รสละมุนอุ่นไอรัก ณ ไร่สุขในวันวาน•ตอนที่ 14

สามีหนุ่มทหารปรากฏตัว

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
เสียงกัมปนาทของรองเท้าคอมแบทหนังแท้ที่กระแทกพื้นดินอัดแน่นหน้าประตูรั้วเรือนไม้ไผ่ ไม่ได้ทำให้หลินอวี้เหมยสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย มือเรียวบางที่กำลังบรรจงเคี่ยวซอสงาดำสูตรพิเศษในหม้อดินเผายังคงวนพายไม้ไผ่อย่างเป็นจังหวะ กลิ่นหอมหวานมันของงาคั่วและน้ำตาลอ้อยเคี่ยวจนได้ที่ลอยตลบอบอวลไปทั่วห้องครัว ชวนให้ต่อมรับรสของทุกคนในบริเวณนั้นทำงานอย่างหนักหน่วง ทว่า บรรยากาศรอบกายกลับเงียบกริบจนน่าประหลาด เปาซื่อสะใภ้รองตระกูลกู้ที่เคยยืนเท้าเอวส่งเสียงแว๊ดๆ หาเรื่องตบตีกับชาวบ้านเมื่อครู่ บัดนี้กลับหดคอลงไปครึ่งท่อน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดผวาจ้องมองร่างสูงใหญ่ที่ก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามา ใบหน้าคมเข้มราoghสลักหินของนายทหารหนุ่มผู้ดำรงตำแหน่งพันจ่าแห่งกองพลใหญ่ แผ่รังสีความน่าเกรงขามและดุดันออกมาจนแทบทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา กู้หานกวาดสายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่ามองสำรวจรอบบริเวณบ้าน ดวงตาคู่คมฉายแววความงงงวยระคนตกตะลึงอย่างปิดไม่มิด นี่คือบ้านของเขาจริงหรือ? ภาพจำครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะถูกส่งตัวไปฝึกยุทธวิธีพิเศษทางภาคเหนือแรมเดือน คือเรือนไม้ทรุดโทรมหลังคาโหว่ พื้นดินเฉอะแฉะเต็มไปด้วยมูลสัตว์ และเสียงบ่นกระปอดกระแปดของคนในตระกูลที่จ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อภรรยาตัวน้อยของเขาอยู่ตลอดเวลา แต่สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาในเวลานี้กลับเป็นลานบ้านที่ปูด้วยแผ่นหินสะอาดสะอ้าน แปลงผักสวนครัวเขียวขจีเป็นระเบียบเรียบร้อย โรงเรือนเพาะเห็ดส่งกลิ่นไอดินชุ่มชื้น และโรงเลี้ยงไก่สายพันธุ์พิเศษที่ส่งเสียงร้องอย่างสุขภาพดี โดยเฉพาะกลิ่นหอมเย้ายวนที่ลอยมาจากห้องครัว... มันไม่ใช่กลิ่นอาหารประทังชีวิตของคนยากจน แต่มันคือกลิ่นอายของความมั่งคั่งและความประณีตบรรจง "นี่มัน... เกิดอะไรขึ้นที่นี่?" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยขึ้น ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่เปรอะฝุ่นเล็กน้อยจากการเดินทางไกลก้าวฉับๆ เข้ามาในเขตบ้าน สายตาดุดันเหลือบไปเห็นเปาซื่อที่ยืนแข็งทื่อเป็นหินอยู่มุมรั้ว "เจ้ามาทำอะไรที่นี่... เปาซื่อ?" เปาซื่อสะดุ้งสุดตัว นางอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ สมองที่เคยคิดคำพูดร้ายๆ เพื่อมาโขกสับหลินอวี้เหมยเมื่อครู่ บัดนี้ว่างเปล่าและขาวโพลน นางรู้ดีว่าพันจ่ากู้หานผู้น้องสะใภ้คนนี้รักและหวงแหนภรรยาขนาดไหน ต่อให้ตระกูลกู้จะปฏิบัติกับหลินอวี้เหมยแย่เพียงใด แต่ถ้ากู้หานอยู่บ้าน ไม่มีใครหน้าไหนกล้าแตะต้องเส้นขนของนางแม้แต่เส้นเดียว "ฉัน... ฉันแค่มารับของฝากตามประสาญาติพี่น้องน่ะท่านพันจ่า... ไม่มีอะไรหรอก!" เปาซื่อละล่ำละลักแก้ตัว