ร่างทรงสายวิทย์กับคดีอาถรรพ์ที่ไร้คำตอบ•ตอนที่ 19

ร่องรอยของน้องสาว

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
"วางมีดลงเดี๋ยวนี้... นายไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าใคร ตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม" เสียงของรณกรเยือกเย็นทว่ามั่นคง เขาไม่ได้ก้าวถอยหลังแม้แต่น้อย แม้คมมีดสั้นอาคมในมือของชายร่างผอมแห้งตรงหน้าจะสั่นระริกราวกับใบไม้ต้องลม ฝุ่นละอองที่ลอยคละคลุ้งในห้องใต้ดินของโรงงานร้างแห่งนี้บดบังทัศนวิสัย แต่สัมผัสที่หกของเขากลับทำงานหนักหน่วงจนปวดขมับ มันกำลังร้องเตือนถึงกลิ่นอายของความตายที่ไม่ได้มาจากชายคนนี้ แต่มันมาจาก 'บางอย่าง' ที่ซ่อนอยู่ในเงามืดเบื้องหลัง เพลิงกัลป์ยืนนิ่งสงบอยู่ด้านหลังรณกร ฝ่ามือของเขาวางลงบนบ่าของวิศวกรหนุ่มเบาๆ เป็นสัญญาณว่าเขากำลังกางเขตอาคมคุ้มกันชั้นนอกไว้แล้ว ดวงตาคมปลาบของจอมขมังเวทกวาดมองไปรอบห้องที่เต็มไปด้วยกองเอกสารและวัตถุทางไสยศาสตร์ที่ถูกวางทิ้งไว้ราวกับห้องทดลองของคนคลั่ง "อย่าเข้ามานะ! พวกแกไม่เข้าใจ... คนพวกนั้นไม่ได้ต้องการแค่ 'ร่าง' แต่พวกมันต้องการ 'ตัวตน' ของน้องสาวแก!" ชายปริศนาแผดเสียงตอบกลับ ดวงตาของเขาแดงก่ำและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ดูเหมือนจะไม่ได้มีต่อรณกร แต่มีต่อ 'บางสิ่งที่เหนือกว่า' รณกรนิ่งไปชั่วอึดใจ สมองเชิงวิศวกรของเขาประมวลผลคำว่า 'ตัวตน' อย่างรวดเร็ว มันไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่มันคือข้อมูล บันทึกความจำ และรหัสพันธุกรรมที่ถูกนำไปใช้ในกระบวนการบางอย่างที่เขาไม่เคยจินตนาการถึง "ถ้าเธอสำคัญขนาดนั้น แล้วทำไมเธอถึงอยู่ที่นี่... ในที่แบบนี้" รณกรถาม พลางขยับเท้าเข้าไปอีกครึ่งก้าว สายตาของเขาเหลือบไปเห็นกองผ้าสีขาวหม่นที่ถูกทิ้งไว้ข้างแท่นพิธีชั่วคราวในมุมมืด หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เมื่อแสงจากไฟฉายคาดหัวสะท้อนกระทบกับชิ้นส่วนผ้าที่คุ้นตา มันคือเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนตัวเดิมที่รินรดา น้องสาวของเขา สวมใส่ในวันที่หายตัวไป กระดุมเม็ดที่สามหลุดหายไปครึ่งหนึ่ง ร่องรอยการฉีกขาดที่ชายเสื้อบ่งบอกถึงการต่อสู้ที่รุนแรง "ริน..." รณกรพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือแต่แฝงด้วยโทสะที่พยายามสะกดกลั้น เขาไม่ได้มองชายตรงหน้าอีกต่อไป ร่างกายพุ่งเข้าหากองผ้าสีหม่นนั้นทันที มือสั่นเทาหยิบเสื้อตัวนั้นขึ้นมา กลิ่นจางๆ ของน้ำหอมที่น้องสาวชอบใช้ยังคงติดอยู่ แม้จะถูกกลบด้วยกลิ่นอับชื้นและกลิ่นธูปเหม็นไหม้ "มันสายไปแล้วรณกร" เพลิงกัลป์เอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงของเขามีร่องรอยของความเวทนา "เสื้อตัวนี้ไม่ได้ถูกทิ้งไว้ในฐานะของดูต่างหน้า แต่มันถูกทิ้งไว้ในฐานะ 'เปลือก' ที่ไม่มีค่าแล้ว" "หมายความว่ายังไง" รณกรหันกลับมา แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความโศกเศร้าที่อ่อนแออีกต่อไป แต่เป็นแววตาของผู้ล่าที่กำลังเข้าตาจน ชายร่างผอมหัวเราะร่าด้วยความเสียสติ เขาไม่ได้สนใจมีดในมืออีกต่อไปแล้ว