"กาแฟแก้วนี้ รสชาติแปลกไปจากเดิมหรือเปล่าครับคุณสถาปนิก หรือว่าช่วงนี้คนชงจะใจลอยไปถึงหน้างานโครงสร้างฝั่งตะวันออกซะแล้ว"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือรอยยิ้มกวนประสาทดังขึ้นชิดริมใบหู พร้อมกับกลิ่นอายน้ำหอมผู้ชายคุ้นจมูกที่ลอยมาแตะนาสิกก่อนที่เจ้าตัวจะหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้าม คณินชะงักปลายปากกาเคมีในมือเล็กน้อย เปลือกตาบางปราบเงาขึ้นมองร่างสูงใหญ่ของวิศวกรหนุ่มที่วันนี้สวมเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปーンตามท่อนแขนแข็งแกร่งอันเป็นเอกลักษณ์ของคนทำงานหน้างานจริง
"ถ้าว่างมากนัก เอาเวลาไปตรวจสเปกเหล็กเสริมคานชั้นสามดีกว่านะครับคุณภูดิศ อย่ามาเดินป้วนเปี้ยนแถวโต๊ะทำงานผมเลย คนอื่นเขาจะเข้าใจผิดคิดว่าคุณไม่มีงานการทำ" คณินตอบกลับเสียงเรียบ สายตาคมกริบตวัดกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ตามเดิม ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งเสี้ยววินาทีเมื่อปลายนิ้วแกร่งของอีกฝ่ายจงใจเคาะลงบนขอบโต๊ะทำงานของเขาเบาๆ เป็นจังหวะ
บรรยากาศภายในห้องทำงานรวมของแผนกสถาปนิกและวิศวกรเวลานี้ไม่ได้เงียบสงบเหมือนเคย เสียงซุบซิบกระซิบกระซาบและสายตาหลายคู่ที่แอบมองมาทางโต๊ะของพวกเขาทั้งคู่ กลายเป็นเรื่องที่คณินสัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าออฟฟิศมาในยามบ่าย
ข่าวลือ... มันเริ่มลุกลามเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง
ตั้งแต่วันที่คณินกับภูดิศต้องลงพื้นที่ไปแก้หน้างานโปรดัคชั่นใหญ่ที่จังหวัดระยองด้วยกันสองต่อสอง และต้องติดอยู่ในไซส์งานข้ามคืนเพราะพายุเข้า วันนั้นคือจุดเริ่มต้นของคำครหาและสายตาแปลกๆ จากเพื่อนร่วมงาน
*[นี่... แกเห็นคุณภูวิศวกรปากร้ายคนนั้นไหม ปกติเห็นกัดกับคุณนินสถาปนิกตลอด ทำไมช่วงนี้ตัวติดกันเป็นตังเมเลยวะ]*
*[เออ ฉันก็ว่า แปลกมาก เมื่อวานตอนประชุมใหญ่ ฉันเห็นคุณภูดิศแอบส่งกาแฟแก้วโปรดให้คุณนินด้วยนะ แถมสายตาที่มองนี่หวานเยิ้มซะยิ่งกว่าน้ำเชื่อมอีก]*
*[หรือว่าที่จริงแล้ว... พวกเขาไม่ได้เกลียดกันอย่างที่ปากว่า]*
เสียงซุบซิบเหล่านั้นลอยเข้าหูคณินเป็นระยะ แม้เขาจะตีสีหน้านิ่งเฉยและทำเป็นหูทวนลม แต่ลึกๆ แล้วมันสร้างความปั่นป่วนในอกอย่างประหลาด ยิ่งเวลาที่ภูดิศทำตัวสนิทสนมเกินขอบเขตในที่สาธารณะแบบนี้ มันก็ยิ่งราดน้ำมันเข้ากองไฟชัดๆ
"ปล่อยให้คนอื่นเขาเข้าใจไปสิครับ มันผิดตรงไหนที่เราจะสนิทกันมากขึ้น ในเมื่อโปรเจกต์นี้เราต้องรบราฆ่าฟัน... เอ๊ย ร่วมมือกันแก้ปัญหาจนแทบจะกินนอนด้วยกันอยู่แล้ว" ภูดิศโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนคณินต้องเอนหลังหนีโดยอัตโนมัติ ลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะข้างแก้มทำให้สถาปนิกหนุ่มต้องรีบตวัดสายตาค้อนขวับ
"ถอยไปเลยครับคุณภูดิศ คนมองกันทั้งออฟฟิศแล้ว อยากให้เขารู้กันทั้งบริษัทหรือไงว่าคุณชอบทำตัวรุ่มร่าม"
"อ้าว พูดแบบนี้ก็ไม่ยุติธรรมกับผมสิครับ" ภูดิศหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาคมกريบพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาคณินอยากจะคว้าแฟ้มแบบแปลนฟาดหน้าผากสักทีสองที "ผมแค่จะมาบอกว่า เย็นนี้ผู้รับเหมาเลี้ยงฉลองปิดจ๊อบฐานราก คุณต้องไปกับผมด้วย ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด เพราะถ้าคุณไม่ไป... ผมจะอุ้มคุณพาดบ่าเดินออกไปจากตึกนี้ให้ดูจริงๆ ด้วย"
คำขู่หน้าด้านๆ นั้นทำเอาคณินถึงกับกัดกรามแน่น นัยน์ตาสีเข้มฉายแวววาวโรจน์ด้วยความหมั่นไส้ "คุณกล้าเหรอ..."
