เสียงกระแทกชามกระเบื้องเคลือบราคาถูกลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสนั่นหวั่นไหว จนน้ำซุปผักป่ารสจืดชืดกระเซ็นเปรอะเปื้อนขอบโต๊ะ
นางจาง แม่สามีผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคבריยดและปากร้ายแห่งตระกูลกู้ กอดอกจ้องมองหลินอวี้เหมยด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดวงตาฝ้าฟางตามวัยแต่กลับเปล่งประกายความโลภและความระแวงอย่างชัดเจน
"อวี้เหมย... แกอธิบายมาให้ชัดเจนนะว่าช่วงนี้แกเอาเงินมาจากไหน!" เสียงแหลมสูงตวัดขึ้นจนคนในบ้านที่กำลังนั่งล้อมวงกินข้าวถึงกับต้องวางตะเกียบลงทันที
กู้เจิ้ง ลูกชายคนรองที่เอาแต่เกียจคร้านไปวันๆ เหล่ตามองสะใภ้ใหญ่ด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยสมเพช "นั่นสิพี่สะใภ้ใหญ่ เมื่อวานซืนฉันยังเห็นเธอหิ้วแป้งสาลีเนื้อดี เนื้อหมูป่าชิ้นโต แถมยังมีน้ำตาลทรายขาวที่พวกเราไม่มีปัญญาแตะต้องมาเป็นปี เดินเข้าบ้านหน้าตาเฉย ผัวเธอก็แค่ทหารเกณฑ์เบี้ยหวัดน้อยนิด จะเอาปัญญาที่ไหนมาส่งเสียให้เธอใช้จ่ายมือเติบขนาดนี้ หรือว่า... แอบไปทำตัวสำส่อนที่ไหนมา!"
บรรยากาศในห้องโถงแคบๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความกดดันและสายตากล่าวหาจากคนในบ้านเดิมที่จ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อ
หลินอวี้เหมยมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยังคงนั่งหลังตรง ละเมียดละไมคีบชิ้นผักดองเข้าปาก เคี้ยวอย่างช้าๆ และสง่างาม ราวกับเสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนนไม่มีค่าพอให้เธอต้องใส่ใจ ใบหน้างามนวลผ่องประดับรอยยิ้มบางเบาที่ฉาบความเยียบเย็นไว้เบื้องลึก ท่าทีสุขุมนุ่มลึกนี้กลับยิ่งสร้างความหงุดหงิดใจให้แก่แม่สามีจอมปลอมผู้ชอบบงการยิ่งนัก
"ปากระวังหน่อยนะกู้เจิ้ง" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงพลังดังขึ้นจากหน้าประตู พันจ่ากู้หานก้าวเข้ามาในห้องด้วยร่างสูงใหญ่กำยำ รัศมีความกดดันแบบฉบับนายทหารผ่านศึกแผ่ซ่านจนทุกคนในห้องต้องกลืนน้ำลายฝืดคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองน้องชายและมารดาด้วยแววตาดุดันราวกับพญาอินทรี "ภรรยาผม ผมเป็นคนดูแล หยาดเหงื่อแรงงานที่เธอหามาได้ด้วยความสุจริต พวกคุณไม่มีสิทธิ์มาตั้งข้อสงสัย"
"แก... ไอ้ลูกอกตัญญู!" นางจางตบโต๊ะฉาดใหญ่ ใบหน้ายับย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว "แกเข้าข้างมันจนหัวปักหัวปำสินะกู้หาน! แกคิดว่าฉันโง่หรือไง? นังนี่มันเคยทำอาหารไม่เป็นด้วยซ้ำ แต่วันนี้กลับทำซáoกระดูกหมูตุ๋นยาจีนหอมฟุ้งไปทั่วทั้งหมู่บ้าน เงินทองพวกนั้นถ้าไม่ได้มาจากเงินเก็บก้นถุงของตระกูลเรา หรือไม่ได้ไปขโมยใครมา แล้วมันจะมาจากไหน!"
หลินอวี้เหมยค่อยๆ วางตะเกียบลงอย่างเป็นระเบียบ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาแม่สามีจอมปลอมที่กำลังดิ้นรนด้วยความโลภอย่างใจเย็น ดวงตาคู่คมฉายแววเฉียบคมราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝักนุ่ม
"คุณแม่พูดจาระวังปากด้วยนะคะ เงินทุกหยาดหยดที่ฉันใช้ซื้อของเข้าบ้าน เป็นเงินที่ฉันหามาได้ด้วยมือคู่นี้ทั้งสิ้น..." อวี้เหมยเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลดปล่อยรอยยิ้มเย้ายวนแต่ทว่าเฉียบขาด "ถ้าสงสัยนักว่าฉันเอาเงินมาจากไหน ทำไมไม่ลองเดินไปดูที่หลังบ้านล่ะคะ เผื่อว่าจะฉลาดขึ้นมาบ้างว่าโลกนี้เขาก้าวไปถึงไหนกันแล้ว ไม่ใช่เอาแต่นั่งรอเศษเงินจากคนอื่นไปวันๆ"
คำพูดเจ็บแสบแต่สุภาพตามมารยาททำให้หน้าของนางจางเขียวคล้ำสลับแดงด้วยความแค้นเคือง หลินอวี้เหมยลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยโดยไม่สนใจสายตาอาฆาตมาดร้ายของคนรอบข้างแม้แต่น้อย
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากด้านนอก ตามมาด้วยเสียงตะโกนหอบแฮกของเพื่อนบ้านผู้คุ้นเคย
"พี่กู้หาน! พี่สะใภ้หลิน!แย่แล้วครับ! ที่หน้าลานหมู่บ้านตอนนี้... มีรถบรรทุกทหารลึกลับมาจอดเทียบท่า พร้อมกับหัวหน้าพ่อค้าจากตลาดมืดคนนั้นกำลังโวยวายตามหาเจ้าของ 'สูตรหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง' ข้ามเขตเพื่อขอซื้อสิทธิ์ขาดทั้งหมดในราคาสูงลิ่ว!"
สิ้นเสียงรายงานนั้น ร่างของนางจางและกู้เจิ้งถึงกับแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถลนออกจากเบ้า ขณะที่หลินอวี้เหมยกลับยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
รสละมุนอุ่นไอรัก ณ ไร่สุขในวันวาน•ตอนที่ 10
แม่สามีจอมปลอมเริ่มระแวง
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสละมุนอุ่นไอรัก ณ ไร่สุขในวันวาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!