"ถ้าคิดจะตบเท้าเข้ามาเหยียบเรือนหลังนี้เพื่อขูดรีดโลหิตจากสามีฉันอีกแม้แต่หยดเดียว... ก็เชิญก้าวออกไปทางประตูให้พ้น แล้วอย่าหาว่าฉันไม่เตือน"
สุ้มเสียงราบเรียบ เย็นเยียบ ทว่าดังก้องกังวานจนผู้อาวุโสตระกูลกู้ถึงกับสำลักน้ำชาที่เพิ่งซัดเข้าคอ หลินอวี้เหมยกวาดสายตาคมกริบทอดมองเหล่าญาติสนิทมิตรสหายจอมปลอมที่นั่งหน้าสลอนกันอยู่เต็มห้องโถง บรรยากาศกดดันจนแทบได้ยินเสียงเข็มตกพื้น
ทว่า ก่อนที่เสียงโวยวายของป้าสะใภ้ใหญ่จะทันได้แผดแผดขึ้น ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนขวางหน้าภรรยาเอาไว้เสียก่อน พันจ่ากู้หานขมวดคิ้วมุ่น แววตาคมกราบกรานมองสลับระหว่างภรรยาผู้เด็ดขาดกับจดหมายด่วนในมือ
"อวี้เหมย..." กู้หานเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ เจือความกังวล "คำสั่งด่วนจากชายแดน... ฉันต้องกลับเข้าค่ายกองร้อยภายในคืนนี้"
ข่าวสารนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองไฟ
ป้าสะใภ้ใหญ่ตบโต๊ะฉาดใหญ่ ลุกขึ้นยืนชี้หน้าด่ากราดทันที "ฮh! ดีละ! ในเมื่อไอ้ตัวภาระมันต้องไสหัวไปชายแดน เงินเบี้ยเลี้ยงทหารงวดนี้ของตระกูลกู้ทั้งหมด ต้องถูกส่งมาให้ทางเราเก็บรักษา! ส่วนแก นังอวี้เหมย อยู่บ้านหลังนี้ก็ต้องทำงานเป็นวัวเป็นควายใช้หนี้แทนสามีแกซะ!"
เสียงสนับสนุนจากเหล่าญาติโยมดังเซ็งแซ่ ทุกคนต่างจ้องมองมาที่หลินอวี้เหมยด้วยสายตากระหายเงินทองและรอเหยียบย่ำ พวกเขาคิดว่าเมื่อไม่มีนายทหารหนุ่มคอยคุ้มกะลาหัว สะใภ้รองผู้นี้ก็คงเป็นเพียงลูกไก่ในกำมือ
ทว่า... รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากของหลินอวี้เหมยกลับทำให้คนที่ฉลาดเฉลียวเริ่มรู้สึกหนสันหลังวาบ
หญิงสาวไม่ได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย นางค่อยๆ วางถ้วยกระเบื้องเคลือบในมือลงบนโต๊ะไม้ เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับทรงพลังราวกับค้อนเหล็กทุบลงกลางใจคน
"ใช้หนี้? เงินเบี้ยเลี้ยง?" หลินอวี้หหมยแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากวาดมองไปรอบห้อง "พวกท่านเอาหน้าหนามาจากไหน ถึงกล้าเอ่ยคำว่าหนี้สินกับสามีฉัน ตลอดสามปีที่ผ่านมา เงินเดือนทหารทุกหยดหยาดของกู้หาน ส่งเข้ากองกลางตระกูลไม่เคยขาด แต่สิ่งที่พวกท่านปฏิบัติกับเราคืออะไร? ข้าวสารกรอกหม้อมีแต่แกลบ เสื้อผ้ากันหนาวไม่มีให้ใส่ ยามเจ็บป่วยต้องทนทรมานอย่างไร้การเหลียวแล... นี่หรือคือบุญคุณของตระกูลกู้ที่พวกท่านพยายามพร่ำบอก?"
"นัง... นังเด็กปากดี!" ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าดำคร่ำเครียด ปรี่เข้ามาหมายจะตบสั่งสอน
ทว่า กู้หานเร็วกว่า มือหนาคว้าข้อมือของป้าสะใภ้ไว้แน่น แรงบีบมหาศาลจากสนามรบทำให้หญิงแก่ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด นัยน์ตาของนายทหารหนุ่มแดงก่ำ แผ่รังสีอำมหิตออกมาราวกับพญาเสือโคร่งบาดเจ็บ
"ใครกล้าแตะต้องภรรยาผม... ลองดู" กู้หานเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน น่ากลัวจนทุกคนในห้องไม่กล้าหายใจแรง
หลินอวี้เหมยแตะแขนสามีเบาๆ ส่งสัญญาณให้เขาใจเย็นลง นางก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว เผชิญหน้ากับผู้นำตระกูลกู้ผู้ชราภาพที่นั่งนิ่งเงียบมานาน
"ท่านปู่ใหญ่ ในเมื่อพวกท่านรังเกียจพวกเรานัก และเห็นว่าสามีฉันเป็นเพียงเครื่องมือหาเงิน..." นางเว้นจังหวะ เลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย "วันนี้... ฉัน 'หลินอวี้เหมย' ในนามภรรยาของกู้หาน ขอประกาศแยกบ้านอย่างเป็นทางการ!"
