รสละมุนอุ่นไอรัก ณ ไร่สุขในวันวาน•ตอนที่ 22

สั่งสอนพวกไร้มารยาท

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
คราบน้ำมันหมูกรอบสีทองอร่ามที่เพิ่งเคี่ยวเสร็จใหม่ๆ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณห้องครัวกว้างของไร่สุขในวันวาน หลินอวี้เหมยใช้ตะหลิวไม้เนื้อดีเคาะขอบกระทะเหล็กเบาๆ เป็นจังหวะ ขณะที่ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองผลงานในกระทะด้วยความพึงพอใจ วันนี้เธอตั้งใจทำ "หมูผัดพริกเกลือสูตรโบราณ" และ "ซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัว" เพื่อเตรียมไว้ต้อนรับพันจ่ากู้หานสามีสุดที่รักที่จะกลับจากค่ายทหารในช่วงบ่าย ความสุขสงบจากการทำอาหารและการใช้มิติพิเศษจัดการแปลงเกษตรให้เจริญงอกงามอย่างไร้ที่ติ กำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งเสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าไร่ที่ดังขึ้นอย่างหยาบคายและไร้มารยาท ทำลายบรรยากาศอันแสนรื่นรมย์ลงในพริบตา "เปิดประตูเดี๋ยวนี้! พวกเจ้ากินอยู่กันอย่างสุขสบายบนกองเงินกองทอง แต่ปล่อยให้ญาติสนิทมิตรสหายอดอยากปากแห้งอย่างนั้นรึ ช่างเป็นคนอกตัญญูเสียจริง!" เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยจนน่าสะอิดสะเอียนดังแผดลอดเข้ามาในAuraความสงบของไร่ นางหวัง ป้าสะใภ้จอมโลภมากแห่งตระกูลเดิมของร่างนี้ พร้อมด้วยสะใภ้รองที่หอบตะกร้าเปล่ามาด้วยความหวังเต็มเปี่ยม ยืนเท้าสะเอวทำหน้าถมึงทึงอยู่หน้าประตูรั้ว สายตาสอดส่ายเข้าไปข้างในราวกับเป็นเจ้าของบ้านตัวจริง พวกนางได้กลิ่นหอมของอาหารลอยโชورออกมาจากครัว จึงคิดจะมา "ขอส่วนบุญ" ตามสันดานเดิมที่เคยชินจากการรีดไถ หลินอวี้เหมยไม่ได้รีบร้อนเดินออกไป เธอเพียงแต่เช็ดมือด้วยผ้าสะอาดอย่างใจเย็น มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไม่ได้มีความอบอุ่นแม้แต่น้อย หากแต่เย็นชาและเฉียบคมราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในปลอกไหม เมื่อร่างระหงก้าวออกมาถึงหน้าประตูรั้ว นางหวังก็รีบพุ่งเข้ามาทันที ทำท่าจะดันประตูไม้เข้ามาด้านในโดยไม่ได้รับอนุญาต ทว่าหลินอวี้เหมยกลับยืนขวางไว้ด้วยท่าทีสงبนิ่ง สายตาดุจพญาหงส์มองกวาดตั้งแต่หัวจรดเท้าของอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้หน้า "อวี้เหมย! เจ้าเด็กเนรคุณ เห็นหน้าผู้ใหญ่แล้วไม่รู้จักยกมือไหว้หรืออย่างไร? แถมยังทำอาหารกลิ่นหอมน่ากินขนาดนี้ ปล่อยให้พวกฉันยืนรอตากแดดอยู่ข้างนอก ช่างไร้มารยาทสิ้นดี!" นางหวังเปิดฉากต่อว่าทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความละอาย พร้อมกับยื่นตะกร้าในมือเข้ามาใกล้ "เอานี่ไป! ตักเนื้อหมูและซุปในครัวใส่ตะกร้ามาให้หมด ครอบครัวเรากำลังลำบาก เจ้ามีสามีเป็นทหารเงินเดือนสูงแถมทำไร่รวยอู้ฟู่ แค่นี้แบ่งให้ญาติกินบ้างจะเป็นไรไป" บรรยากาศรอบตัวเงียบลงชั่วขณะ ความเงียบนี้ไม่ได้เกิดจากความเกรงกลัว แต่เป็นความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวของหลินอวี้เหมย "ญาติ?" หลินอวี้เหมยทวนคำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานชัดเจน "ตอนที่ร่างนี้เกือบอดตายข้างถนน พวกท่านเคยจำได้ไหมว่าเป็นญาติ? ตอนที่พวกท่านขนข้าวของในบ้านไปจนหมดเกลี้ยงเพื่อเอาไปให้ลูกชายผลาญเล่น พวกท่านเคยคิดถึงคำว่าญาติหรือเปล่าครับ?" นางหวังสะดุ้งโหยงเมื่อถูกจี้ใจดำ สีหน้าเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ "นั่นมันเรื่องอดีต! ตอนนี้เจ้าแต่งงานมีสามีที่ดีแล้ว ร่ำรวยขึ้นมาแล้ว ทำไมถึงใจดำอำมหิตนัก! จะไม่ยอมแบ่งข้าวของให้พวกฉันใช่ไหม? ระวังนะ ฉันจะไปประจานให้คนทั้งหมู่บ้านฟังว่าพวกเจ้าเนรคุณผู้มีพระคุณ!" สะใภ้รองรีบเสริมขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย "ใช่! ถ้าไม่อยากให้อับอายขายหน้า ก็รีบเอาอาหารพวกนั้นออกมาซะดีๆ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าพวกฉันไม่เตือน!" หลินอวี้เหมยหัวسเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวسเราะที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด เธอไม่แม้แต่จะโกรธเกรี้ยว ความโง่เขลาและไร้ยางอายของคนพวกนี้เป็นเพียงเรื่องน่าขันในสายตาของเชฟมืออาชีพที่ผ่านโลกมาโชกโชน "เชิญครับ..." หลินอวี้เหมยผายมือออกกว้างด้วยท่าทีสุภาพเกินงาม รอยยิ้มประดับบนใบหน้าแต่แววตากลับไร้ซึ่งความAuraแห่งความปรานีใดๆ "เชิญพวกท่านไปประจานได้ตามสบายเลยครับ เชิญตะโกนให้ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้" นางหวังและสะใภ้รองมองหน้ากันด้วยความงุนงง ไม่คิดว่าคำขู่จะได้ผลลัพธ์แบบนี้ "แต่..." หลินอวี้เหมยเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองตะกร้าสานในมือของสะใภ้รองด้วยสายตาสมเพช "ก่อนที่พวกท่านจะไปเห่าหอนที่ไหน ช่วยจำไว้ด้วยนะครับว่า ที่นี่คือ 'ไร่สุขในวันวาน' ที่ดินทุกตารางนิ้วและอาหารทุกจานในนี้ เป็นหยาดเหงื่อแรงงานของผมกับสามี ไม่ใช่กองขยะทานตะทานให้พวกขอทานไร้ยางอายมาคุ้ยเขี่ยหาเศษอาหาร หากพวกท่านยังกล้าก้าวล้ำเข้ามาในเขตพื้นที่ของผมแม้แต่ก้าวเดียว ผมคงต้องใช้สิทธิ์ของเจ้าของบ้านในการ... ขับไล่สุนัขและแมวเร่ร่อนด้วยวิธีของทหาร" สิ้นคำพูดนั้น ร่างหนาและสูงใหญ่ของพันจ่ากู้หานที่เพิ่งควบม้ากลับมาถึงพอดี ก็ก้าวลงจากหลังม้าด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ดวงตาดุจเหยี่ยวคมกริบกวาดมองผู้บุกทั้งสองด้วยรัศมีกดดันระดับนายทหารสนามรบ กลิ่นอายความตายและอำนาจดิบจากการผ่านศึกสงครามแผ่ซ่านออกมาจนนางหวังและสะใภ้รองหน้าซีดเผือด เขาก้าวเข้ามาโอบเอวภรรยาไว้ด้วยความทะนุถนอม แต่สายตากลับจ้องเขม็งไปยังสองแม่ลูกคู่นั้นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ภรรยาผมพูดชัดเจนแล้วนะครับ..." พันจ่ากู้หานเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทรงพลัง และเย็นยะเยือก "ถ้าไม่อยากให้ผมใช้กฎทหารจัดการกับพวกปลิงดูดเลือดอย่างพวกท่าน ก็ไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ!" นางหวังและสะใภ้รองขาสั่นพับด้วยความหวาดกลัว รีบคว้าตะกร้าแล้ววิ่งหนีหายลับไปจากหน้าไร่อย่างไม่คิดชีวิต ท่ามกลางเสียงหัวسเราะเบาๆ ของหลินอวี้เหมยที่มองตามหลังคนทั้งสองด้วยความสะใจ ความสงบสุขกลับคืนสู่ไร่สุขในวันวานอีกครั้ง กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารในครัวเริ่มส่งกลิ่นยั่วยวนประสาทสัมผัสอีกรอบ หลินอวี้เหมยหันมามองสามีหนุ่มที่ส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้ ทั้งสองเตรียมจะใช้เวลาอันแสนอบอุ่นร่วมกันในมื้ออาหารเที่ยงนี้อย่างมีความสุข ทว่า ในขณะที่หลินอวี้เหมยกำลังจะตักซุปใส่ถ้วยให้สามี สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างลึกลับร่างหนึ่งกำลังแอบซุ่มอยู่หลังแนวต้นไม้ใหญ่ริมรั้วไร่ เงาร่างนั้นไม่ได้หลบซ่อนอย่างมิดชิดนัก ราวกับจงใจแสดงตัวให้เห็น และเมื่อลมพัดโชยกลิ่นอายบางอย่างที่คุ้นเคยมาแตะจมูก หลินอวี้เหมยก็ต้องชะงักมือที่ถือทัพพีค้างไว้ทันที ใบหน้าที่เคยผ่อนคลายกลับเคร่งเครียดขึ้นมาในเสี้ยววินาที เพราะบุคคลที่ยืนแอบมองอยู่นั้น ไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา แต่เป็นคนจากตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน... ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ!
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสละมุนอุ่นไอรัก ณ ไร่สุขในวันวาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%