เขาทรุดตัวลงนั่งกับพื้นพลางชี้ไปที่กำแพงคอนกรีตว่างเปล่าด้านหลัง "แกคิดว่าวิทยาศาสตร์กับไสยศาสตร์มันแยกกันงั้นเหรอ? ผิด! พวกมันคือเรื่องเดียวกัน... การพรากจิตวิญญาณเพื่อไปบรรจุลงในภาชนะใหม่ที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นมา... น้องสาวแกไม่ได้ถูกฆ่า แต่เธอถูก 'ย้าย' ไปแล้ว!" วินาทีนั้นเอง กองทัพเงาดำที่เกาะกลุ่มกันอยู่บนเพดานก็เริ่มขยับตัว ราวกับได้รับคำสั่งจากเสียงกรีดร้องนั้น อากาศในห้องลดอุณหภูมิลงจนเกิดเป็นไอเย็นยะเยือก เสียงฝีเท้าที่ไม่มีตัวตนย่ำลงบนพื้นคอนกรีตดังก้องไปทั่วห้อง มันไม่ใช่ฝีเท้าเดียว แต่มันเป็นเสียงของคนนับสิบที่ก้าวเข้ามาหาพวกเขาจากทุกทิศทาง รณกรคว้าเครื่องวัดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (EMF Meter) ขึ้นมา เข็มของเครื่องดีดตัวจนสุดขีดก่อนจะระเบิดเสียงเตือนดังลั่นจนน่าเวียนหัว ไม่ใช่แค่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แต่มันคือพลังงานวิญญาณที่เข้มข้นจนเครื่องมือวัดแบบเดิมๆ ไม่สามารถประมวลผลได้ "เพลิงกัลป์... เตรียมรับมือ" รณกรเค้นเสียงสั่ง จอมขมังเวทหนุ่มพยักหน้า มือข้างหนึ่งหยิบยันต์มหาอุดขึ้นมาแปะลงบนอากาศที่ว่างเปล่า เกิดเป็นกำแพงแสงสีทองสว่างวาบ แต่สิ่งที่ปรากฏขึ้นหลังแสงนั้นทำให้หัวใจของรณกรแทบหยุดเต้น ไม่ใช่ผีร้าย ไม่ใช่สมุนของคนร้าย... แต่เป็นร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่กลางวงล้อม แสงไฟสลัวเผยให้เห็นใบหน้าที่เขาถวิลหามาตลอดครึ่งปี รินรดา ยืนนิ่งสนิท ดวงตาของเธอว่างเปล่า ไร้ซึ่งประกายชีวิต แต่นิ้วมือของเธอกลับขยับรัวราวกับกำลังพิมพ์รหัสลับบางอย่างลงบนอากาศ ทว่า สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือเงาที่ยืนอยู่ด้านหลังเธอ เงาขนาดมหึมาที่มีรูปร่างผิดเพี้ยนไปจากมนุษย์ มันไม่ได้มีใบหน้า แต่มันกลับมี 'ดวงตา' นับร้อยคู่ที่ลืมขึ้นพร้อมกันบนผิวหนังทั่วร่าง ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่รณกรพยายามปฏิเสธมาตลอดชีวิตก็ดังขึ้นในหัวของเขา... เสียงที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยินในวินาทีที่ความเป็นความตายอยู่แค่เอื้อม [คำเตือนระบบ: ตรวจพบระดับพลังงานภัยพิบัติระดับ SSS - 'ผู้กักขังดวงวิญญาณ' ปรากฏตัว] [เงื่อนไขภารกิจ: จบชีวิตหรือจบสิ้น... ทางเลือกของวิศวกรผู้ข้ามผ่านสัมผัสพิเศษ] [เป้าหมาย: กู้คืนจิตวิญญาณที่ถูกแยกส่วน หรือยอมรับชะตากรรมที่ไม่อาจแก้ไข] ร่างของรินรดาค่อยๆ หันมาหาพี่ชายของเธอ มุมปากของเธอขยับขึ้นเป็นรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวเกินกว่าจะเป็นมนุษย์ ก่อนที่เธอจะเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่ไม่ใช่ของเธอ "พี่... ช่วยเอาตัวหนู... ออกไปจากที่นี่ที..." ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของรณกรและเพลิงกัลป์มาจนถึงบรรทัดนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ เข็มทิศมองวิญญาณ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร่างทรงสายวิทย์กับคดีอาถรรพ์ที่ไร้คำตอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%