"ถ้าพวกท่านยังยืนขวางทางหน้าร้านข้าอยู่อีกก้าวเดียว ข้าจะถือว่าพวกท่านตั้งใจมาป่วนการค้า และตั๋วเงินจำนวนสามร้อยตำลึงที่ติดค้างไว้เมื่อเดือนก่อน คงต้องให้ท่านอำเภอช่วยทวงถามแทนเสียแล้วล่ะครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น หลินอวี้เหมยไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองกลุ่มคนตระกูลเฉินที่ยืนหน้าเขียวหน้าเหลืองอยู่เบื้องหน้า มือเรียวยังคงบรรจงตักแผ่นแป้งทอดกรอบสีทองอร่ามออกจากกระทะเหล็กหล่อ เสียงน้ำมันเดือดปุดๆ และกลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศสูตรลับลอยตลบอบอวลไปทั่วตรอกตลาด ทำให้ฝูงชนที่ต่อแถวยาวเหยียดจนแทบมองไม่เห็นหัวแถวกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหิวกระหาย
ป้าสะใภ้ใหญ่ตระกูลเฉินอ้าปากพะงาบๆ ใบหน้าอวบอูมบิดเบี้ยวด้วยความแค้นเคือง นางตั้งใจจะมาอาละวาดทวงส่วนแบ่งจากร้าน "สุขในวันวาน" หลังได้ยินข่าวลือหนาหูว่าสองสามีภรรยาเก็บตัวทำกำไรจากสินค้าแปลกประหลาดได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากขู่กรรโชกตามแผน พันจ่ากู้หานที่ยืนตระหง่านอยู่ข้างกายภรรยาเสมือนกำแพงเหล็กก็ก้าวเท้าออกมาหนึ่งก้าว ดวงตาคมกริบดั่งพยัคฆ์กวาดตามองกลุ่มคนเหล่านั้นด้วยรังสีอำมหิตที่สั่งสมในสนามรบ ทำเอาคนตระกูลเฉินผถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ
"ไสหัวไปซะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว" กู้หานเอ่ยสั้นๆ แต่ทรงพลังยิ่งกว่าประกาศิต
อวี้เหมยปรายตามองสามีเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มบางเบา นางส่งห่อกระดาษมันบรรจุแป้งทอดกรอบเคลือบซอสสูตรพิเศษส่งให้ลูกค้ารายแรกที่ยืนรอด้วยความระทึก พร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจ "ขอบพระคุณมากครับ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะครับ"
นี่คือบรรยากาศความวุ่นวายปนชื่นมื่น ณ แผงลอยชั่วคราวใจกลางตลาดมืด ที่บัดนี้กลายเป็นจุดศูนย์กลางความสนใจของบรรดาพ่อค้าแม่ขายและชนชั้นสูงผู้รสนิยมสูงส่ง สินค้าที่อวี้เหมยหยิบยกออกมาจากมิติพิเศษหาใช่แค่พืชผลธรรมดา แต่เป็นผลผลิตเกษตรกรรมชั้นยอดที่ผ่านการบำรุงด้วยน้ำทิพย์สวรรค์ ทั้งแอปเปิ้ลแดงสดกรอบที่ส่งกลิ่นหอมหวานเย้ายวนใจ และซาลาเปาไส้หมูสามชั้นตุ๋นยาจีนที่ละลายในปากทันทีที่สัมผัสลิ้น
เสียงเหรียญทองแดงและตั๋วเงินกระทบกันในตะกร้าไม้ไผ่ดังกรุ๊งกริ๊งไม่ขาดสาย อวี้เหมยคำนวณตัวเลขในใจอย่างรวดเร็ว สินค้าล็อตแรกจำนวนห้าร้อยชิ้นถูกกวาดเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูป! ความเร็วระดับนี้ต่อให้เป็นเหลาอาหารอันดับหนึ่งในเมืองหลวงก็ยังต้องอับอาย
"ภรรยา... เจ้าเหนื่อยหรือไม่" กู้หานกระซิบถามเสียงนุ่ม มือหนายื่นผ้าสะอาดมาซับเหงื่อบนหน้าผากเนียนให้อย่างเบามือ ขัดกับภาพลักษณ์นายทหารผู้ดุดันโดยสิ้นเชิง สายตาที่เขามองนางเต็มไปด้วยความหลงใหลและทะนุถนอมราวกับนางเป็นสมบัติล้ำค่าเพียงหนึ่งเดียวในใต้หล้า
"ไม่เหนื่อยเลยครับท่านพี่... ออกจะสนุกเสียด้วยซ้ำ" อวี้เหมยส่งยิ้มหวานให้สามี หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างอบอุ่น นางชอบความรู้สึกของการสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยสองมือ และยิ่งชอบใจที่ได้เห็นพวกคนโลภต้องยืนมองความสำเร็จของนางตาปริบๆ โดยทำอะไรไม่ได้
