รสละมุนอุ่นไอรัก ณ ไร่สุขในวันวาน•ตอนที่ 19

ขยายกิจการห้องอาหารเคลื่อนที่

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"ถ้าพวกแกยังกล้าหักหัวคิวค่าอาหารของคนงานฉันอีกแม้แต่หยวนเดียว ฉันจะให้ทหารจากค่ายมาช่วยตรวจบัญชีรายรับรายจ่ายย้อนหลังสามปีเต็ม... หวังว่าผู้รับเหมาอย่างพวกแกคงจะเคลียร์เอกสารภาษีสะอาดดีนะ" น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งของหลินอวี้เหมย ดังขึ้นท่ามกลางเสียงเครื่องจักรก่อสร้างคำรามลั่นไซต์งานใจกลางเมือง ผู้รับเหมาหนุ่มร่างท้วมที่เพิ่งยื่นมือมารับซองเงินค่าอาหาร ถึงกับชักมือกลับแทบไม่ทัน เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับจนเปียกโชก เขาหัวเราะแห้งๆ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ทะ...โธ่ คุณหลินครับ พูดจาเสียดายคำ เรื่องแบบนั้นใครเขาจะกล้าทำกันเล่าครับ แค่ค่าข้าวกล่องล็อตแรกห้าร้อยชุดที่อร่อยจนคนงานกินเกลี้ยงหม้อขนาดนี้ ผมจะกล้าไปเอาเปรียบคุณได้อย่างไร" ผู้รับเหมาปาดเหงื่อพลางส่งยิ้มประจบประแจง สายตาเหลือบมองกล่องข้าวสเตนเลสเก็บความร้อนรุ่นพิเศษที่วางเรียงรายเป็นระเบียบในท้ายรถกระบะ นี่ไม่ใช่แค่การส่งข้าวกล่องธรรมดา แต่มันคือ "ยุทธการขยายอาณาจักรเสบียง" ที่หลินอวี้เหมยวางหมากไว้อย่างแยบยล หลังจากกวาดรายได้ก้อนโตจากตลาดในอำเภอ เธอก็มองเห็นช่องว่างมหาศาลในกลุ่มคนงานก่อสร้างตึกสูงนับพันชีวิต อาหารราคาถูกตามเพิงพักมักไร้คุณภาพและไม่มีสารอาหารเพียงพอ เธอจึงใช้มิติพิเศษในการคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ ผสมผสานกับทักษะการปรุงอาหารระดับเชฟมิชลิน รังสรรค์เป็น "ข้าวกล่องพรีเมียมราคาชาวบ้าน" ที่ทั้งอิ่มท้องและบำรุงกำลัง ไม่ไกลกันนัก พันจ่ากู้หานในชุดทหารนอกเครื่องแบบยืนกอดอกพิงตัวรถ ขยับหมวกแก๊ปบังแสงแดดจัดจองมองภรรยาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหลงใหลและภาคภูมิใจ ในสายตาคนอื่น หลินอวี้เหมยคือแม่ค้าสาวผู้เฉียบขาดและมีชั้นเชิงธุรกิจน่ากลัว แต่ในสายตาของเขา เธอคือดวงใจที่งดงามและน่าทะนุถนอมที่สุด แม้จะมีพวกอันธพาลท้องถิ่นหรือผู้รับเหมาหน้าเลือดพยายามเข้ามาตอดเล็กตอดน้อย แต่ด้วยบารมีของพันจ่าหนุ่มที่คอยยืนคุมเชิงอยู่เงียบๆ พร้อมกับกฎหมายในมือ ทำให้ไม่มีใครกล้าหาเรื่องเหมยอวี้เลยสักคน "เงินสดห้าหมื่นหยวนสำหรับข้าวกล่องห้าร้อยชุด หักกลบลบต้นทุนจากวัตถุดิบในมิติพิเศษแล้ว กำไรสุทธิสูงถึงร้อยละแปดสิบ" หลินอวี้เหมยตรวจนับธนบัตรในมืออย่างรวดเร็ว รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นที่มุมปาก "เหนื่อยไหมครับคนดี" กู้หานเดินเข้ามาใกล้ ยื่นกระติกน้ำสมุนไพรเย็นชื่นใจที่เธอชอบให้ พร้อมกับใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กซับเหงื่อบริเวณต้นคอให้ภรรยาอย่างอ่อนโยน