ต่างหาก" เพลิงกัลป์ตอบเสียงเรียบ ขณะเดียวกันก็สะบัดด้ายสายสิญจน์ในมือออกไปข้างหน้า เส้นด้ายสีดำพุ่งแหวกอากาศราวกับมีชีวิต พันธนาการเข้ากับกรอบกระจกบานนั้นทันทีที่มันส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน
เพลิงกัลป์หันมามองหน้าเขา แววตาของจอมขมังเวทหนุ่มไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความมุ่งมั่นและคำถามที่ไม่อาจเอ่ยเป็นคำพูด รณกรตระหนักได้ทันทีว่า ระหว่างเขาและชายแปลกหน้านี้ มีชะตากรรมบางอย่างผูกร้อยเข้าด้วยกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ผ่านคดีปริศนาที่พรากน้องสาวของเขาไป
ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ ประตูห้องเช่าไม้เก่าๆ ก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เสียงบานพับหักดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วทางเดิน
ร่างของหญิงสาวในชุดพนักงานออฟฟิศคนเดิม—คนที่เดินขึ้นบันไดมาพร้อมกับรอยยิ้มแปลกๆ เมื่อสิบนาทีที่แล้ว—ก้าวเข้ามาในห้อง ทว่ากิริยาท่าทางของเธอกลับเปลี่ยนไปสิ้นเชิง ศีรษะเอียงพับไปด้านข้างเกือบเก้าสิบองศา ดวงตาสองข้างขาวโพลนไร้แววตา และที่น่ากลัวที่สุดคือ ลำคอของเธอมีรอยนิ้วมือสีดำช้ำประทับอยู่รอบวง ราวกับเพิ่งถูกใครบางคนบีบรัดจนขาดใจตายมาหมาดๆ
"ระวัง!" เพลิงกัลป์คำรามในลำคอ พร้อมกับดึงตัวรณกรให้หลบพ้นจากการพุ่งเข้าจู่โจมด้วยกรงเล็บแหลมคมที่งอกยาวออกมาจากปลายนิ้วของหญิงสาวผู้ถูกสิงสู่
หญิงสาวคนนั้นส่งเสียงคำรามในลำคอคล้ายสัตว์ป่า เธอหันขวับมามองรณกรด้วยรอยยิ้มสยดสยอง ก่อนจะเอ่ยชื่อที่ทำให้อดีตวิศวกรหนุ่มเลือดในกายเย็นเฉียบลงถึงขั้วหัวใจ
*"...พี่รณ... ช่วยหนูด้วย..."*
รณกรเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เสียงนั้น... เป็นเสียงของน้องสาวของเขาที่หายสาบสูญไปเมื่อสามเดือนก่อน!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในดินแดนแห่งความลับและตรรกะนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ร่างทรงสายวิทย์กับคดีอาถรรพ์ที่ไร้คำตอบ•ตอนที่ 2
เงาในกระจก
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร่างทรงสายวิทย์กับคดีอาถรรพ์ที่ไร้คำตอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!