สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายพัง•ตอนที่ 16

ฝนดาวตกที่ไซต์งาน

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
รอยชอล์กสีขาวบนแบบแปลนโครงสร้างแผ่นใหญ่ถูกขีดฆ่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระดาษยับยู่ยี่ไม่ต่างจากสภาพจิตใจของสถาปนิกหนุ่มในตอนนี้ คณินขยับแว่นสายตาขึ้นเล็กน้อย ปล่อยให้ความเงียบงันของไซต์งานคอนโดมิเนียมหรูย่านสุขุมวิทในยามวิกาลทำหน้าที่กดดันประสาทสัมผัส เสียงเครื่องปรับอากาศตัวเก่าส่งเสียงครางหึ่งแข่งกับเสียงฝนตกปรอยๆ ด้านนอก ทว่าสิ่งที่น่าหงุดหงิดยิ่งกว่าความล่าช้าของหน้างาน กลับเป็นร่างสูงใหญ่ของวิศวกรโครงสร้างที่กำลังยืนกอดอกพิงเสาปูนเปลือย ส่งสายตากรุ้มกริ่มมาให้อย่างไม่รู้จักรอดตาย "ถ้าจะยืนมองแล้วทำให้งานมันเสร็จเร็وขึ้น ผมแนะนำให้คุณไปหยิบไม่บรรทัดสามเหลี่ยมมาช่วยขีดดีกว่านะครับ คุณภูดิศ" คณินเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าจากโต๊ะสนามชั่วคราว เสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดเล็กน้อยสะท้อนก้องในความเวิ้งว้างของชั้นสิบสองที่ยังไม่มีฝ้าเพดาน "แหม, นินครับ... คนเราจะมองผลงานศิลปะชิ้นเอก มันก็ต้องใช้เวลาพิจารณารายละเอียดกันหน่อยสิครับ" ภูดิศหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานตัวเล็กทีละก้าวอย่างจงใจ ความสูงของอีกฝ่ายทำให้พื้นที่รอบตัวคณินแคบลงไปถนัดตา "อีกอย่าง หน้างานดึกดื่นแบบนี้ ถ้าไม่มีผมอยู่เป็นเพื่อน คุณอาจจะเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกตายคาแบบแปลนไปซะก่อนก็ได้" คณินเงยหน้าขึ้นทันควัน ปลายจมูกเกือบจะชนกับสันจมูกโด่งของอีกคนที่โน้มตัวลงมาท้าวแขนกับโต๊ะ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนน่าใจหาย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นฝนและฝุ่นปูน ลอยวนอยู่รอบตัวจนคนปากจัดต้องรีบเบือนหน้าหนี ซ่อนความสั่นไหววูบหนึ่งไว้ใต้กรอบแว่น "ผมไม่ได้ขอให้คุณอยู่... เชิญกลับไปนอนกอดเสาเข็มที่บ้านของคุณโน่นไป" "ปากแข็งชะมัด" ภูดิศพึมพำด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคมกริบพินิจมองใบหน้าด้านข้างของสถาปนิกหนุ่มที่ฉาบไล้ด้วยแสงไฟนีออนสีส้มจากดวงไฟชั่วคราว "ทำงานร่วมกันมาตั้งหลายโปรเจกต์ ทำไมคุณถึงยังคิดว่าผมจะทิ้งคุณไว้ที่ไซต์งานคนเดียวได้ลงคอ... หึ เรื่องแค่นี้แค่นيคิดก็รู้แล้ว" "ผมไม่ใช่เด็กสามขวบที่จะต้องมีพี่เลี้ยงมาคอยประกบนะครับ" คณินสวนกลับทันคราว ดวงตากลมโตตวัดกลับมามองอย่างเอาเรื่อง แต่ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะไปกับน้ำเสียงทุ้มลึกที่เจือความอ่อนโยนอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะได้เริ่มต้นขึ้นอีกรอบ แสงวาบสีฟ้าอมเขียวพาดผ่านช่องหน้าต่างที่ยังไม่ได้ติดตั้งกระจกสาดเข้ามาอาบไล้ทั่วทั้งชั้น ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ภูดิศชะงักการเคลื่อนไหว ส่วนคณินกะพริบตาปริบๆ หันขวับไปมองยังท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ถูกกลุ่มเมฆฝนแหวกออกเป็นช่องว่าง "เฮ้ย..." ภูดิศอุทานเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนของคนตัวเล็กกว่าโดยไม่ทันขออนุญาต "นิน... ออกมาดูนี่เร็ว" "นี่! ปล่อยแขนผมนะ คุณจะลากผมไปไหน..." คณินพยายามสะบัดข้อมือออก แต่แรงดึงอันหนักแน่นและเด็ดขาดของวิศวกรหนุ่มทำให้เขาต้องจำยอมก้าวตามออกไปยังระเบียงเปิดโล่งของตัวอาคาร ซึ่งเป็นจุดที่มองเห็นผืนฟ้ากว้างใหญ่ไร้สิ่งกีดขวาง ณ เบื้องบน ท้องฟ้ายามดึกที่เคยถูกบดบังด้วยมลพิษและเมฆฝน บัดนี้กลับระยิบระยับไปด้วยละอองแสงสีขาวนับร้อยดวงที่กำลังพากันพุ่งทะยานผ่านชั้นบรรยากาศ ทิ้งหางยาวเป็นประกายราวกับสายฝนแห่งดวงดาวที่ร่วงหล่นลงมาจากสรวงสวรรค์ ฝนดาวตก... คณินอ้าปากค้างเล็กน้อย ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาทั้งวันมลายหายไปในพริบตา ภาพตรงหน้าสวยงามเสียจนคำพูดทุกคำติดอยู่แค่ลำคอ ลมเย็นยะเยือกพัดกรรโชกเข้ามาปะทะร่างจนสถาปนิกหนุ่มเผลอยกมือขึ้นกอดอกเพื่อคลายความหนาว ภูดิศสังเกตเห็นอาการนั้นได้อย่างรวดเร็ว ร่างสูงถอดเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีเข้มของตนออกทันที แล้วนำมาคลุมไหล่ให้อีกฝ่ายอย่างเบามือ ไออุ่นจากร่างกายและกลิ่นกายเฉพาะตัวโอบล้อมแผ่นหลังของคณินไว้ทั้งหมด จนคนถูกกระทำต้องหันขวับไปมองด้วยความตกใจ "ผมไม่ได้หนาว..." คณินพยายามจะปฏิเสธ แม้ว่ามือจะควชายเสื้อแจ็คเก็ตเข้ามาแนบชิดตัวโดยอัตโนมัติ "ปากแข็งอีกแล้วนะครับ" ภูดิศยิ้มละมุน รอยยิ้มที่แทบจะไม่เคยปรากฏให้ใครเห็นในยามที่ต้องยืนควบคุมหน้างานอันเคร่งเครียด ดวงตาคมคายทอดมองไปยังประกายดาวบนท้องฟ้า ก่อนจะเบนกลับมามองคนข้างกายที่ยืนอยู่ใต้ร่มเงาเสื้อของตน "ในสถานการณ์โรแมนติกแบบนี้ คนปกติเขาไม่เถียงกันเรื่องงานหรอกนะ นิน" "ใครโรแมนติกกับคุณไม่ทราบ..." คณินพึมพำเสียงเบา สายตาเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบซ่อนพวงแก้มที่ขึ้นสีระเรื่อท่ามกลางแสงดาว "ผมแค่... กำลังคิดคำนวณว่าถ้าฝนดาวตกมันตกใส่เครนยกของตรงนั้น ความเสียหายจะกี่ล้านต่างหาก" ภูดิศหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง ก้องกังวานไปทั่วระเบียงชั้นสิบสอง มือหนาถือวิสาสะเอื้อมไปจัดปรกผมที่ปลิวมาบังหน้าให้สถาปนิกหนุ่มอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนที่ปลายนิ้วทำเอาคณินตัวแข็งทื่อ ลืมหายใจไปชั่วขณะ "บางที... คุณก็ควรหยุดเป็นสถาปนิกจอมเนิร์ดสักนาทีนึง แล้วใช้ชีวิตแบบมนุษย์มนาเขาบ้างนะ" ภูดิศกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำนั้นพร่าพร่าและใกล้ชิดจนหัวใจของคณินกระหน่ำรัวราวกับกลองเพล ทั้งสองยืนเคียงข้างกันเงียบๆ ปล่อยให้สายฝนแห่งดวงดาวโปรยปรายลงมาเป็นพยานให้กับความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันในใจของคนทั้งคู่ ไม่มีคำหวานเลี่ยน ไม่มีคำสัญญาใดๆ มีเพียงแค่ความอบอุ่นที่ส่งผ่านจากผืนผ้าและสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยปาก ทว่า... ในวินาทีที่คณินกำลังจะเงยหน้าขึ้นสบตากับคนข้างกายเพื่อเอื้อนเอ่ยบางประโยคที่ติดอยู่ในใจ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงตะโกนโهاกเหวกก็ดังขึ้นจากบันไดหนีไฟด้านหลัง ทำลายความเงียบสงบลงในเสี้ยววินาที "เฮ้ย! หัวหน้าภู! สถาปนิกนิน! พวกคุณยังอยู่ข้างบนนี้กันอีกเหรอวะเนี่ย นึกว่าตกลงไปตายกันข้างล่างแล้ว!" เสียงตะโกนห้าวเป้งของ "ไอ้กร" โฟร์แมนหนุ่มประจำไซต์งานที่วิ่งหน้าตาตื่นถือแฟ้มเอกสารพุ่งพรวดออกมาที่ระเบียง ทำให้ภูดิศและคณินต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต คณินหน้าถอดสี รีบดึงเสื้อแจ็คเก็ตคืนให้อีกฝ่ายด้วยความลนลาน ขณะที่ภูดิศหันขวับไปถลึงตาใส่โฟร์แมนตัวดีด้วยความหัวเสียสุดขีดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญในรอบปี "มึงขึ้นมาทำไมวะไอ้กร! ใครใช้ให้มึงขึ้นมาตอนนี้!" ภูดิศแยกเขี้ยวใส่เสียงกร้าว "อ้าว! ก็ผู้รับเหมาช่วงเขาโทรมาโวยวายเรื่องเหล็กเสริมคานชั้นสิบห้าสิวะครับคุณภู ว่าแต่... พวกคุณสองคนยืนทำอะไรกันหน้าแดงๆ วะเนี่ย?" ไอ้กรกะพริบตาปริบๆ มองหน้าวิศวกรหนุ่มสลับกับสถาปนิกหนุ่มที่ยืนกอดอกหันหน้าไปคนละทาง คณินสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็ว ก่อนจะก้าวเดินผ่านหน้าโฟร์แมนหนุ่มไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคสั้นๆ ที่ทำเอาภูดิศถึงกับมุมกระตุกยิ้มด้วยความมัน "เรื่องงานเรื่องใหญ่... เชิญเคลียร์กันเองนะครับ คุณวิศวกรโครงสร้าง" ภูดิศมองตามแผ่นหลังบางที่เดินหายเข้าไปในตัวตึก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก ชายหนุ่มหันกลับไปมองท้องฟ้าที่ฝนดาวตกกำลังจะเลือนหายไป ก่อนจะสาวเท้าก้าวตามเข้าไปติดๆ โดยไม่รู้เลยว่า... ปมปัญหาใหญ่ที่กำลังรอพวกเขาอยู่ข้างล่างนั้น จะพลิกผันสถานการณ์ทุกอย่างไปตลอดกาล! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ดาร์กไนท์" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายพัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%