ตูม! ราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน ทั่วทั้งห้องโถงตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ก่อนจะระเบิดเสียงกรีดร้องคัดค้านออกมาดังลั่น
"แยกบ้าน?! ฝันไปเถอะ!"
"พวกแกไม่มีสิทธิ์! ทรัพย์สินในบ้านหลังนี้เป็นของตระกูลกู้!"
"นังอกตัญญู! คิดจะเนรคุณบรรพบุรุษหรือไง!"
เสียงโวยวายดังประสานกันราวกับฝูงกา ทว่าหลินอวี้เหมยหาได้สะทกสะท้าน นางหันไปสบตากับกู้หาน พยักหน้าให้เขารับรู้แผนการที่เคยตกลงกันไว้ในมิติพิเศษ
กู้หานสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะดึงสัญญาแยกบ้านที่ร่างเสร็จเรียบร้อยตั้งแต่อาทิตย์ก่อนออกมาจากอกเสื้อ โยนลงกลางโต๊ะต่อหน้าผู้นำตระกูล
"ผมสละสิทธิ์ในมรดกและทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลกู้ แลกกับการตัดขาดชื่อออกจากทะเบียนบ้านกลาง และขอที่ดินรกร้างเชิงเขาหลังหมู่บ้าน พร้อมแปลงนาเก่าครึ่งไร่... แค่นี้พอ" กู้หานเอ่ยเสียงหนักแน่น
บรรดาญาติๆ ชะงักงัน ที่ดินรกร้างเชิงเขาหลังหมู่บ้านงั้นหรือ? ที่ตรงนั้นทั้งแห้งแล้ง ดินเค็ม ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น แถมยังอยู่ห่างไกลผู้คน คนในตระกูลมองหน้ากันด้วยความงุนงงระคนสมเพช คิดว่าสองสามีภรรยาคู่นี้คงสติฟั่นเฟือนไปแล้ว ถึงได้ยอมแลกทรัพย์สินเงินทองกับที่ดินผีสิงไร้ค่าเช่นนั้น
ผู้นำตระกูลกู้หรี่ตามองพินิจพิจารณาอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ถ้าพวกแกยืนยันจะไปตายเอาดาบหน้า... ข้าก็จะเซ็นให้! แต่จำไว้ เมื่อแยกออกไปแล้ว ห้ามกลับมาขอความช่วยเหลือจากตระกูลกู้เด็ดขาด!"
จวบจนรอยหมึกสีแดงประทับลงบนกระดาษสัญญา หลินอวี้เหมยจึงแอบยกยิ้มมุมปากอย่างผู้กำชัยชนะ
พวกโง่เขลา... พวกเขาไม่มีวันรู้เลยว่า ที่ดินรกร้างที่ตนสลัดทิ้งราวกับขยะชิ้นนั้น ภายในมิติพิเศษในกำมือของนาง มันคือดินอุดมสมบูรณ์ระดับพรีเมียมที่เตรียมจะพลิกฟื้นให้กลายเป็น 'ไร่สุขในวันวาน' ที่ทำเงินมหาศาล และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น...
"กู้หาน คุณรีบไปเตรียมตัวเถอะครับ..." หลินอวี้เหมยหันมาเอ่ยกับสามีด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ขณะที่มือเรียวสวยลูบไล้แขนเสื้อเขาเบาๆ "ส่วนเรื่องที่ดินและการตั้งรกรากใหม่ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง"
ทว่า ในวินาทีที่กู้หานกำลังจะหมุนตัวหยิบสัมภาระเพื่อเดินทางสู่ชายแดน เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงตะโกนตื่นตระหนกของผู้ใหญ่บ้านที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"กู้หาน! อวี้เหมย! แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่ที่ชายแดน... กองร้อยของพวกนายถูกซุ่มโจมตี และตอนนี้... ข่าวกรองบอกว่ามีคำสั่งปลดนายออกจากราชการทันทีข้อหาทุจริต!"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" นะครับ
รสละมุนอุ่นไอรัก ณ ไร่สุขในวันวาน•ตอนที่ 4
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสละมุนอุ่นไอรัก ณ ไร่สุขในวันวาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!