"ถอยไป! อย่าเข้ามานะ!"
เสียงตะโกนด้วยความตกใจของเด็กหนุ่มผู้ช่วยในไร่ดังลั่นประสานกับเสียงทุบประตูรั้วไม้สนดังสนั่นหวั่นไหว เปลวเพลิงจากคบเพลิงในมือของกลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบชีวิตสั่นไหววูบวาบตามแรงลมรากับฝูงปีศาจที่กระหายเลือด ผู้นำกลุ่มไม่ใช่ใครอื่น หากแต่เป็น 'เฉินจื้อเฉียง' ผู้ใหญ่บ้านจอมเจ้าเล่ห์ที่มีศักดิ์เป็นญาติห่างๆ ของตระกูลสามีผู้ล่วงลับของหลินอวี้เหมย ใบหน้าอัปลักษณ์ของมันบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มหยัน ดวงตาเป็นประกายโลภโมโทสันยามกวาดมองเข้ามาในเขตบ้านไร่
กู้หานก้าวเท้าออกไปยืนขวางหน้าประตูรั้ว ร่างกายกำยำสง่างามดั่งภูผาหิน ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบ เขาไม่ได้เอ่ยคำขู่สักคำ แต่ความกดดันแผ่ซ่านรอบตัวจนทำให้พวกที่ถือคบเพลิงแถวหน้าต้องผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ผู้ใหญ่เฉินพาคนมาพังประตูบ้านผม... ตั้งใจจะก่อกบฏหรืออย่างไรครับ" น้ำเสียงของกู้หานทุบต่ำ ทรงพลัง และเปี่ยมด้วยอำนาจเด็ดขาดของนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน
"กู้หาน! แกอย่ามาทำเป็นไขسแดง!" เฉินจื้อเฉียงแสร้งทำเป็นตวาดกลบเกลื่อนความกลัว "มีคนตาดีเห็นว่าพวกแกแอบลักลอบซ่อน 'เสบียงหลวง' และของต้องห้ามไว้ในบ้านหลังนี้! ทางการกำลังกวาดล้างพวกพ่อค้าเถื่อน แกจงเปิดประตูให้พวกเราเข้าไปตรวจค้นเสียดีๆ มิฉะนั้น อย่าหาว่าฉันไม่เตือนว่าข้อหามันหนักหนาถึงขั้นประหารชีวิตนะ!"
สิ้นคำขู่ของเฉินจื้อเฉียง ฝูงชนที่ถูกจ้างวานมาหรือถูกเป่าหูด้วยผลประโยชน์ต่างก็ส่งเสียงฮือฮาก로서กดดันทันที บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติดได้ด้วยก้านไม้ขีดเดียว
ทว่า ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังจะปะทุถึงขีดสุด ประตูไม้ด้านหลังเรือนครัวก็เปิดออก พร้อมกับร่างระหงของหลินอวี้เหมยที่ก้าวเดินออกมาอย่างมั่นคง บนใบหน้าสวยคมไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม แววตาของเธอกลับฉายแววเยียบเย็นและเฉียบคมรากับคมมีดผ่าตัด
"จะตรวจค้นบ้านข้าหรือครับ... ผู้ใหญ่เฉิน" อวี้เหมยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใสแต่ก้องกังวาน ชัดเจนทุกถ้อยคำจนทุกคนต้องเงียบเสียงลง "ท่านเอาอำนาจส่วนไหนมาตรวจค้นบ้านราษฎรยามวิกาลเช่นนี้ มีหมายค้นจากทางการหรือยัง? หรือว่าใช้แค่ 'ความโลภ' ของท่านเองเป็นใบเบิกทางกันแน่?"
เฉินจื้อเฉียงหน้าเสียไปชั่วขณะเมื่อถูกจี้ใจดำ แต่มันก็ยังกัดฟันกรวด "นังปากกล้า! ข้าได้รับรายงานลับจากพลเมืองดีว่าพวกแกซ่อนของผิดกฎหมาย หากพวกแกบริสุทธิ์ใจจริงก็ต้องให้ตรวจค้น ถ้าข้าไม่เจอ... ข้าจะกราบขอขมาพวกแกสามครั้งเลยเป็นไร!"
"ไม่ต้องถึงขนาดกราบหรอครับ..." กู้หานขยับตัวเข้ามาโอบไหล่บางของภรรยาไว้หลวมๆ แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้เฉินจื้อเฉียงต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "เพราะถ้าพวกคุณค้นไม่เจอ... คนที่จะต้องชดใช้ความอัปยศนี้ ไม่ใช่แค่การกราบขมา แต่ผมจะหักขาพวกคุณเรียงตัว ข้อหาบุกรุกยามวิกาลและสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชน!"
