"ป้ายทะเบียนรถจี๊ปทหารรุ่นนั้น... เป็นรหัสของหน่วยสืบราชการลับเขตทหารสูงสุดภาคเหนือครับท่านผู้ว่า"
เสียงกระซิบจากรองผู้ว่าการอำเภอที่ยืนตัวลีบอยู่ข้างเสาไม้ระเบียงบ้านพักข้าราชการดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นไอดินหลังฝนตกและกลิ่นหอมจางๆ ของดอกอิงฮวาถูกกลบด้วยแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวจากชายในชุดเครื่องแบบลายพรางสีเขียวเข้มสามนายที่ก้าวลงจากรถด้วยท่าทีเยือกเย็นและเฉียบขาด
หลินอวี้เหมยยืนนิ่งอยู่หน้าประตูเรือนพัก สายตาคมกริบกวาดมองผู้มาเยือนทั้งสามอย่างพิจารณา หัวใจของเธอนั้นเต้นเป็นจังหวะหนักหน่วงแต่ภายนอกกลับนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ไร้ลมพัด เธอรู้ดีว่าวันย่อมมาถึง วันที่ความลับอันน่าอัศจรรย์เกี่ยวกับ 'มิติพิเศษ' และผลผลิตจากไร่สุขในวันวานที่จะเติบโตงอกงามข้ามฤดูกาลอย่างผิดธรรมชาติ จะเริ่มสะดุดตาสายตาของผู้มีอำนาจเข้าสักวัน
แต่เธอกลับไม่คาดคิดว่าคนที่ก้าวเข้ามาตรวจค้นไม่ใช่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นธรรมดา หากแต่เป็นคนจาก 'สำนักงานเขตทหารสูงสุด' หน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อศูนย์กลางและมีอำนาจเด็ดขาดในการตรวจสอบความมั่นคงของชาติ!
"คุณคือ... หลินอวี้เหมย ภรรยาของพันจ่ากู้หาน สินะครับ"
นายทหารยศพันโทผู้มีรอยแผลเป็นจางๆ บริเวณหางตาขวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนาแต่ทรงพลัง แฝงไปด้วยแววตาที่ผ่านสมรภูมิรบมาอย่างโชกโชน เขากวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณไร่ที่เขียวขจีผิดหูผิดตา ต้นคะน้าใบหนาเขียวเข้มราวกับหยกสลัก มะเขือเทศลูกโตสีแดงสดราวกับทับทิม และกลิ่นหอมหวานของแตงโมป่าที่ลอยมาตามลม ทั้งหมดนี้เติบโตขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ท่ามกลางดินแล้งจัดของมณฑลเหนือ—นี่คือสิ่งผิดปกติที่แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรกรรมระดับประเทศก็ยังต้องส่ายหน้า
"ใช่ค่ะ... เอ่อ ใช่ครับ ดิฉัน... ผมหมายถึง ผมคือหลินอวี้เหมยครับ" อวี้เหมยเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นเคยเดิมก่อนจะปรับน้ำเสียงและสรรพนามให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รักษารอยยิ้มสุภาพแต่ไม่ยอมอ่อนข้อ "ไม่ทราบว่าท่านพันโทและคณะ เดินทางมาไกลถึงไร่เล็กๆ ของเรา มีธุระอันใดหรือครับ ถึงได้นำกำลังทหารมากล-บ-อ-น-ต-า ชาวบ้านแถบนี้เสียจนตื่นตระหนกกันไปหมด"
พันโทหลี่เจี้ยนหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างมีความหมาย เขาก้าวเข้าไปใกล้รั้วแปลงผัก ยื่นมือไปเด็ดใบผักกาดหอมขึ้นมาหนึ่งใบ สัมผัสเนื้อใบที่กรอบหนาและมีละอองน้ำใสบริสุทธิ์ซึมออกมาทันทีที่ปลายนิ้วกดลงไป
"น่าทึ่งเสียจริง..." พันโทหลี่พึมพำเบาๆ "ผักชนิดนี้... ตามบันทึกของสถาบันวิจัยการเกษตรหลวง มันควรจะเติบโตได้ดีเฉพาะในดินร่วนปนทรายแถบตอนใต้ที่มีอุณหภูมิสูงกว่านี้ถึงสิบองศา และต้องใช้เวลาเพาะปลูกไม่ต่ำกว่าแปดสัปดาห์ แต่ทว่า... ไร่ของคุณหลินกลับให้ผลผลิตที่สมบูรณ์แบบที่สุดในประวัติศาสตร์ แถมยังเก็บเกี่ยวได้ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือน... คุณทำได้อย่างไรครับ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เสียงลมพัดผ่านยอดไม้ฟังดูคล้ายเสียงกระซิบเตือนภัย อวี้เหมยรู้สึกได้ถึงเม็ดเหงื่อที่ซึม1ผุดขึ้นตามไรผม แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความเฉียบคมในแววตาของเธอลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน สมองของเธอกำลังหมุนเร็วจี๋เพื่อประเมินสถานการณ์
หากเธอโกหกเรื่องปุ๋ยหมักหรือสภาพดิน ก็คงหลอกสายตาผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ไม่ได้ ทว่า หากเธอพูดความจริงเรื่อง 'มิติพิเศษ' ในระบบฟาร์ม เธอก็อาจกลายเป็นหนูทดลองในห้องปฏิบัติการลับของกองทัพทันที!
