"ถ้าสะใภ้รองอย่างเจ้ายังมีสำนึกความเป็นคนอยู่บ้าง ก็ควรคายเงินที่แอบยักยอกมาจากร้านค้าตระกูลกู้คืนมาเสียให้หมด! อย่าคิดว่าแต่งเข้าบ้านทหารแล้วจะทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลอง รังแกแม้กระทั่งแม่ผู้ให้กำเนิดสามีได้นะ!"
เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูของนางจ้าว—แม่สามีผู้ขึ้นชื่อเรื่องความลำเอียงและเห็นแก่ตัว ดังแทรกขึ้นกลางตลาดสดประจำตำบล ท่ามกลางฝูงชนที่กำลังจับจ่ายซื้อของกันอย่างคึกคัก ผู้คนต่างพากันหยุดชะฝีเท้า หันมามองต้นเสียงเป็นตาเดียว รอยยิ้มอยากรู้อยากเห็นฉาบอยู่บนใบหน้าของชาวบ้านหลายคนที่จำต้องหยุดดูมหรสพฟรีข้างถนน
หลินอวี้เหมยไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนถือตะกร้าหวายสานบรรจุเห็ดหอมสดใหม่จากมิติลับด้วยท่าทีสงبเยือกเย็น ใบหน้ารูปไข่ประดับรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดาความรู้สึก ดวงตาคู่คมกวาดมองร่างท้วมของแม่สามีที่ยืนเท้าสะเอว หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธเกรี้ยว โดยมีญาติสนิทมิตรสหายฝ่ายสามีคอยยืนส่งเสริมและส่งเสียงสนับสนุนอยู่ข้างหลังไม่ห่าง
"คุณแม่พูดจาให้เกียรติคนฟังด้วยครับ... เอ๊ย หมายถึง พูดจาให้มีสติหน่อยเถอะครับ" หลินอวี้เหมยเปลี่ยนสรรพนามในใจทันทีเมื่อนึกถึงวาจาอันหยาบโลนของอีกฝ่าย เธอยกมือขึ้นจัดปอยผมที่คลอเคลียข้างแก้มอย่างใจเย็น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่ดังพอจะให้คนรอบข้างได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ "เงินที่ท่านพูดถึง เงินสักอีแปะเดียวจากกระเป๋าตระกูลกู้ ฉัน หลินอวี้เหมย ผู้นี้ไม่เคยคิดจะแตะต้องตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าบ้านหลังนั้นแล้วครับ กลับกัน... ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายควักกระเป๋าตัวเอง ซื้อข้าวของเครื่องใช้ ซ่อมหลังคาบ้านเรือน และส่งเสียเงินทองให้ครอบครัวท่านกินดีอยู่ดี?"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาและเต็มไปด้วยเหตุผลทำให้ฝูงชนเริ่มส่งเสียงฮือฮา
นางจ้าวหน้าซีดเผือดสลับกับเขียวคล้ำด้วยความอับอาย นางไม่คาดคิดว่าลูกสะใภ้ที่เคยหัวอ่อนและยอมก้มหน้าให้ตลอด จะกล้าเปิดฉากต่อปากต่อคำต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ "นัง... นังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม! แกกล้าดียังไงมาเถียงฉัน! แกแต่งเข้ามาเป็นสะใภ้บ้านกู้ สมบัติทุกชิ้นในบ้านหลังนั้นเป็นของตระกูลฉัน แม้แต่เศษดินใต้รองเท้าของแกก็เป็นของสามีแก! การที่แกเอาเงินไปค้าขายลับๆ ล่อๆ จนร่ำรวยผิดหูผิดตาแบบนี้ มันคือการยักยอกทรัพย์สินของวงศ์ตระกูลชัดๆ!"
"ทรัพย์สินวงศ์ตระกูล?" หลินอวี้เหมยหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันและเฉียบคมราวกับใบมีดอาบน้ำผึ้ง "ตอนที่กู้หานส่งเงินเดือนทหารกลับมาบ้านทุกเดือน เงินเหล่านั้นไปอยู่ที่ไหนหมดครับ? ทำไมพี่ใหญ่ถึงมีเงินไปเปย์สาวในเมืองได้ ส่วนสามีฉันกลับต้องใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ซ้ำๆ จนแทบจะขาดวิสัยทัศน์? และตอนที่ฉันแต่งเข้าบ้านมาในสภาพมือเปล่า ท่านเคยให้ข้าวสักมื้อ น้ำสักหยด หรือแม้แต่รอยยิ้มต้อนรับบ้างไหม? อย่ามาอ้างคำว่าวงศ์ตระกูลให้มันดูสูงส่งเลยครับ ในเมื่อพวกท่านเห็นกู้หานเป็นแค่เครื่องผลิตเงิน และเห็นฉันเป็นแค่ทาสรับใช้ในเรือนเท่านั้น"
"เจ้า... อนิจจัง! แกมันอกตัญญู ไร้คุณธรรม!" นางจ้าวทุบอกชกตัว ร้องแรกแหกระเฌอราวกับจะขาดใจตายให้ได้ เพื่อเรียกคะแนนความน่าสงสารจากชาวบ้านรอบข้าง "ทุกคนดูเอาเถอะครับ! สะใภ้สมัยนี้มันช่างใจดำอำมหิตนัก สามีไปปฏิบัติภารกิจชายแดนยังไม่ทันไร นางก็กล้าประกาศตัวเป็นปฏิปักษ์กับแม่สามี ขับไลไสส่งครอบครัวสามีอย่างไร้เยื่อใย ใครก็ได้ช่วยสั่งสอนนังงูพิษนี่ทีเถอะ!"