สัมผัสอบอุ่นนั้นทำให้แววตาที่แข็งกร้าวเมื่อครู่ของเธออ่อนแสงลงทันที "ไม่เหนื่อยเลยค่ะ... เอ๊ย ไม่เหนื่อยเลยครับพี่กู้" หลินอวี้เหมยเกือบหลุดปากพูดคำติดปากยุคปัจจุบัน รีบเปลี่ยนสรรพนามแก้เขินจนกู้หานหลุดหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ไม่ว่าจะเรียกแบบไหน เมียพี่ก็ยังน่ารักที่สุดเสมอ" กู้หานกระซิบข้างหูด้วยเสียงทุ้มต่ำชวนใจสั่น จนเธอต้องแกล้งค้อนใส่ควงค้อนวงใหญ่ ทว่า ช่วงเวลาหวานชื่นยังไม่ทันได้ดื่มด่ำ กลิ่นหอมฉุนของน้ำมันเครื่องและเสียงรถบรรทุกสิบล้อคันใหญ่ก็เบรกเอี๊ยดเสียงดังสนั่นจนฝุ่นตลบอบอวล คนงานก่อสร้างนับร้อยชีวิตที่กำลังตั้งวงกินข้าวต่างหันไปมองเป็นตาเดียว ประตูฝั่งคนขับเปิดออก พร้อมกับร่างของชายวัยกลางคนสวมเสื้อแจ็คเก็ตหนังราคาแพง ท่าทางกร่างเหมือนนักเลงคุมวินรถไฟเดินลงมา สีหน้าบึ้งตึงถมึงทึง "ใครคือนางมารร้ายที่ชื่อหลินอวี้เหมย ที่กล้ามาแย่งสัมปทานข้าวกล่องในเขตพื้นที่อิทธิพลของฉันวะ!" เสียงตะโกนก้องด้วยความกร่างเรียกความสนใจจากทุกคนในไซต์งานทันที ผู้รับเหมาคนเดิมหน้าซีดเผือด รีบถอยกรูดไปหลบหลังเสาเข็มทันทีเมื่อเห็นว่าใครมาเยือน หลินอวี้เหมยหรี่ตามองชายคนดังกล่าวเล็กน้อย เธอยังคงยืนนิ่ง ไม่แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย ขณะที่กู้หานขยับตัวก้าวขึ้นมาบังหน้าภรรยาโดยอัตโนมัติ มือหนาวางแตะอยู่ที่ซองปืนพกข้างเอวอย่างหลวมๆ แต่วิถีกดดันรุนแรงแผ่ออกมาจากตัวนายทหารหนุ่มจนชายสวมแจ็คเก็ตหนังถึงกับชะงักฝีเท้า "ฉันเอง..." หลินอวี้เหมยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานกังสดาล ก้าวเท้าออกมาจากด้านหลังสามี ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยประกายความท้าทาย "แล้วคุณล่ะ เป็นแมวขโมยจากสำนักไหน ถึงได้กล้ามาเห่าหอนในพื้นที่ทำมาหากินของฉัน?" "ปากกล้านักนะนังตัวดี! แกคิดว่ามีทหารหนุนหลังแล้วจะใหญ่ค้ำฟ้าเรอะ? ข้าวกล่องราคาถูกพวกนี้ทำให้ร้านข้าวแกงของน้องเมียฉันต้องเจ๊ง แกต้องชดใช้ค่าเสียหายมา ไม่เช่นนั้น... วันนี้อย่าหวังว่าจะได้ขับรถออกจากไซต์งานนี้!" ชายเสื้อหนังตบโต๊ะไม้ข้างทางเสียงดังลั่น ลูกน้องอีกสี่ห้าคนเดินกรูเข้ามาล้อมรอบรถกระบะของพวกเขาไว้ทันที บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นในพริบตา คนงานก่อสร้างต่างถือช้อนค้างเติ่ง ลุ้นระทึกว่าภรรยาคนสวยของนายทหารจะรับมืออย่างไรกับเจ้าถิ่นผู้ทรงอิทธิพลรายนี้ หลินอวี้เหมยแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เธอยกมือขึ้นปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้อของกู้หานเบาๆ ก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากแฟ้มเอกสารในมือยื่นให้ชายตรงหน้า "ชดใช้เหรอคะ? เกรงว่าคนที่ต้องชดใช้ น่าจะเป็นพวกคุณมากกว่า... นี่คือสัญญาลิขสิทธิ์พื้นที่ก่อสร้างที่ฉันเพิ่งเซ็นสัญญากับท่านประธานบริษัทใหญ่เมื่อเช้า