คำขู่ที่จริงจังและดุดันของกู้หานทำให้กลุ่มชายฉกรรจ์เริ่มลังเล คบเพลิงในมือเริ่มสั่นไหว เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าอดีตนายทหารผู้นี้พูดจริงทำจริง ไม่มีทางยอมอ่อนข้อให้แน่นอน
อวี้เหมยส่งยิ้มบางๆ ให้สามี เป็นรอยยิ้มที่สื่อความนัยว่าเธอมือถือสากปากถือศีลและจัดการเรื่องนี้เองได้ เธอหันไปมองเฉินจื้อเฉียงด้วยสายตาสمเพช "อยากค้นนักใช่ไหมครับ? เชิญ! เชิญเข้ามาดูให้ทั่วทุกซอกทุกมุมเลย... แต่ถ้าพวกท่านค้นแล้วไม่พบอะไร นอกจากจะต้องชดใช้ค่าเสียหายที่พังประตูรั้วบ้านข้าแล้ว ข้าจะแจ้งทางการข้อหาบุกรุกและพยายามกรรโชกทรัพย์ด้วย ท่านผู้ใหญ่... พร้อมจะเอาอนาคตของตัวเองมาเดิมพันกับข่าวลือโง่ๆ นี่ไหมล่ะครับ?"
ความมั่นใจเกินร้อยของสองสามีภรรยาทำให้เฉินจื้อเฉียงเริ่มเหงื่อตก มันหันไปสบตากับสมุนมือขวาแล้วพยักหน้าส่งสัญญาณ "เข้าไป! ค้นให้พลิกแผ่นดิน! ฉันไม่เชื่อหว่านังนี่จะซ่อนหางของมันพ้นหูพ้นตาไปได้!"
สิ้นเสียงสั่งการ ฝูงชนกรูกันเข้ามาในลานบ้านราวกับฝูงตั๊กแตนบุกไร่ พวกมันรื้อค้นข้าวของตามเรือนพักและโรงเก็บฟืนอย่างบ้าคลั่ง ท่ามกลางสายตาที่นิ่งสงบและเยือกเย็นของหลินอวี้เหมย เธอยืนกอดอกมองพฤติกรรมน่าสมเพชเหล่านั้นด้วยมุมปากที่ยกย่องขึ้นเล็กน้อย *โง่เขลาเสียจริง... ของหลวงที่พวกมันหากันน่ะหรือ จะมีค่าเท่ากับ 'มิติพิเศษ' ในกำมือของเธอได้อย่างไร*
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง เสียงค้นหาเริ่มเงียบลง ใบหน้าของเฉินจื้อเฉียงเริ่มซีดเผือดลงเรื่อยๆ เมื่อลูกน้องของมันเดินกลับมารายงานด้วยท่าทางอึกอักว่า "ผู้... ผู้ใหญ่ครับ ไม่พบ... ไม่พบอะไรเลยครับ! นอกจากข้าวสารไม่กี่ถังกับเกลือป่น..."
"เป็นไปได้ยังไง!" เฉินจื้อเฉียงคำรามลั่นด้วยความเหลืออด มันพุ่งตัวเข้ามาหมายจะผลักอวี้เหมยเพื่อเข้าไปตรวจค้นในครัวด้วยตัวเอง แต่ทว่า...
ฟึบ!
กู้หานไวกว่าแสง มือหนาคว้าคอเสื้อของเฉินจื้อเฉียงแล้วยกขึ้นลอยเหนือพื้นด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย แรงบีบที่คอทำให้หน้าของผู้ใหญ่บ้านเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ อากาศในปอดถูกรีดออกจนหมดสิ้น ท่ามกลางเสียงร้องตกใจของสมุนที่พากันถอยกรูด
"แก... แกกล้า..." เฉินจื้อเฉียงพยายามตะกุกตะกัก
"ผมเตือนคุณแล้วนะ" กู้หานเอ่ยเสียงเย็นเยียบ ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งความปรานี "บ้านผมไม่ใช่ที่ที่ใครจะเข้ามาเหยียบย่ำตามอำเภอใจได้"
"พะ... พอเถอะครับพี่กู้หาน" อวี้เหมยเอ่ยปากห้ามเบาๆ เธอเดินเข้าไปแตะแขนสามี สายตาคมกริบมองเฉินจื้อเฉียงที่กำลังจะขาดอากาศหายใจ "ปล่อยมันก่อนเถอะครับ ให้มันตายตอนนี้ก็สกปรกมือเราเปล่าๆ... อีกอย่าง ตอนนี้พวกเรามีเรื่องที่สำคัญกว่าต้องทำตั้งเยอะ"
กู้หานปัดมือทิ้งอย่างไม่ใยดี ร่างอ้วนท้วมของเฉินจื้อเฉียงร่วงลงไปกองกับพื้น สำลักอากาศไอโขกคอกหน้าดำหน้าแดง
"ไสหัวไปให้พ้นบ้านฉันซะ!" อวี้เหมยประกาศกร้าว "ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจแจ้งทางการจับพวกแกเข้าคุกจริงๆ!"
