รสละมุนอุ่นไอรัก ณ ไร่สุขในวันวาน•ตอนที่ 5

อิสระแลกด้วยสมบัติ

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"ถ้าตระกูลกู้ต้องการให้ฉันกับกู้หานพ้นจากทะเบียนบ้านหลังนี้ ก็เขียนหนังสือตัดขาดมาให้มันจบๆ ไปครับ หัวหน้าหมู่บ้าน!" เสียงตบโต๊ะไม้สนกระแทกดังสนั่นห้องโถงบ้านสกุลกู้ แรงปะทะทำให้กาน้ำชาเคลือบกระเบื้องสั่นสะเทือนจนน้ำชาสีอำพันกระฉูดเปรอะเปื้อนผ้าปูโต๊ะ หลินอวี้เหมยยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าผู้เฒ่าผู้แก่และผู้นำชุมชน ใบหน้ารูปไข่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวเฉียบคมราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับจนขึ้น3คม รอบกายของเธอมีสายตาหลายคู่มองมาด้วยความสมเพชเวทนา ปนเปไปกับความสะใจของเหล่าสะใภ้และแม่สามีที่ยืนกอดอกยิ้มเยาะอยู่มุมห้อง เหตุการณ์เมื่อคืนวานยังคงร้อนระอุในความทรงจำ โทรเลขด่วนจากชายแดนที่แจ้งว่ากองร้อยของกู้หานถูกซุ่มโจมตีและตัวเขากำลังเผชิญข้อหาทุจริตถูกกุขึ้นอย่างน่าไม่อาย เพื่อหวังจะใช้เป็นข้ออ้างขับไล่สองสามีภรรยาออกไปให้พ้นทาง โดยไม่แบ่งสมบัติแม้แต่แดงเดียว แต่พวกมันคงลืมไปว่า... กู้หานในยามนี้ไม่ใช่ทหารหนุ่มผู้ไร้หนทางอีกต่อไป และเธอ หลินอวี้เหมย ก็ไม่ใช่หญิงสาวอ่อนแอที่ยอมให้ใครมาเคี้ยวเล่นในกำมือ "อวี้เหมย... เจ้าใจเย็นๆ ก่อนเถอะหนู" หัวหน้าหมู่บ้านถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหนักใจ เขามองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดทหารปลดประจำการที่ยืนเงียบขรึมอยู่ข้างกายภรรยา พันจ่ากู้หานใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองไปยังบิดาแท้ๆ และพี่ชายคนโตด้วยแววตาสมเพชระคนเย็นชา "ไม่มีอะไรต้องใจเย็นแล้วครับ หัวหน้า" กู้หานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง กังวานก้องไปทั่วห้อง "ในเมื่อพวกเขาต้องการตัดหางปล่อยวัดผม เพราะคิดว่าผมหมดอนาคตในกองทัพแล้ว ก็เอาตามที่ภรรยาผมต้องการครับ... เขียนหนังสือแยกบ้านและตัดขาดการพึ่งพิงซะ ผมขอแค่ที่ดินรกร้างผืนท้ายหมู่บ้านที่ติดเชิงเขา กับเครื่องมือทำนาเก่าๆ สักชุดเดียว ก็เป็นอันจบสิ้นกัน" คำขอนั้นสร้างความประหลาดใจให้แก่ทุกคนในห้อง แม้กระทั่งหัวหน้าหมู่บ้านยังต้องขมวดคิ้วมุ่น ที่ดินท้ายหมู่บ้านผืนนั้นขึ้นชื่อว่าแห้งแล้ง ดินกระด้างราวกับหินผา น้ำเข้าไม่ถึง แถมยังมีวัชพืชขึ้นรกชัฏจนไม่มีใครกล้าชายตาแล การที่กู้หานยอมแลกอิสรภาพและสิทธิ์ในกองมรดกทั้งหมดกับที่ดินผงคลีดินไร้ค่าผืนนั้น ช่างเป็นความโง่เขลาในสายตาของตระกูลกู้ แม่สามีแค่นหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น ยื่นมือไปกระชากกระดาษและพู่กันมาวางตรงหน้าอย่างไม่รอช้า นางกลัวว่าลูกชายคนเล็กจะเปลี่ยนใจ "ดี! อยากได้นักก็เอาไป! ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แกสองคนไม่ใช่คนสกุลกู้ อย่าได้กลับมาเหยียบเรือนหลังนี้เพื่อขอส่วนบุญอีกเด็ดขาด!" จดหมายตัดขาดถูกเขียนขึ้นและประทับลายนิ้วมืออย่างรวดเร็ว บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความกดดันและความเย้ยหยันจากญาติพี่น้องที่หวังจะฮุบสมบัติส่วนที่เหลือ แต่นั่นคือรอยยิ้มที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเงียบงันของอวี้เหมย... *โง่เง่าสิ้นดี พวกมันคิดว่ากำลังขับไล่คนตกอับออกไป แต่หารู้ไม่ว่ากำลังปล่อยเสือเข้าป่า และปล่อยให้เธอกำจัดพันธนาการที่น่ารำคาญทิ้งไปจนหมดสิ้น* ครึ่งชั่วโมงต่อมา