รสละมุนอุ่นไอรัก ณ ไร่สุขในวันวาน•ตอนที่ 8

การค้าแรกที่ตลาดมืด

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"ถ้าท่านยังกล้าเอาไข่ไก่เปลือกด่างพร้อยพวกนี้มาเสนอราคาเดิม ข้าคงต้องเรียนเชิญท่านออกนอกร้านไปเสียตอนนี้" เสียงตบโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสะท้อนก้องห้องโถงด้านหลังของโรงเตี๊ยมร้างริมชายป่า แรงปะทะทำให้กาน้ำชาเซรามิกสั่นสะเทือนจนน้ำชาล้นเปื้อนขอบถ้วย นายหน้าค้าของเถื่อนนามว่า 'เฉินโหว' ผู้มีรอยแผลเป็นพาดผ่านหางตาซ้ายจ้องมองผู้มาเยือนด้วยสายตารังเกียจระคนดูแคลน ร่างท้วมหนาของเขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปรายตามองตะกร้าไม้ไผ่ที่ตั้งอยู่เบื้องหน้าอย่างไม่แยแส หลินอวี้เหมยไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางแย้มรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ดวงตากลมโตเป็นประกายคมกริบราวกับมองทะลุผ่านความเจ้าเล่ห์ของชายตรงหน้า นاتมือเรียวบางที่ผ่านการทำงานหนักมาบ้างเอื้อมไปเปิดผ้าขาวบางที่คลุมตะกร้าออกอย่างช้า ๆ กลิ่นหอมสะอาดสดชื่นราวกับหยาดน้ำค้างบนยอดหญ้าฤดูใบไม้ผลิโชยฟุ้งกระจายออกมาทันที กลิ่นอละมุนที่แปลกประหลาดนี้ทำให้เฉินโหวที่กำลังจะอ้าปากไล่ตะردถึงกับชะงัก กลิ่นอายพลังงานบริสุทธิ์จากมิติลับพวยพุ่งเข้าจมูกจนเขารู้สึกปลอดโปร่งขึ้นมาอย่างฉับพลัน ภายในตะกร้าไม่ได้มีเพียงไข่ไก่เปลือกด่างพร้อยตามที่อีกฝ่ายกล่าวหา ตรงกันข้าม... ไข่ไก่ทุกฟองเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ผิวเปลือกเนียนละเอียดดั่งหยกขาวอมชมพู สะท้อนแสงตะเกียงวับแววราวกับมีออร่าจาง ๆ ห่อหุ้มอยู่ และเมื่อนางหยิบไข่ฟองหนึ่งขึ้นมาเคาะเบา ๆ เสียงที่สะท้อนกลับมาคือความแน่นหนาของมวลสารภายในที่ไม่ธรรมดา "ท่านเฉิน โปรดใช้สายตาอันเฉียบคมของท่านพิจารณาดูให้ดีเสียก่อนที่จะเอ่ยวาจาใดออกมา" หลินอวี้เหมยเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าราบเรียบและทรงพลัง "ไข่ไก่จาก 'ไร่สุข' ของเรา เลี้ยงด้วยธัญพืชคัดพิเศษและน้ำพุธรรมชาติบริสุทธิ์ ไร้ซึ่งกลิ่นคาวคละคลุ้ง เป็นไข่ชั้นยอดที่แม้แต่คหบดีในเมืองหลวงยังต้องแย่งชิง ท่านบอกว่ามันราคาตกต่ำ... เช่นนั้นแล้ว ข้าคงต้องหอบสินค้าชิ้นนี้ไปเสนอให้ 'เถ้าแก่หลิว' แห่งหอสุราพยัคฆ์คำรามเสียแล้วกระมัง" สิ้นนาม 'เถ้าแก่หลิว' สีหน้าของเฉินโหวก็เปลี่ยนสีฉับพลัน เถ้าแก่หลิวคือคู่แข่งคนสำคัญในตลาดมืดแห่งนี้ หากไข่ไก่คุณภาพเยี่ยมยอดเช่นนี้หลุดมือไปถึงมืออีกฝ่าย แถมยังมีผักกาดเขียวที่ใบอวบออ À เขียวขจีราวกับหยกมรกต และหัวผักกาดขาวที่เนื้อแน่นเนียนไร้เสี้ยนอยู่ในตะกร้าใบรองอีก... กิจการผูกขาดสินค้าเกษตรหายากของเขาในตลาดมืดคงได้สั่นคลอนอย่างแน่นอน "ช้าก่อนคุณหนูหลิน! ข้า... ข้าก็แค่ล้อท่านเล่นเท่านั้น" เฉินโหวรีบเปลี่ยนท่าทีทันควัน รอยยิ้มจอมปลอมถูกปั้นแต่งขึ้นบนใบหน้าอ้วนท้วม ดวงตาเล็กหยีมองตะกร้าสินค้าด้วยความโลภที่ปิดไม่มิด "ของดีเช่นนี้ย่อมมีราคาของมัน