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างชื่น ล้วนเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความพึงพอใจของลูกค้าที่ได้ลิ้มรสชาติอาหารระดับปรมาจารย์ ความผิดปกติบางอย่างก็เริ่มคืบคลานเข้ามา
กลุ่มชายชุดดำสวมงัปหน้ากากไม้ไผ่กลุ่มหนึ่ง เดินแหวกฝูงชนเข้ามาด้วยท่าทีคุกคาม กลิ่นอายเลือดและไอสังหารจางๆ ลอยมาแตะจมูกของกู้หานทันที สัญชาตญาณทหารผ่านศึกกรีดร้องเตือนภัย ชายหนุ่มดึงภรรยามาไว้ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ มือแกร่งกุมด้ามมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ข้างเอวแน่น
หัวหน้ากลุ่มชายชุดดำก้าวออกมาหยุดยืนอยู่หน้าแผงลอย เขาส่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างน่าขนลุก ก่อนจะโยนถุงเงินหนักอึ้งลงบนโต๊ะไม้ เสียงเหรียญทองคำกระทบกันดังสนั่น
"เจ้าของร้าน... สินค้าทั้งหมดของเจ้าวันนี้ ข้าเหมาหมด" น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้น พร้อมกับดวงตาภายใต้หน้ากากที่จ้องมองอวี้เหมยด้วยประกายตาร้ายกาจ "ไม่สิ... รวมถึงสูตรลับทั้งหมดของเจ้าด้วย ข้าให้ราคาห้าร้อยตำลึงทอง... ว่าอย่างไรล่ะแม่นางหลิน?"
เสียงฮือฮาดังขึ้นจากฝูงชนโดยรอบ ห้าร้อยตำลึงทอง! เป็นจำนวนเงินที่มากพอจะซื้อคฤหาสน์หลังใหญ่พร้อมบ่าวรับใช้หลายสิบคนได้สบายๆ
อวี้เหมยหรี่ตาลงทันที นางกวาดตามองรอยสัญลักษณ์รูป "ดอกบัวโลหิต" ที่ปักอยู่บนปกเสื้อของชายชุดดำ สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลอย่างรวดเร็ว นี่ไม่ใช่พ่อค้าทั่วไป... แต่นี่คือมือสังหารจากองค์กรใต้ดินที่รับคำสั่งมาจากเบื้องสูง!
กู้หานขยับตัวเตรียมเข้าปะทะ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนอากาศรอบตัวคล้ายจะลดอุณหภูมิลงฮวบฮาบ
แต่อวี้เหมยกลับยกมือขึ้นแตะแขนสามีเบาๆ เป็นเชิงห้าม นางคลี่ยิ้มเยርนยัน สบตาคมของชายชุดดำอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย น้ำเสียงใสใสกังวานเอ่ยตอบกลับไปอย่างท้าทาย
"ห้าร้อยตำลึงทองหรือครับ? น่าเสียดายจริงๆ... เพราะต่อให้ท่านเอาเงินมาถมจนหมดคลังของแคว้น ข้าก็ไม่ขาย"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็พลันเงียบสงัดลงจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ ชายชุดดำแค่น ึดเสียงต่ำ ดาบยาวในฝักถูกชักออกมาครึ่งนิ้ว สะท้อนแสงจันทร์ยามค่ำคืนเป็นประกายวาววับ
ทว่า ก่อนที่คมดาบจะทันได้ตวัดลงมา เสียงฝีเท้าม้าจำนวนมากก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากปากตรอก พร้อมกับธงประจำกองทัพพิทักษ์ชายแดนที่สะบัดพริ้วไหวท่ามกลางความมืด และเสียงตะโกนก้องที่ทำให้เลือดในกายของมือสังหารต้องเย็นเฉียบ
"ใต้เท้าผู้ตรวจการมาถึงแล้ว! ใครกล้าสร้างความวุ่นวายที่นี่ จับกุมให้หมด!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
รสละมุนอุ่นไอรัก ณ ไร่สุขในวันวาน•ตอนที่ 9
กำไรก้อนโตที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสละมุนอุ่นไอรัก ณ ไร่สุขในวันวาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!