"เรื่องการเกษตร เป็นเรื่องของความใส่ใจและเคล็ดลับเฉพาะตัวของตระกูลครับท่านพันโท" อวี้เหมยตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง ไร้ซึ่งความหวาดกลัว "บรรพบุรุษของสามีฉัน... เอ่อ สามีผม ทิ้งตำราสมุนไพรและสูตรปรุงดินลับเอาไว้ให้ ก่อนที่เขาจะไปประจำการที่ชายแดน ฉัน... ผมแค่ทำตามขั้นตอนทุกอย่างด้วยความรักและความทุ่มเท... หรือว่าการที่ชาวบ้านคนหนึ่งปลูกผักได้งามจนเกินหน้าเกินตา มีความผิดร้ายแรงถึงขั้นต้องส่งทหารหน่วยสืบราชการลับมาสอบสวนเลยหรือครับ?"
คำพูดที่เจือด้วยความประชดประชันเล็กน้อยแต่นิ่มนวล ทำให้พันโทหลี่เลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกสนุก เขารู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าคนนี้ไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา ความนิ่งสงบและวาจาที่คมคายราวกับใบมีดซ่อนฝักนี้ ทำให้เขายิ่งมั่นใจว่า... ที่นี่มีความลับบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าแค่เรื่องผักสวนครัว
"คุณหลินเป็นคนฝีปากกล้าดีนี่ครับสมกับที่เป็นภรรยาของพันจ่ากู้หาน... เสียดายก็แต่ว่า..." พันโทหลี่เว้นจังหวะไว้เล็กน้อย ก่อนจะผายมือให้ลูกน้องนายหนึ่งนำแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะออกมาเปิดกางให้ดู "สามีของคุณ... กู้หาน กำลังปฏิบัติภารกิจลับขั้นสุดยอดที่แนวหน้า และในรายงานล่าสุดจากหน่วยรบพิเศษ เขาสามารถเอาชีวิตรอดจากกระสุนปืนใหญ่และอาการบาดเจ็บสาหัสได้อย่างปาฏิหาริย์... ภายในเวลาแค่ข้ามคืน บาดแผลฉกรรจ์ที่ควรจะต้องใช้เวลาพักฟื้นเป็นปี กลับสมานตัวจนเกือบเป็นปกติ"
อวี้เหมยชะงักไปชั่วขณะ เลือดในกายเย็นเฉียบลงวูบหนึ่ง
*นั่นฝีมือของน้ำพุวิเศษในมิติที่เธอแอบผสมลงไปในกระติกน้ำสนามที่ส่งให้กู้หาน! เธอมัวแต่เป็นห่วงอาการบาดเจ็บของเขา จนลืมคิดไปว่าความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเกินมนุษย์มนาเช่นนั้น จะกลายเป็นหลักฐานมัดตัวที่ดึงอันตรายมาสู่พวกเขาเอง*
"ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อจับกุมคุณ... หรือกล่าวหาว่าพวกคุณเป็นสายลับต่างชาติหรอกนะครับ" พันโทหลี่ก้าวเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องเทศและแป้งขนมปังที่ลอยออกมาจากห้องครัว เขาโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน "แต่ทางเบื้องบนกำลังสงสัยว่า... 'สิ่ง' ที่ทำให้สามีของคุณหายจากบาดเจ็บราวกับปาฏิหาริย์ และ 'สิ่ง' ที่ทำให้พืชผลในไร่นี้เติบโตได้ในดินแล้ง... มันคือสิ่งเดียวกันใช่หรือไม่?"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง อวี้เหมยสบตากับนายทหารระดับสูงนิ่ง เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความตึงเครียดพุ่งสูงถึงขีดสุดเมื่อทางเลือกเบื้องหน้ามีเพียงสองทาง—ยอมรับความจริงเสี่ยงตาย หรือหาทางพลิกเกมด้วยไพ่ใบสุดท้ายที่เธอซ่อนไว้
ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางโค้งถนนดินแดง รถจี๊ปทหารอีกคันแล่นเข้ามาจอดเทียบอย่างกะทันหัน ประตูรถถูกเปิดออกอย่างแรง และร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันจากการเดินทางไกลก็ก้าวลงมา
"พันโทหลี่! หากท่านมีข้อสงสัยอันใดเกี่ยวกับภรรยาของผม... โปรดมาถามผมโดยตรง ไม่ใช่ใช้วิธีข่มขู่ผู้หญิงไม่มีทางสู้แบบนี้!"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจและเย็นเยียบของพันจ่ากู้หานดังขึ้น พร้อมกับสายตาคมกริบที่ดุดันราวกับพยัคฆ์ร้าย เขาเดินตรงเข้ามาดึงภรรยามาหลบอยู่ด้านหลังด้วยท่าทีปกป้องอย่างเต็มที่ ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสนามรบฉายแววคุกคามอย่างเห็นได้ชัด
พันโทหลี่หันไปมองลูกน้องคนสนิทที่เพิ่งกลับมาจากแนวหน้า รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง
"โอ้... กลับมาได้จังหวะเวลาพอดีนี่ กู้หาน..." พันโทหลี่หัวเราะในลำคอเบาๆ "นายคิดจริงๆ หรือว่า... หน่วยสืบราชการลับจะปล่อยให้เรื่องมหัศจรรย์แบบนี้ผ่านไปได้ง่ายๆ โดยไม่มีการแลกเปลี่ยนอะไรบางอย่าง?"
อวี้เหมยที่ถูกกู้หานดึงมาไว้ข้างกาย แอบสูดหายใจเข้าลึก3ครั้ง ดวงตาคู่งามฉายแววเด็ดเดี่ยวขึ้นมาทันที ในเมื่อพวกเขาบีบให้เธอต้องเปิดไพ่ เธอก็พร้อมจะทำให้คนเหล่านี้รู้ว่า... ไร่สุขในวันวานแห่งนี้ ไม่ใช่สถานที่ที่ใครจะมาบุกรุกได้ตามอำเภอใจ!
เธอเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ ส่งสัญญาณให้เขาสงบสติอารมณ์ ก่อนจะก้าวออกมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับสามี แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใสชัดเจนแต่เย็นเยียบจนอีกฝ่ายต้องชะงัก
"หากท่านพันโทอยากรู้ความลับนัก... ทำไมไม่ลองชิมฝีมืออาหารของฉันเสียก่อนล่ะครับ?" อวี้เหมยยิ้มมุมปากอย่างเย้ายวนแต่ทรงพลัง "บางที... รสชาติของอาหารจานนี้ อาจจะทำให้ท่านเข้าใจความหมายของคำว่า 'ปาฏิหาริย์' ได้ดีกว่ารายงานลับของกองทัพเสียอีก"
พูดจบ อวี้เหมยก็สะบัดตัวหันหลังเดินนำไปยังห้องครัวทันที ทิ้งให้พันโทหลี่และคณะยืนอึ้งกับคำประกาศกร้าว ขณะที่กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศตุ๋นเคี่ยวกับเนื้อสัตว์ชั้นดี ก็เริ่มโชยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณไร่ จนแม้แต่นายทหารผู้เคร่งขรึมยังต้องแอบกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
รสละมุนอุ่นไอรัก ณ ไร่สุขในวันวาน•ตอนที่ 29
ความลับที่ใกล้แตก
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รสละมุนอุ่นไอรัก ณ ไร่สุขในวันวาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!