ร่างทรงสายวิทย์กับคดีอาถรรพ์ที่ไร้คำตอบ•ตอนที่ 7

อาคมตัดขาด

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
"อย่าขยับเด็ดขาดครับรณกร ถ้าคุณก้าวเท้าซ้ายออกไปอีกเพียงมิลลิเมตรเดียว กระดูกสันหลังของคุณจะถูกดึงออกจากร่างผ่านช่องว่างมิติในอากาศทันที" น้ำเสียงของเพลิงกัลป์ไม่ได้ดังเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะหยุดลมหายใจของผมให้สะดุดลงได้ทันที กลิ่นคาวสนิมเหล็กคลุ้งกระจายผสมปะปนกับกลิ่นหอมหวานเอียนชวนคลื่นไส้ของดอกไม้สีชาดที่บานสะพรั่งอยู่เต็มพื้นห้องใต้ดินของตึกร้างแห่งนี้ แสงไฟฉายคาดหัวของผมสาดส่องกระทบเข้ากับเส้นด้ายสีแดงฉานนับร้อยเส้นที่ขึงโยงใยยุ่งเหยิงราวกับใยแมงมุมยักษ์ ทุกเส้นสั่นระริกด้วยความถี่สูงจนเกิดเสียงหึ่งต่ำๆ ในโสตประสาท คลื่นพลังงานไสยเวทบีบอัดตัวกันแน่นจนผิวหนังบริเวณแขนของผมลุกชันด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง นี่ไม่ใช่กลลวงทางจิตวิทยา และไม่ใช่ภาพลวงตาที่อธิบายได้ด้วยฟิสิกส์สมัยใหม่ ในฐานะอดีตวิศวกรโครงสร้าง ผมเชื่อมั่นในตัวเลข แรงตึง ความเค้น และความเครียดของวัสดุมาตลอดชีวิต แต่ในวินาทีนี้ สมการทางคณิตศาสตร์ทั้งหมดในหัวกลับพังทลายลงไม่เป็นท่า เมื่อผมตระหนักได้ว่าเส้นด้ายสีแดงพวกนั้นกำลังใช้ "กฎทางเรขาคณิตต้องห้าม" ของยันต์โบราณ เพื่อฉีกกระชากมิติอากาศให้กลายเป็นใบมีดที่พร้อมจะตัดผ่านเนื้อหนังและกระดูกของผมได้ทุกเมื่อ "ผม... ผมไม่ทันสังเกตเห็นโครงสร้างแรงดันของมัน" ผมพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น ขณะที่เม็ดเหงื่อกาฬไหลย้อยลงมาตามขมับ หยดลงกระทบกับพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ "ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกครับ" เพลิงกัลป์ก้าวเข้ามาใกล้ขอบเขตอันตรายอย่างระมัดระวัง ดวงตาคมกริบภายใต้เงาสลัวสำรวจความซับซ้อนของค่ายกลตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ "อาคมตัดขาดชุดนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อดักจับวิญญาณ แต่มันถูกออกแบบมาเพื่อทำลาย 'สะพานเชื่อม' ระหว่างกายเนื้อกับจิตวิญญาณโดยเฉพาะ คนที่วางกับดักนี้... รู้ว่าคุณกำลังตามหาอะไร และมันจงใจล่อให้คุณเดินเข้ามาติดกับในจุดที่เปราะบางที่สุด" คำพูดของเพลิงกัลป์ทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบ ภาพความทรงจำสีจางของน้องสาวที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยผุดขึ้นมาในหัว สมองของผมประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน หากนี่คือการต้อนรับ... มันช่างเป็นต้อนรับที่รุนแรงและมีเจตนาฆ่าอย่างชัดเจน "แล้วเราจะแก้เกมนี้ยังไงครับ" ผมถาม พยายามรักษาความนิ่งสงบตามสัญชาตญาณของคนเคยผ่านงานสนาม แม้ว่าสัญชาตญาณดิบภายในจะกรีดร้องให้วิ่งหนีสุดชีวิตก็ตาม "ถอยหลังไม่ได้ครับ แรงเหวี่ยงจากอาคมจะดึงคุณเข้าไปทันทีถ้าเราขยับผิดจังหวะ มีทางเดียว..." เพลิงกัลป์ถอดเสื้อคลุมสีเข้มออกเผยให้เห็นแผ่นอกกว้างที่มีรอยสักอักขระโบราณสีดำสนิท ซึ่งบัดนี้กำลังเรืองแสงสีชาดขึ้นมาทีละน้อยอย่างน่าสะพรึงกลัว "ผมต้องใช้เขตอาคมของผมเข้าหักดิบกับโครงสร้างพลังงานตรงนั้น แต่คุณต้องช่วยผมคำนวณ 'จุดอับสายตา' ของค่ายกลจากมุมมองทางเรขาคณิตที่คุณถนัดที่สุด" รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของจอมขมังเวทหนุ่ม แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด แต่แววตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นที่ส่งผ่านมาถึงผมอย่างประหลาด นี่คือความเติบโตในมิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน ผ่านการเผชิญหน้ากับความตายมาหลายครั้งหลายหน จากคนแปลกหน้าที่มองโลกคนละขั้ว กลายมาเป็นแนวหน้าและแนวหลังที่ต้องฝากชีวิตไว้ในมือของกันและกัน "ตกลงครับ" ผมสูดหายใจเข้าลึก ผมหลับตาลงเสี้ยววินาทีเพื่อขับไล่ความหวาดกลัวออกไป จากนั้นจึงลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยประกายตาที่คมกลา เลิกมองมันเป็นอาคมไสยเวทที่ไร้เหตุผล แล้วมองมันให้เป็น 'โครงสร้างทางกลศาสตร์' ที่มีจุดอ่อนซ่อนอยู่ "มองจากองศาที่สิบสอง... จุดเชื่อมต่อของด้ายเส้นกลางซ้ายมีความหนาแน่นของพลังงานต่ำที่สุด เพราะมันถูกบังคับให้รับแรงดึงจากเสาหลักด้านหลังมากเกินไป!" ผมโพนทะนาบอกข้อมูลออกไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ "รับทราบครับ!" เพลิงกัลป์ไม่รอช้า เขาพุ่งทะยานเข้าประชิดเขตอันตราย สองมือประสานอินทร์มือร่ายคาถาอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงลมกรรโชกวูบใหญ่ อาคมสีทองอร่ามพวยพุ่งออกจากฝ่ามือของเขาเข้าปะทะกับเส้นด้ายสีแดงเพลิงอย่างจัง เสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับภูตผีดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องใต้ดิน แรงกระแทกมหาศาลซัดร่างของผมจนเซถอยหลังไปหลายก้าว แสงสว่างวาบเจิดจ้าบาดตาจนผมต้องยกแขนขึ้นป้องกัน ทว่าในเสี้ยววินาทีที่เสียงระเบิดทางพลังงานสงบลง... กลิ่นอายความตายที่กดทับอยู่เมื่อครู่กลับมลายหายไปจนหมดสิ้น ผมหอบหายใจหนักหน่วง มองภาพตรงหน้าด้วยความโล่งอก ค่ายกลอาคมตัดขาดถูกทำลายลงจนราบคาบ พื้นห้องเต็มไปด้วยเศษขี้เถ้าสีดำที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นด้ายอาคมอันตราย แต่ทว่า... ความเงียบงันที่ตามมากลับไม่ได้นำพาความปลอดภัยมาให้ "รณกร... อย่าเพิ่งขยับ" น้ำเสียงของเพลิงกัลป์เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่ความตื่นตระหนก แต่เป็นความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปถึงกระดูกสันหลัง ดวงตาของเขากำลังจ้องมองไปยังผนังปูนเปลือยเบื้องหลังซากค่ายกล ซึ่งบัดนี้รอยแตกร้าวลึกกำลังขยายตัวออกเป็นวงกว้าง ครกด... ครกด... เสียงลั่นของคอนกรีตดังขึ้นราวกับมีบางสิ่งกำลังพยายามดันตัวออกมาจากด้านหลังกำแพงหนาทึบ และก่อนที่เราจะทันได้ตั้งตัว ผนังปูนนับสบอร์ดก็พังทลายลง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาสูงตระหง่านที่ปกคลุมด้วยไอหมอกสีดำทมิฬ ดวงตาสสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่เราสองคนด้วยรังสีอำมหิตที่รุนแรงยิ่งกว่าสิ่งใดที่เคยเจอมา และที่น่าตกใจที่สุดคือ... บนหน้าอกของเงาร่างนั้น มีสร้อยคอรูปเฟืองวิศวกรรมเก่าคร่ำคร่าห้อยอยู่ ซึ่งเป็นเส้นเดียวกับที่น้องสาวของผมสวมใส่ในวันสุดท้ายก่อนที่เธอจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนากับพวกเรามา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร่างทรงสายวิทย์กับคดีอาถรรพ์ที่ไร้คำตอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%