และนี่คือใบอนุญาตค้าขายถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนคนของคุณที่ขายข้าวแกงบูดๆ ให้คนงานกินจนท้องเสียเมื่อสัปดาห์ก่อน ฉันได้ส่งหลักฐานทั้งหมดให้สำนักงานอนามัยอำเภอจัดการเรียบร้อยแล้ว" สีหน้าของเจ้าถิ่นแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันทีเมื่อกวาดตาอ่านตัวเลขและตราประทับบนกระดาษแผ่นนั้น "และที่สำคัญที่สุด..." หลินอวี้เหมยโน้มตัวเข้าไปกระซิบเบาๆ แต่ได้ยินกันชัดเจนทั่วบริเวณ "สามีฉัน... เป็นถึงพันจ่าแห่งกองพลรบพิเศษ หากคุณยังไม่อยากให้ตระกูลของคุณล้มละลายกลายเป็นขอทานชั่วข้ามคืน... ไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจไม่แจ้งความข้อหารีดไถเงิน" ความเงียบกริบปกคลุมไปทั่วบริเวณ ชายเสื้อหนังอ้าปากค้างพูดไม่ออก ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธและหวาดกลัวระคนกัน เขากัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ แต่ไม่กล้าแม้แต่จะเงื้อมือขึ้นมาทำร้ายเธอก่อนจะหันไปตวาดลูกน้องแล้ววิ่งขึ้นรถหนีหายไปอย่างไร้ศักดิ์ศรี เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหวจากกลุ่มคนงานก่อสร้าง ตามด้วยเสียงโห่ร้องด้วยความสะใจ หลินอวี้เหมยระบายยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี หันไปสบตากับสามีที่มองมาด้วยรอยยิ้มเอ็นดู "เก่งมากครับภรรยาของพี่ เล่นเอาซะหมอนั่นไปไม่เป็นเลยทีเดียว" กู้หานเอ่ยชมด้วยความรักใคร่ "ก็บอกแล้วไงคะว่าสามีฉันคือเกราะคุ้มกันชั้นดี วันนี้เราปิดการขายเร็วกว่ากำหนด กลับไร่ไปทำเมนูเด็ดฉลองกันเถอะค่ะ" ขณะที่ทั้งคู่กำลังเก็บข้าวของเตรียมตัวเดินทางกลับ ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือรุ่นกระดูกหมูในกระเป๋าเสื้อของกู้หานก็แผדเสียงดังขึ้น หน้าจอแสดงเบอร์โทรศัพท์จากสำนักงานใหญ่ในเมืองหลวง ซึ่งเป็นเบอร์ที่ไม่ควรจะโทรมาหาเขาในเวลานี้เด็ดขาด กู้หานกดรับสาย ฟังเสียงปลายสายเพียงไม่กี่วินาที ใบหน้าคมเข้มที่เคยผ่อนคลายก็พลันเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แววตาคมกริบฉายแววระแวงระวังอย่างสุดขีดจนหลินอวี้เหมยต้องขมวดคิ้วสงสัย "มีอะไรเหรอคะพี่กู้?" เธอเอ่ยถามด้วยความสังหรณ์ใจ กู้หานลดโทรศัพท์ลง ชำเลืองมองภรรยาด้วยสีหน้ายุ่งยากใจ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของหลินอวี้เหมยเย็นเฉียบ "คนที่สำนักงานใหญ่บอกว่า... มีคำสั่งลับส่งตรงมาจากเบื้องบน ให้ตรวจสอบ 'ที่มาของวัตถุดิบ' ในมิติพิเศษที่คุณใช้ทำอาหารทั้งหมด เพราะตอนนี้... มีคนพบเบาะแสว่ามีพลังงานประหลาดรั่วไหลออกมาจากไร่ของเราครับ!" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ!
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสละมุนอุ่นไอรัก ณ ไร่สุขในวันวาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%