เสียงทุบประตูไม้สนหน้าบ้านดังปึงปังสามครั้งติดต่อกัน ตามด้วยเสียงโวยวายของป้าเฉิน หญิงปากตลาดประจำหมู่บ้านที่มักแวะเวียนมาหาเรื่องบ้านตระกูลกู้ไม่เว้นแต่ละวัน
"หลินอวี้เหมย! นังลูกสะใภ้ตัวดี เปิดประตูเดี๋ยวนี้! แกทำข้าวต้มอะไรกลิ่นหอมฟุ้งจนชาวบ้านเขาไม่ได้หลับไม่ได้นอน หึ คิดว่าสามีเป็นทหารแล้วจะทำตัวกร่างยังไงก็ได้งั้นเรอะ ของกินดีๆ แบบนั้น คนในตระกูลกู้เขาควรได้กินก่อน ไม่ใช่เอามาแอบกินกันสองต่อสองในบ้านโทรมๆ หลังนี้!"
ในห้องครัวอบอวลไปด้วยไอหมอกสีขาวและกลิ่นหอมเย้ายวนของ "ซี่โครงหมูตุ๋นรากบัว" ที่เคี่ยวในหม้อดินจนน้ำซุปงวดเป็นสีอำพัน หลินอวี้เหมยชะักมือที่กำลังโรยต้นหอมซอยลงบนชามกระเบื้องเคลือบออกเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเยียบเย็นราวกับน้ำค้างแข็ง นางไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับเสียงเห่าหอนด้านนอกแม้แต่น้อย
"ปล่อยนางเห่าไปเถอะครับเหมยเอ๋อร์ เดี๋ยวผมออกไปจัดการเอง" พันจ่ากู้หานวางฟืนในมือลง ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงจนน่ากลัว ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวเข้มขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กล้ามเนื้อไวกระชับตามสัญชาตญาณทหารที่พร้อมปะทะทุกเมื่อ
"ช้าก่อนครับพี่กู้หาน..." อวี้เหมยเอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายแห่งความเจ้าเล่ห์ มือเรียวยาวเอื้อมไปแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ "การใช้กำลังกับคนพาล เป็นการลดคุณค่าของตัวเราเอง... อีกอย่าง ข้าวต้มซี่โครงหมูหม้อนี้ เราไม่ได้ทำไว้ให้คนไร้มารยาทกินหรอกครับ แต่เรากำลังจะเอาไปฝาก 'เพื่อนบ้าน' ที่แท้จริงต่างหาก"
กู้หานเลิกคิ้วหนาขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบมองภรรยาด้วยความเข้าใจทันที รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากหยัก "เจ้าเล่ห์นักนะภรรยาผม... ว่าแต่ เธอหมายถึงบ้านยายเฒ่าหลี่งั้นรึ?"
"ถูกเผงครับ" อวี้เหมยแย้มยิ้มกริ่ม ยายเฒ่าหลี่คือหญิงชราผู้โดดเดี่ยวอาศัยอยู่ท้ายหมู่บ้าน สามีและลูกชายเสียชีวิตในราชการทหารหมดสิ้น เหลือเพียงนางกับหลานสาววัยเจ็ดขวบที่คอยดูแลกันตามมีตามเกิด ในขณะที่คนอื่นๆ ในหมู่บ้านต่างพากันรังเกียจหรือหวาดกลัวตระกูลกู้ที่ถูกตระกูลใหญ่กดขี่ ยายเฒ่าหลี่กลับเป็นคนเดียวที่เคยแอบเอาเกลือหยิบมือหนึ่งมาแบ่งให้ในวันที่ครอบครัวพวกเขาตกต่ำที่สุด
ขณะที่ป้าเฉินยังคงแหกปากด่าทอพร้อมกับพยายามพังประตูรั้วไม้ไผ่ อวี้เหมยก็ตักซี่โครงหมูตุ๋นรากบัวร้อนๆ ใส่ปิ่นโตไม้ไผ่สามชั้นที่นางแอบเอาออกมาจากมิติพิเศษ กลิ่นหอมกรุ่นของรากบัวที่ดูดซับน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก ผสมผสานกับพริกไทยดำและเกลือภูเขาชั้นดี ส่งกลิ่นทะลุฝาบ้านออกไปจนคนข้างนอกถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อม
"นี่! นัง..." ป้าเฉินชะงักคำด่าค้างไว้ เมื่อจู่ๆ ประตูรั้วไม้ก็เปิดผางออก