สองสามีภรรยาเดินออกมาจากบ้านสกุลกู้พร้อมกับกระเป๋าเดินทางเพียงสองใบและโฉนดที่ดินรกร้างผืนเล็ก แสงแดดยามสายสาดส่องลงมาทาบทับร่างของทั้งคู่ กู้หานหันมามองภรรยาด้วยความรู้สึกผิดลึกๆ ในอก มือหนายื่นไปกุมมือเรียวนุ่มที่เต็มไปด้วยรอยด้านจากการทำงานไว้แน่น "อวี้เหมย... ผมทำให้คุณต้องลำบากแล้ว ที่ดินผืนนั้นมัน..." อวี้เหมยยกนิ้วเรียวขึ้นแตะริมฝีปากของสามี ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายแห่งความมั่นใจและเจ้าเล่ห์ "ลำบากอะไรกันครับพี่กู้หาน? สำหรับคนอื่นมันคือดินแดนรกร้างไร้ค่า แต่สำหรับฉัน... มันคือผืนผ้าใบชั้นดีที่เราจะใช้สร้างอาณาจักรต่างหากล่ะครับ" เธอส่งยิ้มหวานหยดย้อยที่ทำให้หัวใจของนายทหารหนุ่มเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ รอยยิ้มนี้มีความลับ ความมั่นใจ และเสน่ห์อันล้นเหลือที่ทำให้เขายอมสยบแทบเท้าได้อย่างง่ายดาย เมื่อเดินมาถึงเขตที่ดินท้ายหมู่บ้าน ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือผืนดินแห้งแล้ง หญ้ารกสูงท่วมหัว และกระท่อมไม้เก่าผุพังหลังหนึ่งที่ใกล้จะพังมิพังแหล ทว่า ในสายตาของอวี้เหมยที่เชื่อมต่อกับ "มิติฟาร์มสวรรค์" ในห้วงจิตสำนึก นี่คือจุดเริ่มต้นของการทำเงินมหาศาล เมล็ดพันธุ์พืชวิเศษ น้ำทิพย์เร่งโต และสูตรอาหารระดับตำนานที่ถูกเก็บไว้ในคลังแสงมิติ กำลังรอเวลาที่จะถูกปลดปล่อยออกมาเขย่าขวัญคนทั้งอำเภอ "เรามาเริ่มสร้างบ้านหลังใหม่ของเรากันเถอะครับ" อวี้เหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงฮึกเหิม เธอสะบัดมือเบาๆ ในมุมอับสายตา เพื่อดึง "ยาทิพย์ฟื้นฟูสภาพดิน" ออกมาจากมิติซ่อนเร้น เตรียมพร้อมจะเปลี่ยนดินแห้งแล้งให้กลายเป็นดินทองคำในชั่วข้ามคืน กู้หานพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น เขาวางกระเป๋าลง หยิบจอบขึ้นมาเตรียมพร้อมจะลงมือพลิกฟื้นผืนแผ่นดินนี้ด้วยสองมือของตนเอง โดยไม่รู้เลยว่าภรรยาตัวน้อยของเขากำลังจะใช้ทักษะการทำอาหารและไหวพริบทางการค้า พลิกสถานการณ์จากคนไร้ค่าให้กลายเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของภูมิภาคนี้ในเวลาไม่นาน ตกเย็น กลิ่นหอมกรุ่นของ "ซุปไก่ตุ๋นโสมป่า" ลอยฟุ้งกระจายออกจากกระท่อมไม้หลังเล็กที่เพิ่งซ่อมแซมเสร็จ กลิ่นหอมล้ำลึกของสมุนไพรชั้นดีผสานกับเนื้อไก่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก ส่งกลิ่นเย้ายวนทะลุผนังไม้ผุๆ ลอยไปตามสายลมยามเย็น จนชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่เดินผ่านต่างต้องสูดจมูกฟุดฟิดด้วยความฉงนสนเท่ห์ อาหารมื้อแรกบนกองสมบัติที่แลกมาด้วยอิสรภาพกำลังจะเริ่มต้นขึ้น พร้อมๆ กับความลับดำมืดเกี่ยวกับคำสั่งปลดราชการของกู้หานที่กำลังจะถูกเปิดเผย ในขณะที่ทั้งสองกำลังตักซุปอุ่นๆ ใส่ชาม ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูกระท่อมอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงหอบหายใจอย่างตื่นตระหนกของเด็กส่งจดหมายประจำหมู่บ้านที่วิ่งหน้าตั้งมาจนตัวโยน "พี่กู้หาน! พี่อวี้เหมย! แย่แล้วครับ! มี... มีรถจี๊ปทหารหลายคันกำลังมุ่งหน้ามาที่ไร่ของเรา และคนๆ นั้น... คนที่ออกคำสั่งปลดพี่... กำลังลงมาจากรถด้วยตัวเองครับ!" ฟาร์มเมอร์สุขใจ (ขอบคุณที่ติดตามการเติบโตและก้าวเดินอันทรงพลังของสองสามีภรรยาไปพร้อมกันนะครับ)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสละมุนอุ่นไอรัก ณ ไร่สุขในวันวาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%