ว่ามาเถอะ... ท่านต้องการเท่าไหร่สำหรับล็อตนี้?" หลินอวี้เหมยหรี่ตามองเล็กน้อย นางรู้ดีว่าคนเขี้ยวลากดินเช่นนี้หากไม่แสดงความเหนือกว่าให้เห็นแต่แรก ย่อมถูกกดราคาจนไม่เหลือทุน ซ้ำร้ายอาจตกเป็นเหยื่อของการรีดไถในภายหลัง ทว่าในขณะที่นางกำลังจะเอ่ยปากต่อรองราคานั้นเอง ประตูไม้บานเก่าด้านหลังห้องก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมกันหนาวสีเข้มที่คุ้นเคย กู้หานก้าวเข้ามาในห้องด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและเงียบเชียบ รังสีอำมหิตจากการผ่านสนามรบถูกปลดปล่อยออกมาโดยไม่ตั้งใจจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น ดวงตาคมกริบกวาดมองเฉินโหวด้วยแววตาดุดันราวกับพญาอินทรีจับ "ภรรยาข้าบอกราคาเท่าไหร่ เจ้าก็จ่ายเท่านั้น" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ แต่กลับกดดันจนเฉินโหวถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ทหารหนุ่มเดินตรงเข้ามาหยัดกายยืนเคียงข้างภรรยาตัวน้อย มือหนาเอื้อมไปโอบไหล่บางไว้หลวม ๆ เป็นการประกาศอาณาเขตและแสดงความคุ้มครองอย่างชัดเจน เฉินโหวรีบพยักหน้ารัวเร็วด้วยความหวาดกลัว เขาเคยได้ยินกิตติศัพท์ของนายทหารหนุ่มผู้นี้มาบ้าง ถึงแม้จะออกจากราชการมาทำไร่ไถนา แต่รัศมีของเสือร้ายย่อมไม่จางหายไปง่าย ๆ "จ... ȝ จัดไป! ราคาตามที่คุณหนูหลินต้องการทุกประการ ข้าไม่กล้าต่อรองแม้แต่เฉินเดียว!" การค้าแรกในตลาดมืดดำเนินไปอย่างราบรื่นกว่าที่คาดการณ์ไว้ สินค้าทั้งหมดถูกเปลี่ยนมือเป็นตั๋วเงินและเงินเหรียญเงินวาววับที่หนักอึ้งในเวลาอันrวดเร็ว หลินอวี้เหมยเก็บเงินเข้ามิติลับด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ นางเงยหน้าขึ้นมองสามีที่ยังคงทำหน้าเคร่งขรึม "ท่านพี่... กลับกันเถอะเจ้าค่ะ วันนี้เราได้กำไรก้อนโต ป่านนี้แป้งหมักที่ข้าเตรียมไว้คงได้ที่พอดี เดี๋ยวข้าจะทำ 'ซาลาเปาไส้ไข่เค็มลาวา' ร้อน ๆ ให้ท่านกินเป็นรางวัล" นางเอ่ยกระซิบเสียงหวานข้างหู กู้หานชะงักไปเล็กน้อย ความเย็นชาบนใบหน้าละลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความคลั่งรักและอ่อนโยนที่มอบให้ภรรยาคนสวยแต่เพียงผู้เดียว เขาเอื้อมมือไปกุมมือเรียวนุ่มของนางไว้แน่น "ไม่ว่าเจ้าทำอะไร ข้าก็กินทั้งนั้น... แต่กลับถึงบ้านแล้ว เจ้าต้องโดนลงโทษที่กล้ามาเสี่ยงในที่อโคจรคนเดียวเสียก่อน" สองสามีภรรยาเดินเคียงคู่กันออกจากตรอกมืดของตลาด โดยไม่ทันสังเกตเห็นเงาร่างหนึ่งที่สวมเสื้อคลุมฮู้ดสีดำสนิท กำลังยืนหลบมุมมืดอยู่หลังเสาหินริมถนน สายตากระหายเลือดจ้องมองตามแผ่นหลังของทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม มือหยาบกร้านลูบคลำมีดสั้นขึ้นสนิมในAอกเสื้อเบา ๆ ก่อนจะพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "สะใภ้ตระกูลหลิน... ในที่สุดข้าก็เจอตัวเจ้าเสียที ของที่เจ้าขโมยไปจากตระกูล... ถึงเวลาต้องชดใช้ด้วยชีวิตแล้ว" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสละมุนอุ่นไอรัก ณ ไร่สุขในวันวาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%