กลุ่มคนเหล่านั้นไม่กล้ารั้งอยู่แม้แต่วินาทีเดียว ต่างพากันหามผู้ใหญ่บ้านที่ไร้สภาพความน่าเกรงขามวิ่งหนีหายไปในความมืดอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบที่กลับคืนสู่ไร่สุขในวันวานอีกครั้ง
เมื่อความวุ่นวายผ่านพ้นไป อวี้เหมยถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนที่รอยยิ้มพึงพอใจจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย เธหันไปมองสามีแล้วเอ่ยกลั้วหัวเราะ "เหนื่อยหน่อยนะครับคุณสามี... แต่การออกกำลังกายยามดึกแบบนี้ ก็ช่วยให้เจริญอาหารขึ้นเยอะเลยว่าไหมครับ?"
กู้หานมองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความหลงใหลระคนทึ่ง "ไม่ว่าเมื่อไหร่ คุณก็ทำให้ผมทึ่งได้เสมอ... ว่าแต่ ที่คุณบอกว่าเจริญอาหารนี่ หมายความว่า..."
"ใช่ครับ" อวี้เหมยขยับยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาเป็นประกายระยับ "ความวุ่นวายเมื่อครู่ ทำให้ 'หมูตุ๋นสูตรพิเศษ' ที่เคี่ยวไว้ในเตาตั้งแต่มืดค่ำ ได้ที่พอดีเลยครับ..."
เธอหมุนตัวเดินนำสามีกลับเข้าไปในเรือนครัวที่ปิดทึบ ทันทีที่ผลักบานประตูไม้เปิดออก กลิ่นหอมอันทรงพลังก็พวยพุ่งทะลักออกมาปะทะจมูกทันที!
มันไม่ใช่กลิ่นหอมธรรมดา แต่เป็นกลิ่นหอมล้ำลึกของเครื่องเทศจีนนาน种ทั้งโป๊ยกั๊ก ออบเชย ลูกจันทน์เทศ ที่ผสานกลิ่นหอมหวานเย้ายวนของน้ำตาลเคี่ยวไหม้จนเป็นสีคาราเมล เคล้าคลอไปกับไขมันหมูสามชั้นที่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก เนื้อหมูสีแดงฉ่ำวาวที่ตุ๋นจนซึมซาบเครื่องเทศอย่างล้ำลึก ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลฟุ้งกระจายข้ามรั้วบ้าน ลอยไปตามสายลมยามค่ำคืนที่สงัดเงียบ...
กลิ่นหอมอันเย้ายวนนี้รุนแรงเสียจนเพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียงที่เพิ่งล้มตัวลงนอน ต่างต้องสูดจมูกฟุดฟิด ลุกขึ้นมานั่งชะเง้อคอมองออกนอกหน้าต่างด้วยความกลืนน้ำลายเอื้อมระอา เพราะกลิ่นหอมนี้มันช่างทรมานคนท้องว่างในยามดึกเสียเหลือเกิน!
อวี้เหมยตักหมูตุ๋นสีอำพันแวววาวใส่ชามกระเบื้องเคลือบ โรยด้วยต้นหอมซอยสีเขียวสดและพริกไทยป่นหอมกรุ่น ควันร้อนๆ ลอยกรุ่นขึ้นมาเตะจมูก เธอยื่นตะเกียบให้สามีพลางเอ่ยยิ้มๆ "ชิมดูสิครับ... ฝีมือภรรยาของคุณ รับรองว่าอร่อยจนลืมไม่ลงแน่นอน"
กู้หานรับตะเกียบมาด้วยความคาดหวัง แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้คีบชิ้นหมูเข้าปาก เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นอีกครั้ง... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ไม่ใช่เสียงทุบด้วยความเกรี้ยวกราดแบบเมื่อครู่ แต่เป็นเสียงเคาะเบาๆ ที่เต็มไปด้วยความลังเลและละล้าละลัง
อวี้เหมยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สบตากับกู้หานที่วางตะเกียบลงทันทีด้วยสัญชาตญาณระแวดระวัง
"ใครกันที่มาเคาะประตูเอาป่านนี้..." กู้หานพึมพำเสียงต่ำ ขณะที่เสียงเรียกจากนอกรั้วดังลอดเข้ามาในความเงียบ
"คุณ... คุณอวี้เหมยครับ... กู้หาน... พวกเราเองครับ..." เสียงสั่นๆ ของ 'ลุงเฉียน' เสมียนหมู่บ้านผู้ขึ้นชื่อว่าตระหนี่ถี่เหนียวดังขึ้น พร้อมกับเสียงกลืนน้ำลายดังอึกใหญ่ "พวกเรา... ได้กลิ่นอะไรหอมๆ ลอยมาจากในบ้าน... คือว่า... พวกเราขอซื้อหมูตุ๋นสักชามได้ไหมครับ... เท่าไหร่ก็ยอมจ่าย!"
อวี้เหมยหันไปสบตากับกู้หาน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์และพราวระยับปรากฏขึ้นบนมุมปากของภรรยาคนสวยทันที... *ดูท่าทาง... แผนการสร้างฐานะล็อตแรกของคืนนี้ จะเริ่มต้นเร็วกว่าที่คิดเสียแล้วสิครับ*
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
รสละมุนอุ่นไอรัก ณ ไร่สุขในวันวาน•ตอนที่ 7
กลิ่นหอมเรียกแขก
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสละมุนอุ่นไอรัก ณ ไร่สุขในวันวาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!