ร่างทรงสายวิทย์กับคดีอาถรรพ์ที่ไร้คำตอบ•ตอนที่ 6

เสียงกระซิบจากใต้ดิน

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
กลิ่นอับชื้นของดินเหนียวผสมปูนซีเมนต์ใหม่ตีเข้าจมูกทันทีที่รณกรก้าวพ้นขอบประตูรั้วเหล็กดัดของบ้านเลขที่ 88/9 ในโครงการหมู่บ้านจัดสรรหรูย่านชานเมือง ป้ายหน้าโครงการยังคงขึ้นตัวอักษรทองเหลืองเงางามว่า *“พฤกษาธานี พาร์ค”* ทว่าบรรยากาศภายในกลับเงียบสงบราวกับป่าช้า บ้านทุกหลังปิดม่านทึบสนิท ไม่มีแม้แต่เสียงเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเสียงพูดคุยของมนุษย์หลุดรอดออกมา “รอยเล็บที่พื้นปูนหน้าบ้านหลังนั้น... ไม่ใช่ฝีมือของสุนัขแน่ครับคุณรณกร” เพลิงกัลป์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะยืนไขว่ห้างพิงกับเสาไฟหน้าบ้าน ร่างสูงในชุดเสื้อคลุมสีเข้มทอดสายตาไปยังพื้นคอนกรีตหน้าบ้านหลังมุมที่เกิดเหตุ ซึ่งมีรอยขูดขีดลึกยาวราวกับถูกของมีคมขนาดใหญ่กระชากซ้ำๆ จนเนื้อปูนหลุดรุ่ย รณกรไม่ตอบทันที นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือยางสีขาวยกขึ้นดันกรอบแว่นสายตา เลนส์แว่นสะท้อนแสงไฟฉายแรงสูงสาดส่องลงบนพื้นดิน เขาคุกเข่าลงช้าๆ ใช้ตลับเมตรวัดความลึกของรอย พร้อมกับดึงเครื่องมือวัดคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (EMF Meter) ออกมาจากกระเป๋าคาดเอว หน้าจอ LCD ขนาดเล็กส่งเสียงเตือนเบาๆ *ติ๊ด... ติ๊ด...* ก่อนที่ตัวเลขจะพุ่งกระโดดจากค่ามาตรฐาน 0.3 ไมโครเทสลา ไปแตะระดับ 4.8 อย่างรวดเร็ว “สนามแม่เหล็กในจุดนี้มีความผิดปกติสูงถึงสิบหเท่าตัว” รณกรพึมพำกับตัวเองด้วยสีหน้าเคร่งเครียด สมองส่วนวิศวกรพยายามประมวลผลหาเหตุผลทางกายภาพ “ไม่มีสายไฟแรงสูงพาดผ่าน ไม่มีท่อส่งก๊าซใต้ดิน... แต่ทำไมค่าฟลักซ์แม่เหล็กถึงปั่นป่วนในบริเวณรัศมีสามเมตรจากจุดนี้เท่านั้น” “คุณกำลังพยายามหาคำตอบทางวิทยาศาสตร์ให้กับดินแดนที่ถูกสาปแช่งด้วยอาคมดินกลืนร่างนะครับ” เพลิงกัลป์ก้าวเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะลงบนพื้นดินบริเวณนั้นเบาๆ ทันใดนั้น เปลวเพลิงสีครามจางๆ ก็ลุกวาบขึ้นที่ปลายนิ้วก่อนจะมอดดับลงอย่างรวดเร็ว “วิญญาณของคนที่ถูกฝังทั้งเป็นใต้รากฐานของโครงการนี้กำลังตื่นขึ้น พวกเขาไม่ได้ต้องการความยุติธรรม... พวกเขาต้องการตัวแทน” รณกรหันไปมองสหายร่วมทาง สายตาของทั้งคู่ประสานกัน ความเงียบงันชั่วขณะหนึ่งทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด แม้รณกรจะเป็นคนประเภทที่เชื่อมั่นในตรรกะและหลักการทางวิทยาศาสตร์ แต่ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาที่เขาต้องร่วมมือกับจอมขมังเวทหนุ่มเพื่อตามหาเบาะแสของน้องสาวที่หายตัวไปในคดีลักษณะเดียวกันนี้ ทำให้เขาเรียนรู้ที่จะยอมรับความจริงข้อหนึ่ง—โลกใบนี้มีกฎเกณฑ์บางอย่างที่เกินกว่าฟิสิกส์นิวเคลียร์จะอธิบายได้ “ถ้าที่นี่คือหลุมฝังศพสาธารณะตามที่คุณเพลิงกัลป์สันนิษฐาน เอกสารการขออนุญาตจัดสรรที่ดินและการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์เจ้านี้จะต้องมีพิรุธ” รณกรลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นที่เข่า “ผมตรวจสอบโฉนดที่ดินย้อนหลังสามสิบปีพบว่า ที่ดินแปลงนี้เคยเป็นป่าช้าเก่าและที่ดินรกร้างของตระกูลขุนนางเก่าที่ล่มสลายไปหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่จู่ๆ ก็มีการกว้านซื้อและเปลี่ยนมืออย่างรวดเร็วก่อนจะถมดินสร้างบ้านจัดสรรราคาแพง” “โฉนดที่ดินอาจจะถูกกฎหมายในโลกของมนุษย์... แต่ในโลกของวิญญาณ เส้นเขตแดนถูกตีSเส้นด้วยเลือดและกระดูก” เพลิงกัลป์กล่าวเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัว “และดูเหมือนว่า... เจ้าของบ้านหลังนี้ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อคืนก่อน จะไม่ได้ตายด้วยโรคหัวใจอย่างที่ตำรวจสรุปสำนวนคดีหรอกครับ” ทั้งคู่เดินลึกเข้าไปในตัวบ้านที่มืดสนิท กลิ่นอายความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านผ่านผิวเนื้อจนขนลุกชัน รณกรเปิดไฟฉายคาดหัว แสงสีขาวนวลส่องกระทบกับสภาพภายในห้องโถงที่ข้าวของกระจัดกระจายราวกับมีการต่อสู้กันอย่างรุนแรง โต๊ะรับแขกไม้สักทองคว่ำคะเมน กรอบรูปครอบครัวแตกละเอียด เศษกระจายเกลื่อนพื้น ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของอดีตวิศวกรหนุ่มกลับไม่ใช่ร่องรอยการรื้อค้น แต่เป็นรอยเท้าเปื้อนโคลนสีดำที่เดินจากหน้าต่างบานเกล็ดตรงเข้าไปยังห้องนอนใหญ่ชั้นล่าง และไม่มีรอยเดินกลับออกมาเลย รณกรหยิบตลับใส่ตัวอย่างผงโคลนขึ้นมา ใช้ไม้พายตักเศษโคลนบนพื้นใส่หลอดทดลองขนาดเล็กอย่างระมัดระวัง “โคลนชนิดนี้มีความชื้นสูงและมีค่าความเป็นกรดด่าง (pH) สูงกว่าปกติ แตกต่างจากดินลูกรังที่ใช้ถมหมู่บ้านอย่างสิ้นเชิง... มันคือดินจากก้นบึงโบราณหรือดินจากก้นหลุมฝังศพจริงๆ” “ระวังตัวด้วยครับ” เพลิงกัลป์เอ่ยเตือนเสียงกระซิบ มือหนาคว้าข้อมือของรณกรไว้แน่น พร้อมกับชักกริชโบราณเล่มเล็กออกจากฝักที่เหน็บไว้ที่เอว ประกายคมกริบสะท้อนกับแสงไฟฉายวาวโรจน์ กริ๊ดดด—! เสียงกรีดแหลมสูงราวกับเสียงของสตรีที่กำลังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังสะท้อนก้องมาจากชั้นสองของบ้าน แรงสั่นสะเทือนระดับริกเตอร์ย่อมๆ ทำให้โคมไฟระย้าคริสตัลกลางเพดานแกว่งไกวและร่วงลงมาแตกกระจายเสียงดังเพล้ง! เศษแก้วคมกริบคumกระเด็นเฉียดใบיของรณกรไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร “เสียงมาจากห้องนอนใหญ่ชั้นสอง” รณกรสบถเบาๆ ก่อนจะก้าวเท้าพรวดพราดไปยังบันไดไม้ เพลิงกัลป์พยายามจะรั้งไว้แต่ไม่ทัน จอมขมังเวทหนุ่มจึงต้องสาวเท้าตามขึ้นไปด้วยความเร็วสูง บรรยากาศรอบตัวในยามวิกาลของบ้านหลังนี้บีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก ผนังบ้านเริ่มมีละอองไอน้ำเกาะพราว และมีกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพโชยตีตลบอบอวลจนแสบจมูก เมื่อทั้งสองคนพังประตูห้องนอนชั้นสองเข้าไป แสงไฟฉายสาดส่องไปยังกลางห้อง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้รณกรถึงกับต้องชะงักฝีเท้า หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความตกตะลึง กลางห้องนอนที่ปิดทึบ ปรากฏร่างของหญิงสาวในชุดเดรสสีขาวนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงนอนที่ชุ่มโชกไปด้วยของเหลวสีดำคล้ายน้ำมันดิบ ผิวหนังทั่วร่างของเธอซีดเผือดและมีรอยแตกแห้งราวดินแล้งน้ำ เส้นผมยาวสยายแผ่เต็มฟูกที่นอน และที่น่าตกใจที่สุดคือ รอบตัวเธอมีสายสิญจน์สีแดงฉานถักทอเป็นลวดลายอักขระโบราณ ล้อมรอบเตียงไว้เป็นวงกลมราวกับกำลังกักขังบางสิ่งไม่ให้หลุดรอดออกมา “นี่มัน... ค่ายกลสะกดวิญญาณโบราณ” เพลิงกัลป์พึมพำ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ “ไม่ใช่ฝีมือของวิญญาณเร่ร่อนธรรมดา แต่มีใครบางคนกำลังใช้ร่างของเธอเป็น ‘สะพานเชื่อม’ เพื่อดึงบางอย่างขึ้นมาจากใต้ดิน” รณกรสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ สมองส่วนวิศวกรเริ่มทำงานแข่งกับเวลา เขากวาดสายตามองไปรอบห้องจนไปสะดุดตากับแผงวงจรควบคุมระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Home Control Panel) ที่ติดตั้งอยู่ข้างผนัง หน้าจอดิจิทัลสีฟ้ากำลังกระพริบถี่ๆ และแสดงข้อความเตือนแปลกประหลาดที่ไม่มีอยู่ในระบบมาตรฐานทั่วไป *“SYSTEM ERROR: SECTOR 4 - UNDERGROUND CHAMBER UNLOCKED”* *(ข้อผิดพลาดของระบบ: ภาคผนวกที่ 4 - ห้องใต้ดินถูกปลดล็อก)* “คุณเพลิงกัลป์... บ้านหลังนี้ไม่ได้มีแค่ชั้นล่างกับชั้นสอง” รณกรหันไปบอกสหายร่วมทาง น้ำเสียงจริงจังระคนตื่นเต้น “แปลนบ้านต้นฉบับที่ผมแอบคัดลอกมาจากสำนักงานเขตระบุว่า ใต้ฐานรากของห้องนอนนี้มีห้องนิรภัยขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ก่อนถมดิน... มันคือห้องใต้ดินที่ถูกปิดตาย และตอนนี้... ระบบระบายอากาศของห้องนั้นกำลังเปิดทำงาน” ก่อนที่เพลิงกัลป์จะทันได้เอ่ยปากทักท้วงอะไรเพิ่มเติม พื้นไม้ปาร์เกต์ใต้เตียงนอนก็เกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรง เสียงครูดครวญของไม้และเหล็กกล้าดังสนั่นหวั่นไหวราวกับมีเครื่องจักรกลขนาดมหึมา1กำลังทำงานอยู่ใต้พื้นดิน ร่างไร้ชีวิตของหญิงสาวบนเตียงถูกกระชากลอยขึ้นกลางอากาศด้วยแรงดึงดูดปริศนา ก่อนที่ร่างนั้นจะค่อยๆ จมดิ่งทะลุพื้นไม้หายลับไปต่อหน้าต่อตา! พรึบ! ไฟฟ้าทั่วทั้งบ้านดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดสนิทกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างเหลือเพียงความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว ทันใดนั้น หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของรณกรก็สั่นครืดคราดขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความอัตโนมัติจากเบอร์ปริศนาที่ไม่มีชื่อผู้ส่ง รณกรหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู แสงสีฟ้าจากหน้าจอสะท้อนใบิ่งที่ซีดเผือดของเขา ข้อความสั้นๆ บนหน้าจอทำเอาลมหายใจของเขาติดขัดในลำคอ *[ระบบตรวจพบเป้าหมาย: รหัสลับ "N-07" อยู่ในรัศมี 10 เมตรใต้ฝ่าเท้าของคุณ... ยินดีต้อนรับกลับบ้าน พี่ชาย]* ——————————————— ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากับพวกเรามา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร่างทรงสายวิทย์กับคดีอาถรรพ์ที่ไร้คำตอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%