แปลนโครงสร้างตึกระฟ้าสิบชั้นบนหน้าจอไอแพดถูกเลื่อนผ่านด้วยนิ้วเรียวยาวที่สั่นระริกเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด คณินขบกรามแน่นจนสันกรามคมคายขึ้นเป็น
"ถ้ายังเอาแต่จ้องหน้าผม แทนที่จะจ้องแบบแปลโครงสร้างตรงนั้น มีหวังฐานรากตึกนี้คงทรุดก่อนตอกเข็มเสียอีกนะครับคุณสถาปนิก"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้าแหย่ดังขึ้นเหนือหัว พร้อมกับกลิ่นหอมสะอาดของน้ำหอมผู้ชายที่ลอยมาแตะจมูก คณินสะดุ้งเฮือก รีบเงยหน้าขึ้นจากจอแทบไม่ทัน ดวงตาคมกริบที่มักจะใช้มองงานด้วยความเฉียบขาดในยามนี้กลับไหววูบไปชั่วขณะเมื่อพบว่าภูดิศยืนประชิดโต๊ะทำงานของเขามากเกินความจำเป็น ระยะห่างระหว่างกันในห้องประชุมแคบ ๆ นี้แทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ
"ถอยไปหน่อยครับคุณภูดิศ ห้องประชุมออกจะกว้าง ทำไมต้องมาเบียดเบียนพื้นที่หายใจของคนอื่นด้วย" คณินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบสนิทแต่ซ่อนความหงุดหงิดไว้ภายใต้หน้ากากความนิ่งสงบ
ภูดิศไม่ถอย หนەมซ้ำยังโน้มตัวลงมา ใช้มือข้างหนึ่งท้าวขอบโต๊ะทำงานของคณิน กักขังร่างเพรียวเอาไว้ตรงกลางระหว่างพนักเก้าอี้และแผงอกกว้าง วิศวกรหนุ่มยิ้มมุมปาก ดวงตาพราวระยับจ้องมองคนปากแข็งตรงหน้าด้วยความรู้สึกสนุกสนาน
"พื้นที่ในห้องมันกว้างก็จริงครับ... แต่ผมไม่ได้อยากยืนตรงอื่น ผมอยากยืนตรงนี้ ตรงที่มีคนปากแข็งนั่งทำหน้ายักษ์ใส่ผมอยู่ทุกวันมากกว่า"
"เพ้อเจ้อ" คณินเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาร้อนแรงที่มองมา ปลายนิ้วจิกเข้าหากันแน่นจนเจ็บ "ผมไม่ได้ปากแข็ง และไม่ได้คิดอะไรทั้งสิ้น เลิกพูดจาชวนเข้าใจผิดแบบนี้สักที งานตรงหน้ากองเป็นภูเขา คุณควรเอาเวลาว่างไปตรวจสเปกเหล็กเสริมคาน ไม่ใช่มาเดินป้วนเปี้ยนแถวนี้"
ภูดิศหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นอยู่ในอกจนคณินสัมผัสได้ถึงแรงสะเทือน วิศวกรหนุ่มไม่ได้โกรธเคืองกับคำพูดไล่ตะเพิดนั้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับยิ่งก้าวล้ำเส้นเข้ามาใกล้ขึ้นไปอีก มืออีกข้างที่ว่างยื่นออกไป ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะเบา ๆ ที่ปลายคางเรียวบังคับให้ใบหน้าดื้อรั้นหันกลับมาสบตากันตรง ๆ
"ไม่ได้คิดอะไร... แต่หูแดงแจ๋เลยนะครับคุณนิน" ภูดิศกระซิบเสียงพร่า แววตาขี้เล่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งจริงจังจนน่ากลัว "ปากบอกว่าเกลียดผม ปากบอกว่าไม่อยากเข้าใกล้ แต่ทำไมเวลาผมเข้าหาทีไร คุณถึงไม่เคยผลักผมออกจริง ๆ จัง ๆ สักทีล่ะครับ"
"ผม..." คณินอ้าปากจะเถียง แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่แค่ลำคอเมื่อปลายนิ้วอุ่นนั้นไล้ผ่านกรอบหน้าลงมาเบา ๆ สัมผัสวาบหวามที่แล่นริ้วไปทั่วผิวเนื้อทำให้หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับรัวกระหน่ำราวกับกลองเพล ลมหายใจของสถาปนิกหนุ่มสะดุดกึก สมองที่เคยประมวลผลแปลนอาคารได้อย่างแม่นยำกลับขาวโพลนว่างเปล่าในพริบตา
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบา ๆ กับเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นแข่งกัน คณินรู้ตัวดีว่าเขากำลังพ่ายแพ้ พ่ายแพ้ให้กับความใกล้ชิด พ่ายแพ้ให้กับดวงตาคู่นั้นที่มองมาด้วยความคลั่งรักแบบไม่คิดจะปิดบัง และเหนือสิ่งอื่นใด... เขากำลังพ่ายแพ้ให้กับหัวใจตัวเองที่ทรยศด้วยการเต้นแรงทุกครั้งที่อยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้
