หยาดฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่งในค่ำคืนนี้ไม่ได้ชะล้างความอัปมงคลออกไป หากแต่มันกำลังทำหน้าที่หล่อเลี้ยงไอหมอกสีเทาดำที่แผ่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดินซีเมนต์เก่าๆ ของลานร้างหลังโรงงานอุตสาหกรรม แรงดันอากาศที่ลดต่ำลงจนทำให้หูอื้อผสมผสานกับกลิ่นอับของสนิมและธูปหอมราคาถูก ทำให้บรรยากาศรอบตัวกดทับลงบนแผ่นอกจนแทบหายใจไม่ออก
"รณกร... ทางซ้าย!"
เสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิทของเพลิงกัลป์ตะโกนแทรกเสียงคำรามของสายฟ้าฟาดลงมาเบื้องล่าง ร่างในชุดเสื้อคลุมสีเข้มเปียกโชกไปด้วยน้ำฝน แต่สายตาคมกริบของจอมขมังเวทหนุ่มยังคงจับจ้องอยู่ที่ใจกลางลานพิธี ซึ่งร่างของหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายถูกตรึงไว้ด้วยสลักเหล็กอาคมสี่ทิศ เลือดสีคล้ำไหลรินหยดลงตามร่องน้ำที่ถูกขุดขึ้นเป็นยันต์กลบทิศทาง
รณกรกัดฟันแน่น มือข้างหนึ่งกำเครื่องมือวัดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (EMF Meter) ที่หน้าจอตอนนี้พุ่งทะยานจนตัวเลขตีรันพันตูเกินขีดจำกัด สัญชาตญาณทางวิศวกรรมบอกเขาว่า โครงสร้างพลังงานตรงหน้ากำลังเกิด "การลัดวงจร" ในระดับจิตวิญญาณ หากปล่อยให้วงจรนี้ครบสมบูรณ์ แรงระเบิดจากการดึงดวงวิญญาณนับร้อยดวงเข้ามาอัดแน่นในจุดเดียว จะสร้างคลื่นกระแทกที่ทำลายล้างทุกชีวิตในรัศมีกิโลเมตรได้อย่างแน่นอน
"พลังงานตรงเสาหลักทิศตะวันตกกำลังจะโอเวอร์โหลดครับเพลิงกัลป์!" รณกรตะโกนแข่งกับเสียงฝน ขณะที่ร่างกายต้องฝืนต้านทานแรงโน้มถ่วงประหลาดที่พยายามดึงรั้งข้อเท้าเขาไว้ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นนับร้อยพยายามฉุดลากลงสู่ดิน
"มันกำลังเร่งพิธีเพราะรู้ว่าเรามาขวาง" เพลิงกัลป์ก้าวเท้าสืบไปข้างหน้าอย่างมั่นคง นิ้วเรียวยาวสะบัดออก ปล่อยยันต์กระดาษสีเหลืองฉานพุ่งแหวกสายฝนปักลงที่ฐานเสาหลัก แต่มันกลับถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงสีครามที่ลุกโชนขึ้นมาจากพื้นดินทันทีที่สัมผัส "อาคมสายดำสายนี้แข็งแกร่งเกินกว่าที่คิด... มันใช้แรงอาฆาตของคนทั้งโรงงานเป็นตัวหนุนหลัง"
รณกรหรี่ตาลง สมองที่ผ่านการฝึกฝนด้วยตรรกะและโครงสร้างทางวิศวกรรมเริ่มคำนวณหาจุดอ่อน ท่ามกลางความมืดมัวและควันธูป เขาสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง—กระแสไฟจากหม้อแปลงสำรองของโรงงานที่อยู่ใกล้ที่สุดกำลังถูกดึงมาใช้เป็นพลังงานกระตุ้นพิธีกรรม นี่ไม่ใช่แค่ไสยเวทโบราณ แต่มันคือการ "ประยุกต์" เอาพลังงานไฟฟ้าผสานเข้ากับอาคมอาถรรพ์ เป็นความวิปริตทางวิทยาศาสตร์และไสยศาสตร์ที่ถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
"เพลิงกัลป์... คอยคุ้มกันผมสามสวินาที!" รณกรประกาศกร้าว ไม่รอคำอนุญาต ร่างอดีตวิศวกรพุ่งทะยานฝ่าสายฝนตรงไปยังตู้ควบคุมไฟฟ้าแรงสูงที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมกำแพง
เพลิงกัลป์ไม่เอ่ยคำปฏิเสธ ชายหนุ่มหมุนตัวกลับ สะบัดมือวาดอักขระกลางอากาศ เกิดเป็นโล่พลังงานสีทองอร่ามต้านทานคลื่นกระแทกที่พุ่งสวนออกมาจากแท่นพิธี เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะทำให้เพลิงกัลป์ต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว มุมปากมีคราบเลือดสีสดไหลซึมออกมาแต่แววตากลับยิ่งดุดันขึ้น
"อยากลองดีนักใช่ไหมไอ้พวกเดรัจฉานวิชา" เพลิงกัลป์พึมพำเบาๆ ก่อนจะกัดปลายนิ้วตัวเองแล้วปาดลงบนฝ่ามือ เกิดเป็นแสงสว่างวาบรูปยันต์โบราณที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม
ทางด้านรณกร เขากระโจนเข้าประชิดตู้ควบคุมไฟฟ้า ฝาเหล็กขึ้นสนิมถูกงัดออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี สายไฟระโยงระยางส่งเสียงช็อตเปรี๊ยะปร๊ะท่ามกลางสายฝน หยดน้ำที่ไหลเข้าสู่แผงวงจรทำให้เกิดประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบเป็นระยะ รณกรไม่สนใจความเสี่ยงที่จะถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตจนร่างไหม้เกรียม มือทั้งสองข้างเอื้อมไปจับสายไฟหลักสองเส้นที่เชื่อมต่อกับแท่นพิธี
"ถ้ามองในแง่ฟิสิกส์... พลังงานย่อมมีการไหลกลับเสมอ"
รณกรสูดหายใจเข้าลึก ใช้วิชาชีพที่เคยร่ำเรียนมาผสานเข้ากับสัมผัสพิเศษที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอดชีวิต มือที่สัมผัสสายไฟเริ่มเปล่งแสงสีขาวนวล เป็นพลังงานปฐมภูมิที่เกิดจากการตื่นรู้ภายใน ร่างกายของเขาสั่นเทาเมื่อกระแสจิตวิญญาณและกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านชนกันอย่างรุนแรง ภาพความทรงจำของน้องสาวที่หายตัวไปแวบเข้ามาในหัว แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะอ่อนแอ
*เปรี้ยง!*
รณกรดึงสายไฟสองเส้นเข้าหากันอย่างแรง เกิดการลัดวงจรครั้งใหญ่ที่ส่งกระแสไฟย้อนกลับไปทำลายแผงวงจรควบคุมที่แท่นพิธีกลางลาน เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังสะท้อนก้องออกมาจากความว่างเปล่า คลื่นพลังงานสีดำที่กำลังพวยพุ่งสู่อากาศแตกสลายกลายเป็นละอองสีเทาก่อนจะจางหายไปในสายฝน
ร่างของหญิงสาวที่ถูกตรึงไว้ร่วงหล่นลงสู่อ้อมแขนของเพลิงกัลป์ที่พุ่งเข้าไปรับไว้ได้ทันท่วงที ทั่วทั้งลานพิธีกลับคืนสู่ความเงียบสงบ มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนของชายหนุ่มทั้งสองคนที่ดังแข่งกับเสียงฝนที่ค่อยๆ ซาลง
รณกรทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นน้ำ มือข้างหนึ่งยันพื้นไว้เพื่อพยุงร่างที่ไร้เรี่ยวแรง เหงื่อกาฬไหลผสมกับหยดน้ำฝนจนแยกไม่ออก เขามองผลงานตรงหน้าด้วยความโล่งอก ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าจอแสดงผลขนาดเล็กในหัวของเขากลับกะพริบถี่รัว พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในโสตประสาทอย่างกะทันหัน—ไม่ใช่เสียงจากระบบภารกิจทั่วไป แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อน
[ตรวจพบการเชื่อมต่อเครือข่ายลึกลับ... แหล่งกำเนิด: ใต้ดินระดับ -3]
[คำเตือน: รหัสลับถูกปลดล็อกโดยบุคคลที่สาม "ผู้เฝ้ามอง" ได้รับทราบพิกัดของคุณแล้ว]
[ระบบกำลังดาวน์โหลดข้อมูลความทรงจำส่วนที่หายไป... 10%... 50%...]
รณกรเบิกตากว้างเมื่อภาพความทรงจำที่ถูกลบเลือนไปเกี่ยวกับวันที่น้องสาวหายตัวไปผุดขึ้นมาในหัวอย่างรวดเร็ว—ไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุ และไม่ใช่เพราะฝีมือของคนธรรมดา แต่เป็นเงาร่างของชายสวมหน้ากากอนามัยคนหนึ่ง ที่ยืนยิ้มอยู่เบื้องหลังความตายทั้งหมดนี้
และที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กำลังก้าวเดินขึ้นมาจากท่อระบายน้ำใต้ดินเบื้องล่าง มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่มันคือเสียงของบางสิ่งที่เพิ่งถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน
"เพลิงกัลป์..." รณกรเอ่ยเรียกเพื่อนร่วมทางด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย ขณะหันไปมองหน้าคู่หูที่กำลังมีสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน "ใต้เท้าเรา... มีบางอย่างกำลังขึ้นมา"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนานี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
- เข็มทิศมองวิญญาณ
ร่างทรงสายวิทย์กับคดีอาถรรพ์ที่ไร้คำตอบ•ตอนที่ 18
แสงสุดท้าย
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร่างทรงสายวิทย์กับคดีอาถรรพ์ที่ไร้คำตอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!