ชาวบ้านบางส่วนเริ่มซุบซิบนินทา สายตาที่มองมาเริ่มมีความลังเลและคล้อยตามการแสดงละครฉากใหญ่ของนางจ้าว
ทว่า ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดและเสียงวิพากษ์วิจารณ์เริ่มอื้ออึง ร่างสูงใหญ่ในชุดทหารสีเขียวเข้มของพันจ่ากู้หานก็แหวกฝูงชนเข้ามาอย่างเงียบเชียบ แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองเหตุการณ์ตรงหน้าทั้งหมด รังสีความกดดันและอำนาจมืดอันน่าเกรงขามแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับคลื่นพายุ จนผู้คนที่ยืนขวางทางต่างพากันถอยร่นด้วยความหวาดผวาโดยอัตโนมัติ
กู้หานก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างภรรยาตัวน้อยของเขาอย่างมั่นคง มือหนาเอื้อมไปโอบไหล่บางเอาไว้หลวมๆ เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขาอยู่ข้างใคร และพร้อมจะปกป้องเธอจากคนทั้งโลก
"แม่ครับ..." เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของกู้หานเอ่ยขึ้น ทำให้นางจ้าวถึงกับสะดุ้งเฮือก หุบปากฉับทันที
"กู้หาน... ลูกรัก แม่..." นางจ้าวพยายามจะเข้าไปเกาะแขนลูกชายเพื่อฟ้องร้องตามเคย แต่กลับต้องชะงักเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นและเต็มไปด้วยความผิดหวังของบุตรชาย
"ผมคิดว่าผมส่งเงินมาให้บ้านเรามากพอที่จะทำให้ทุกคนอยู่อย่างสุขสบาย โดยที่ไม่ต้องมาสร้างความอับอายขายหน้าให้ใครเขาหัวเยาะเล่นที่ตลาดแล้วนะครับ" กู้หานกวาดสายตามองมารดาและญาติๆ ที่ยืนหน้าซีด "และถ้าใครยังกล้าแตะต้องภรรยาผม หรือพยายามจะใส่ร้ายป้ายสีเธอด้วยเรื่องไร้สาระอีก... อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจความเป็นสายเลือด"
บรรยากาศรอบตัวเงียบกริบลงทันที ไม่มีใครกล้าหายใจแรง แม้แต่นางจ้าวยังต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อพบว่าลูกชายคนนี้ไม่ได้อ่อนข้อให้เหมือนแต่ก่อนอีกต่อไปแล้ว
หลินอวี้เหมยช้อนสายตาขึ้นมองสามีหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่เคียงข้าง หัวใจดวงน้อยอิ่มเอมไปด้วยความอบอุ่นและความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด เธอหยิบถุงผ้าใบลินขนาดเล็กออกจากมิติลับอย่างแนบเนียน ก่อนจะยื่นไปตรงหน้าแม่สามีด้วยรอยยิ้มการค้าที่เปี่ยมด้วยชั้นเชิง
"ในเมื่อท่านอยากได้เงินจากฉันนัก งั้นเรามาเคลียร์กันให้จบวันนี้เลยดีกว่าครับ..." หลินอวี้เหมยเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวาน "นี่คือเงินห้าสิบหยวน... มากพอที่จะซื้อความสงบสุขและตัดขาดความสัมพันธ์ในฐานะครอบครัวสามี-สะใภ้ที่ชอบเอารัดเอาเปรียบ รับเงินนี่ไป แล้วหลังจากนี้ต่างคนต่างอยู่ อย่าได้มาเหยียบไรืนสุขของพวกเราอีก!"
สิ้นคำพูดนั้น นางจ้าวและทุกคนในตระกูลกู้ต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมทั่วบริเวณตลาด กู้หานกระชับวงแขนที่โอบไหล่ภรรยาแน่นขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับที่กลิ่นหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของ "ซาลาเปาไส้หมูเห็ดหอมสูตรพิเศษ" ที่หลินอวี้เหมยเพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ และเก็บรักษาความร้อนไว้ในมิติลับ เริ่มโชยกลิ่นหอมเย้ายวนทะลุออกมาจากตะกร้าหวาย ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งตลาดสด จนผู้คนนับร้อยต่างสูดจมูกตามกลิ่นนั้นด้วยความเคลิบเคลิ้ม ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนกำลังตะลึงกับกลิ่นหอมและเงินก้อนโตนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงประกาศกร้าวของเจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นก็ดังแทรกขึ้นจากทางเข้าตลาด พร้อมกับเอกสารราชการในมือที่ทำให้สีหน้าของครอบครัวตระกูลกู้ถอดสีจนขาวซีดไร้เลือด!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ!
รสละมุนอุ่นไอรัก ณ ไร่สุขในวันวาน•ตอนที่ 27
ปะทะคารมคนพาล
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสละมุนอุ่นไอรัก ณ ไร่สุขในวันวาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!