"คุณมัน..." คณินเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงสติอันน้อยนิดกลับคืนมา "คุณมันน่ารำคาญที่สุด ภูดิศ"
"แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ใช่ไหมครับว่าชอบให้ผมมารำคาญใส่" ภูดิศยิ้มกริ่ม ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ร,มหาสมุทรแห่งความรู้สึกตีวนอยู่ในอกของวิศวกรหนุ่ม เขาอดทนเก็บความรู้สึกนี้มานานเกินไป มากเกินกว่าจะปล่อยให้คนปากแข็งแถไปได้อีกแล้ว "ถ้าไม่ได้คิดอะไรกับผมจริง ๆ งั้นตอบผมมาสคำถามเดียว... ทำไมตอนที่ผมเกือบโดนคานเหล็กหล่นทับเมื่ออาทิตย์ก่อน แววตาของคุณถึงดูเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะพังทลายลงมาล่ะครับ"
คำถามนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางใจ คณินชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ภาพเหตุการณ์วันนั้นย้อนกลับเข้ามาในหัว ภาพที่เสาเหล็กขนาดใหญ่เกิดอุบัติเหตุร่วงหล่นเฉียดร่างของภูดิศไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร วินาทีนั้น... โลกทั้งใบของเขาดับวูบลงจริง ๆ ความกลัวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจทำให้เขารู้ตัวในวินาทีนั้นเองว่า เขารักผู้ชายคนนี้มากแค่ไหน
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ความดื้อรั้นพยายามจะงัดเอาข้อแก้ตัวร้อยแปดพันประการมาปฏิเสธ แต่เมื่อสบเข้ากับแววตาที่รอคอยความจริงใจของอีกฝ่าย กำแพงน้ำแข็งที่คณินสร้างขึ้นมาตลอดชีวิตก็พังทลายลงในพริบตา
"ผม..."
คณินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมความกล้า ริมฝีปากหยักสวยกำลังจะขยับเอื้อnคำสารภาพที่เก็บงำไว้ลึกสุดใจออกมา ทว่าก่อนที่คำพูดสำคัญจะหลุดรอดจากเรียวปาก...
*ก๊อก ๆ ๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูห้องประชุมจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต
"คุณนินครับ! แย่แล้วครับ แบบแปลนโซน B ที่ลูกค้าแก้มาใหม่ มีปัญหาใหญ่..."
เสียงตะโกนโหววกเหวกของเด็กฝึกงานในแผนกที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาหยุดชะงักลงทันที เมื่อกวาดสายตามาเห็นภาพตรงหน้า ภาพของวิศวกรหนุ่มชื่อดังยืนคร่อมกักตัวสถาปนิกมือหนึ่งไว้ชิดโต๊ะทำงาน ในระยะประชิดที่แทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว
ห้องประชุมทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสนิทชั่วขณะ
ภูดิศถอนหายใจยาวด้วยความหัวเสียอย่างไม่คิดจะปิดบัง ค่อย ๆ ผละร่างออกจากสถาปนิกหนุ่มอย่างจำใจ ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติก่อนจะหันไปปรายตามองเด็กฝึกงานหน้าตาตื่นที่ยืนแข็งค้างอยู่หน้าประตู
คณินรีบยกมือขึ้นเสยผมลวก ๆ เพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวบนใบหน้า สติสัมปชัญญะกลับคืนมาครบถ้วนพร้อมกับความกระดากอายที่ตีตื้นขึ้นมาจนต้องแกล้งกระแอมไอเบา ๆ กลบเกลื่อนสถานการณ์
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ดาร์กไนท์" เสมอมานะครับ
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายพัง•ตอนที่ 18
คนปากแข็งกับคนคลั่งรัก
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายพัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!