"ลองดูไหมล่ะครับ ว่าผมกล้าหรือเปล่า" ภูดิศกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน ความใกล้ชิดที่มากเกินพอดีทำให้กลิ่นกายสะอาดผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ของวิศวกรหนุ่มแทบจะกลืนกินสติของคณินให้หลุดลอย
ในจังหวะที่คณินกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบตามสไตล์ เสียงกระแอมกระไออย่างจงใจก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
"แฮ่ม! ขอโทษที่ขัดจังหวะสวีทหวานนะครับคุณนิน คุณภู..."
เสียงทุ้มของ 'ธน ์' หัวหน้าฝ่ายโครงการก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะ สีหน้าของชายหนุ่มรุ่นพี่เต็มไปด้วยรอยยิ้มรู้ทัน ทว่าแววตากลับมีความจริงจังบางอย่างซ่อนอยู่จนคณินต้องรีบขยับตัวลุกขึ้นยืนตรงอัตโนมัติเพื่อรักษาระยะห่าง
"มีอะไรเหรอครับพี่ธัน" คณินเอ่ยถามเสียงเรียบ พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด
ธันปรายตามองภูดิศที่ยังคงนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ ก่อนจะหันมาสบตากับคณินด้วยความกังวล "พอดีทางผู้บริหารเรียกประชุมด่วนเรื่องเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับความโปร่งใสในการตรวจรับงานโครงสร้างเฟสแรก... มีคนส่งบัตรสนเท่ห์เข้าไปที่ฝ่าย HR ว่าคณะทำงานชุดนี้ โดยเฉพาะสถาปนิกกับวิศวกรหลัก มีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่อาจก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนในการอนุมัติแบบ"
สิ้นคำพูดนั้น อุณหภูมิรอบตัวราวกับลดฮวบลงทันที
คณินชะงักค้าง รอยเลือดบนใบหน้าแทบจะสูบฉีดไม่ถูกเมื่อได้ยินคำว่า 'บัตรสนเท่ห์' และ 'ผลประโยชน์ทับซ้อน' ส่วนภูดิศที่เคยมีท่าทีขี้เล่นเมื่อครู่ สีหน้ากลับเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นในพริบตาเดียว นัยน์ตาคมกริบดูลึกล้ำและเยียบเย็นลงจนน่ากลัว
บรรยากาศที่เคยอบอวลด้วยความหยอกล้อ ถูกความเงียบอันน่าอึดอัดเข้าปกคลุมทันที ท่ามกลางสายตานับสิบคู่ในออฟฟิศที่ต่างก็หยุดมองตรงมาที่พวกเขากันเป็นตาเดียว
ธันถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดถึงขีดสุด
"ท่านกรรมการผู้จัดการเรียกพบพวกคุณสองคน... ที่ห้องประชุมใหญ่ เดี๋ยวนี้ครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ดาร์กไนท์" เสมอมานะครับ
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายพัง•ตอนที่ 17
เสียงซุบซิบในออฟฟิศ
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายพัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!