ละล้าละลังถอยหลังกรูดออกไปจากประตูรั้วแทบไม่ทัน เมื่อเห็นสายตานิ่งสนิทที่ส่งสัญญาณเตือนชัดเจนว่า 'ไสหัวไปซะ' กู้หานไม่ได้สนใจพี่สะใภ้จอมเจ้าเล่ห์อีก ส้นเท้าคอมแบทหมุนกลับอย่างรวดเร็ว มุ่งตรงไปยังห้องครัวที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น เขาจำต้องย่นหัวคิ้วเข้าหากันด้วยความแปลกใจหนักหนา เมื่อเห็นแผ่นหลังบอบบางในชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีสะอาดตา กำลังยืนปรุงอาหารอย่างคล่องแคล่วว่องไว หลินอวี้เหมยในยามนี้ ไม่ใช่หญิงสาวซอมซ่ออ่อนแอที่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมคนเดิมอีกต่อไป ท่าทางของนางมีความมั่นใจ สง่างาม และเปี่ยมด้วยเสน่ห์เย้ายวนอย่างประหลาด รัศมีของเชฟมือฉมังและนักธุรกิจผู้กุมชะตาชีวิตตัวเองแผ่ซ่านออกมาจากทุกอณู เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่หยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องครัว ทำให้หลินอวี้เหมยชะงักมือเล็กน้อย นางค่อยๆ วางพายไม้ลง ปิดเตาไฟ แล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับผู้มาเยือน ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาคมกริบของสามีหนุ่มผู้ไม่ได้พบหน้ากันนานนับเดือน กู้หานไล่สายตามองภรรยาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ผิวพรรณของนางเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แก้มเนียนมีเลือดฝาด รอยช้ำใต้ตาจากความเครียดและความอดอยากในอดีตมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความงดงามเย้ายวนใจที่ทำให้หัวใจของนายทหารหนุ่มผู้แข็งกระด้างกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความรู้สึกคลั่งรักที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ระเบียบวินัยทหารพรั่งพรูขึ้นมาจนแทบควบคุมไม่อยู่ กู้หานก้าวเข้าไปประชิดตัวนางในสามก้าวรวด มือหนาหยาบกร้านจากการจับอาวุธเอื้อมไปโอบรอบเอวบางไว้แน่นโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ดึงร่างหอมกรุ่นเข้ามาชิดแนบอกแกร่งทันที "เจ้าผอมลงหรือเปล่า... หรือว่าข้าตาฝาดไป" เสียงทุ้มพร่ากระซิบข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง หลินอวี้เหมยสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กน้อยจากกล้ามเนื้อแกร่งที่เกร็งตัว ปลายจมูกโด่งเป็นสันคลอเคลียอยู่แถวขอบขมับของนางอย่างโหยหา หลินอวี้เหมยไม่ได้ผลักไส นางปล่อยให้เขากอดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นดันแผงอกแน่นตึงของเขาเบาๆ ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความเจ้าเล่ห์นิดๆ "ท่านพี่ปล่อยก่อนเถอะค่ะ... เอ๊ย... ปล่อยก่อนเถอะครับ ตัวท่านมีแต่ฝุ่นดินจากการเดินทาง แถมซอสงาดำในหม้อของฉันจะไหม้หมดแล้ว" นางตั้งใจเปลี่ยนสรรพนามตามความคุ้นชินในโลกเดิม เกือบหลุดปากคำพูดติดปากออกมา แต่ก็แก้ไขสถานการณ์ได้อย่างแนบเนียน กู้หานยอมคลายอ้อมแขนออกอย่างไม่เต็มใจนัก ดวงตาคมเข้มมองสำรวจใบหน้าหวานหยาดเยิ้มของภรรยาอย่างไม่วางตา "เจ้าเรียกข้าว่าอย่างไรนะ... เมื่อครรภ์... เอ่อ เมื่อครู่นี้" "เรียกท่านพี่นั่นแหละค่ะ... เอ๊ย! ท่านพี่นั่นแหละครับ" หลินอวี้เหมยแอบขบเขี้ยวเคี้ยวฟันในใจเล็กน้อยกับการปรับตัวให้เข้ากับสำนวนบุรุษหนุ่ม นางเหลือบมองเขาด้วยหางตาอย่างมีจริต "ดูท่าทางท่านจะเหนื่อยจากการฝึกสินะคะ... เอ๊ย! จากการฝึกสินะครับ ถึงได้หูฝาดไปหมด" กู้หานหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าและเปี่ยมด้วยความเสน่หา เขาไม่สนใจคำทักท้วงเรื่องฝุ่นควัน ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องครัวที่สะอาดสะอ้านและเต็มไปด้วยวัตถุดิบชั้นดี "บ้านเราเปลี่ยนไปมาก... เจ้าจัดการเรื่องเหล่านี้ทั้งหมดคนเดียวอย่างนั้นหรือ?" น้ำเสียงของเขามีทั้งความภาคภูมิใจ ความแปลกใจ และความกังวลระคนกัน "แล้วเรื่องตระกูลกู้ล่ะ... พวกเขาไม่ได้มารังควานเจ้าใช่ไหมเมื่อตอนที่ข้าไม่อยู่" หลินอวี้เหมยแค่นเสียงเบาๆ ในลำคอ แววตาฉลาดเฉลียวฉายประกายเยือกเย็นทันที "รังควานน่ะรังควานแน่ครับ... แต่คนอย่างฉัน มีหรือจะยอมให้ใครมาเอาเปรียบอยู่ฝ่ายเดียว ท่านพี่กลับมาก็ดีแล้ว... ในเมื่อท่านกลับมาทันเวลาพอดี ฉันมี 'แผนการใหญ่' ที่จะทำให้ตระกูลกู้ต้องจดจำไปจนวันตาย และในขณะเดียวกัน..." นางเว้นจังหวะ เลื่อนใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหูของนายทหารหนุ่ม กลิ่นหอมหวานละมุนจากตัวนางผสมผสานกับกลิ่นอายของอาหารเลิศรส ทำให้กู้หานแทบคลั่ง "...ฉันยังมีอาหารจานเด็ดสูตรพิเศษที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ รอให้สามีผู้ซื่อสัตย์ของฉันเป็นคนชิมคนแรกด้วยนะครับ" พูดจบ หลินอวี้เหมยก็ผละตัวออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเปิดฝาหม้อดินเผาออก ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมหวลของ 'บัวลอยน้ำขิงซอสงาดำสูตรจักรพรรดิ' ที่นางใช้มิติพิเศษรังสรรค์ขึ้นมา กลิ่นหอมเข้มข้นของงาดำคั่วและน้ำขิงเผ็ดร้อนลอยฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งบริเวณบ้าน ชนิดที่ต่อให้คนหูหนวกตาบอดก็ยังต้องเหลียวหลังมามอง กู้หานกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่รู้ว่ากลิ่นหอมของอาหารตรงหน้า หรือกลิ่นอายความเย้ายวนของภรรยาตัวน้อยกันแน่ ที่กำลังทำให้สติสัมปชัญญะของนายทหารหนุ่มผู้เคร่งขรึมหลุดลอยไปไกล ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะโน้มตัวลงไปลิ้มลองทั้งรสชาติอาหารและริมฝีปากนุ่มนวลของภรรยา เสียงเคาะประตูดังปังๆ ที่หน้าบ้านก็ทำลายบรรยากาศหวานชื่นลงอย่างไม่ไว้หน้า พร้อมกับเสียงตะโกนโหววกเหวกของหัวหน้าหมู่บ้านที่ดังแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "กู้หาน! อยู่บ้านหรือไม่! เกิดเรื่องใหญ่ที่ชายแดนแล้ว ทางการส่งสารด่วนมาถึงเจ้า!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ!
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสละมุนอุ่นไอรัก ณ ไร่สุขในวันวาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%