กู้หานยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า สีหน้าเรียบเฉยแต่แผ่รังสีคุกคามจนป้าเฉินผถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ ทว่าสิ่งที่ทำให้ป้าเฉินและชาวบ้านอีกสองคนที่แอบมามุงดูต้องอ้าปากค้าง คือร่างระหงของหลินอวี้เหมยที่เดินถือปิ่นโตไม้ไผ่ผ่านหน้าป้าเฉินไปราวกับนางพญา โดยไม่ชายตาแลแม้แต่น้อย
"อุ… อุ๊ย ขอทางหน่อยครับป้าเฉิน เสียงดังโวยวายแต่เช้า ระวังเส้นเลือดในสมองจะแตกเอาคานะครับ" อวี้เหมยเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพอ่อนโยน แต่คำพูดเชือดเฉือนจนป้าเฉินหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธ
"น... นังเด็กนี่! แกกล้าดียังไงมาแช่งฉัน! แล้วนั่นแกถืออะไร กลิ่นหอมอะไรวะเนี่ย!" ป้าเฉินพยายามจะโผเข้ามายื้อแย่งปิ่นโตในมืออวี้เหมย
*เปรี้ยง!*
เสียงท่อนไม้ในมือของกู้หานฟาดลงกับพื้นดินห่างจากเท้าป้าเฉินเพียงคืบเดียว แรงกระแทกทำให้ฝุ่นตลบจนป้าเฉินกรี๊ดลั่นกระโดดหนีสุดชีวิต ดวงตาดุจพญาอินทรีย์ของนายทหารหนุ่มกวาดมองผู้มาเยือนทั้งสามด้วยสายตาเฉียบคมดุจใบมีด
"ถ้าไม่อยากให้มือเท้าของพวกคุณต้องพิการไปตลอดชีวิต ก็ไสหัวออกไปจากเขตบ้านผมซะ" น้ำเสียงทุบต่ำกังวานทรงอำนาจจนไม่มีใครกล้าปริปากเถียงแม้แต่ครึ่งคำ ป้าเฉินตัวสั่นงันท่ามกลางความอับอาย รีบถอยกรูดแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งหนีหายไปในกลีบเมฆทันที
อวี้เหมยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางหันไปสบตากับสามีด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ก่อนจะพากันเดินลัดเลาะไปตามคันนาเพื่อมุ่งหน้าไปยังบ้านหลังเล็กทรุดโทรมท้ายหมู่บ้าน
การเดินทางสั้นๆ นี้เต็มไปด้วยความเงียบสงบที่อบอุ่น กู้หานคอยเดินกางแขนบังลมหนาวที่พัดโชยมาให้ภรรยา แม้ภายนอกเขาจะเป็นชายชาติทหารที่แข็งกระด้าง แต่ทุกสัมผัสที่เขามีต่ออวี้เหมยกลับอ่อนโยนและทะนุถนอมราวกับนางคือแก้วตาดวงใจ
เมื่อมาถึงบ้านของยายเหม่าหลี่ ภาพที่เห็นคือหญิงชรากำลังนั่งหลังงอไอค็อกๆ อยู่หน้าเตาไฟเล็กๆ โดยมีเด็กหญิงตัวน้อยผอมแห้งกำลังใช้พัดใบตาลพัดเปลวไฟอย่างยากลำบาก
"ยายครับ... พวกเรามาเยี่ยมครับ" อวี้เหมยเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
ยายเหม่าหลี่เงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าเป็นสองสามีภรรยาตระกูลกู้ นางก็รีบพยุงร่างอันสั่นเทาพยายามลุกขึ้น "คุณหนู... นายทหารกู้... พวกท่านมาทำอะไรที่นี่กันร่อ? บ้านยายรกและไม่มีอะไรต้อนรับหดอกนะ"
"ยายครับ อย่าพูดแบบนั้นเลยครับ" อวี้เหมยรีบเข้าไปประคองร่างที่ผอมโซให้นั่งลงบนเก้าอี้ไม้เก่าๆ ก่อนจะเปิดปิ่นโตไม้ไผ่สามชั้นออก กลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วกระท่อมหลังน้อยจนเด็กหญิงตัวน้อยถึงกับกลืนน้ำลายดังเอื๊อก ดวงตากลมโตจ้องมองชามซี่โครงหมูตุ๋นรากบัวตาเป็นมัน
"นี่คือซี่โครงหมูตุ๋นรากบัวครับยาย ผมกับเหมยเอ๋อร์ตั้งใจทำมาฝาก หลานสาวยายผอมจนเหลือแต่กระดูกแล้ว ให้แกกินร้อนๆ บำรุงร่างกายเถอะครับ" กู้หานเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงความเคารพอย่างจริงใจ
ยายเหม่าหลี่น้ำตาคลอเบ้า มือเหี่ยวย่นสั่นเทาขณะรับชามกระเบื้องที่อวี้เหมยยื่นให้ "พวกท่าน... ในยามที่พวกท่านลำบากกว่าใคร ไฉนยังเมตตาคนแก่ใกล้ตายเช่นนี้เล่า..."
"น้ำใจไมตรีไม่เคยเลือกเวลาหรอกครับยาย ในวันที่ผมล้ม ยายเคยแบ่งเกลือให้เรา วันนี้ผมมีเนื้อ มีอาหารที่ดีขึ้น จะไม่แบ่งปันให้เพื่อนบ้านที่จริงใจได้อย่างไร" อวี้เหมยยิ้มละมุน นางลูบหัวเด็กหญิงตัวน้อยอย่างอ่อนโยน "กินเยอะๆ นะครับ เดี๋ยวพี่สาวจะทำซาลาเปาเนื้อนุ่มๆ มาให้อีก"
ในขณะที่บรรยากาศภายในกระท่อมเต็มไปด้วยความอบอุ่นและรอยยิ้มแห่งมิตรภาพที่หาได้ยากยิ่งในหมู่บ้านแห่งนี้ ทว่าที่หน้าประตูบ้านตระกูลกู้ในตอนนี้ กลับมีเงาร่างหนึ่งยืนซุ่มมองอยู่ด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
หลี่เฉียง ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่แอบชอบอวี้เหมยมานานและมักหาทางกลั่นแกล้งกู้หานอยู่เสมอ กำลังยิ้มหยันในความมืด เขาถือห่อผ้าลึกลับอยู่ในมือ พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ซ่อนแผนการชั่วร้ายไว้
"หึ... คิดว่าจะใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์มีความสุขกันตามลำพังงั้นรึ? ฝันไปเถอะ!" หลี่เฉียงพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะโยนห่อผ้านั้นเข้าไปในแปลงผักหลังบ้านของตระกูลกู้ แล้วแอบหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
ทว่า… ในมิติพิเศษของอวี้เหมย หน้าจอโฮโลแกรมใสที่เชื่อมต่อกับระบบเกษตรกรรมและเตือนภัยอัจฉริยะ กลับสว่างวาบขึ้นมาทันที พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนสีแดงฉานที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนาง
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบวัตถุแปลกปลอม (สารเคมีต้องห้ามและหลักฐานเท็จ) ถูกโยนเข้ามาในเขตพื้นที่เพาะปลูกของโฮส!]
ดวงตาคู่สวยของอวี้เหมยหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปทันที แทนที่ด้วยประกายตาดุดันและเยียบเย็น นางหันไปสบตากับกู้หานที่ลุกขึ้นยืนช้าๆ พร้อมกับกำหมัดแน่นอย่างรู้ทันสถานการณ์
"ดูเหมือนว่า... จะมีคนอยากลองดีกับสามีภรรยาตระกูลกู้อีกแล้วสินะครับพี่กู้หาน" อวี้เหมยเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงรังสีสังหารที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปีศาจ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ!
รสละมุนอุ่นไอรัก ณ ไร่สุขในวันวาน•ตอนที่ 12
มิตรภาพท่ามกลางความจน
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสละมุนอุ่นไอรัก ณ ไร่สุขในวันวาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!