สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายพัง•ตอนที่ 9

ดินเนอร์ลับหลังเลิกงาน

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
"แปลนตึก 'The Luminary' หลุดออกไปครึ่งชั่วโมงแล้ว... แต่พวกคุณสองคนยังมานั่งแคะหอยแครงอยู่ที่ร้านรถเข็นข้างตึกเนี่ยนะ?" เสียงปลายสายของเลขาฯ สาวที่ดังทะลุสปーカーโฟนออกมาไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขยับตัวแม้แต่น้อย คณินปรายตามองโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะพลาสติกสีแดง ก่อนจะคีบหอยแครงเผี้ยนตัวอ้วนจุ่มลงในน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจานตรงหน้าอย่างใจเย็น ผิดกับวิศวกรหนุ่มรุ่นพี่ที่นั่งฝั่งตรงข้ามซึ่งกำลังใช้คีมแคะหอยด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับข่าวภัยพิบัติระดับชาติเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศ "ปล่อยให้มันวุ่นวายไปเถอะน่า คุณพิมพ์" ภูดิศเป็นคนกรอกเสียงกลับด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย ปลายช้อนสังกะสีเคาะกับขอบจานเบาๆ "ไฟล์ที่หลุดไปน่ะ มันเป็นไฟล์เวอร์ชันสามที่ผมตั้งใจแกล้งใส่จุดอ่อนเรื่องการรับแรงเฉือนตรงฐานรากไว้ให้พวกบริษัทคู่แข่งตาถั่วเอาไปใช้ลอกการบ้านต่างหาก ถ้าใครเอาไปสร้างจริง ตึกคงพับฐานลงมาเป็นแซนด์วิชตั้งแต่ยังไม่ทันเปิดบริการ... ถือว่าทำบุญให้คนโลภเขาก็แล้วกัน" ปลายสายเงียบไปสามวินาที ก่อนจะตัดสายทิ้งด้วยความหัวเสีย คณินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตารูปทรงคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาเหล่มองคนตรงข้ามอย่างรู้ทัน "คุณนี่มัน... ร้ายกาจเป็นบ้าเลยนะ ภูดิศ หลอกล่อให้คนอื่นคิดว่าระบบความปลอดภัยไซเบอร์ของเราพัง แต่แทّที่จริงแล้วคุณจงใจเปิดช่องโหว่ให้หนอนบ่อนไส้ในบริษัทมันคายหางออกมาเอง" "เขาก็เรียกว่าแผนสูงเพื่อความปลอดภัยของโปรเจกต์เราทั้งนั้นแหละครับ ท่านสถาปนิก" ภูดิศยักไหล่ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นพร้อมกับดวงตาสองชั้นที่หยีลงเล็กน้อยยามที่เขาเอื้อมมือไปหยิบกระดาษทิชชูมาส่งให้คณินที่เลอะคราบน้ำจิ้ม "มือเปื้อนหมดแล้วครับคุณนิน... หรือว่าอยากให้ผมป้อน?" "เก็บความปากหมาของคุณไว้ใช้ตอนประชุมบอร์ดพรุ่งนี้เถอะครับ วิศวกรภูดิศ" คณินรับกระดาษทิชชูกرسมาเช็ดมือด้วยท่าทางนิ่งสนิท แม้ว่าหัวใจดวงใต้รอยยับย่นของเสื้อเชิ้ตจะเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะเมื่อปลายนิ้วของอีกฝ่ายเฉียดโดนข้อมือโดยไม่ได้ตั้งใจ บรรยากาศรอบตัวของร้านอาหารข้างทางยามค่ำคืนค่อนข้างอื้ออึงไปด้วยเสียงรถราและเสียงพูดคุยของผู้คน แต่โต๊ะมุมอับแสงสลัวใต้รอดพ้นจากสายตาผู้คนนี้กลับราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ควันโขมงจากเตาปิ้งย่างปะปนกับกลิ่นอายความเหนื่อยล้าของกรุงเทพมหานครยามดึก แต่มันกลับเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่สถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบรู้สึกว่า... อากาศหายใจมันปลอดโปร่งเสียเหลือเกิน "แปลกใจเหมือนกันนะ" คณินวางกระดาษทิชชูลง เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ สายตาทอดมองไปยังควันสีขาวที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าสีหม่น "คนอย่างคุณ ที่ชีวิตจริงจังกับเรื่องโครงสร้างเหล็ก คานรับน้ำหนัก และตัวเลขทางฟิสิกส์เป็นบ้าเป็นหลัง ทำไมถึงเลือกมานั่งกินร้านข้างทางแบบนี้ แทนที่จะไปนั่งจิบไวน์ราคาแพงในโรงแรมหรูเหมือนผู้บริหารคนอื่น" ภูดิศชะงักมือที่กำลังจะคีบหอยตัวถัดไป เขาวางตะเกียบลงเงียบๆ ดวงตาคมกริบที่มักจะซ่อนอยู่หลังมาดกวนประสาทเวลานี้กลับมีความไหววับบางอย่างสะท้อนอยู่ภายใน "เพราะว่าตึกหรูๆ ไวน์ราคาแพง หรือแม้แต่โต๊ะทำงานกระจกเงาบนชั้นห้าสิบ... มันไม่มีชีวิตยังไงล่ะครับ" ภูดิศตอบเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาจดจ้องมองใบหน้าด้านข้างของคณินอย่างไม่วางตา "ทุกอย่างในที่ทำงานมันถูกตีค่าด้วยตัวเลข งบประมาณ และความคาดหวังของคนอื่น... โดยเฉพาะครอบครัวผม ที่มองว่าความสำเร็จของผมคือการได้นั่งบริหารบริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่ ไม่ใช่การมายืนคุมหน้างานแล้วตากแดดตากลมกับสถาปนิกปากจัดคนหนึ่ง" คณินหันกลับมาสบตา คนตรงหน้าตรงๆ ไร้ซึ่งกำแพงความเย็นชาที่เคยสร้างไว้ "แล้วคุณ... เสียใจไหมล่ะ ที่เลือกเดินออกมาจากกรอบที่พวกเขาขีดไว้?" "ถ้าผมเสียใจ ผมคงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้กับคุณหรอกครับ นิน" คำพูดนั้นเรียบง่าย ไร้ซึ่งคำหวานหยดย้อย แต่กลับมีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้คนฟังรู้สึกเหมือนถูกค้อนปอนด์ทุบลงกลางอก คณินเม้มริมฝีปากแน่น เผลอหลบสายตาที่พุ่งตรงมาอย่างมีความหมายของวิศวกรหนุ่ม ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเพลงลูกทุ่งเบาๆ จากวิทยุเก่าๆ ของร้านที่ยังคงดังคลออยู่เบื้องหลัง ภูดิศขยับตัวเข้ามาใกล้โต๊ะฝั่งตรงข้ามอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ของโคโลญจน์ผสมกับกลิ่นอายความเป็นผู้ชายลอยเข้าแตะจมูก สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของคนที่ใครๆ ก็มองว่าดิบเถื่อนและเข้ายาก "รู้ไหม... ตอนที่คุณเถียงผมเรื่ององศาของบันไดในโปรเจกต์แรก ผมเกือบจะลาออกไปทำงานต่างจังหวัดอยู่แล้วเชียว" ภูดิศหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาระยิบระยับ "แต่พอเห็นสายตาที่คุณมองแบบ... อยากจะฆ่าผมให้ตายตรงนั้นให้ได้ มันกลับทำให้ผมรู้สึกว่า เออ... ชีวิตมันยังมีอะไรให้ท้าทายมากกว่าแค่คำสั่งของพ่อแฮะ" "คุณนี่มันโรคจิตชัดๆ" คณินสวนกลับทันควัน แม้ว่าใบหูทั้งสองข้างจะเริ่มขึ้นสีแดงจัดอย่างปิดไม่มิด "เขาเกลียดกันแทบตาย แต่คุณดันเอามาเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตเนี่ยนะ" "เปล่าหรอกครับ... ไม่ใช่แรงบันดาลใจธรรมดา" ภูดิศยื่นมือหนาออกมาวางทับลงบนหลังมือของคณินที่วางอยู่บนโต๊ะ สัมผัสอุ่นจัดส่งผ่านผิวเนื้อจนสถาปนิกหนุ่มสะดุ้งสุดตัวแต่ไม่ได้ชักมือหนີ ดวงตาคมเข้มของวิศวกรหนุ่มมองลึกเข้ามาในดวงตาของเขา ราวกับจะสลักภาพนี้ไว้ในความทรงจำ "แต่มันคือเหตุผลเดียว... ที่ทำให้ผมอยากตื่นมาทำงานทุกวันต่างหาก" บรรยากาศรอบตัวคล้ายหยุดนิ่ง หัวใจของคณินเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงรอบข้าง ริมฝีปากที่เคยมีคำพูดคมคายไว้ใช้เชือดเฉือนบัดนี้กลับเม้มสนิท พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว เคมีที่ระอุอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ร้อนแรงยิ่งกว่าเตาถ่านตรงหน้า ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบกำลังทำหน้าที่ถักทอความรู้สึกบางอย่างให้ลึกซึ้งจนเกินเลย เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงเรียกที่คุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศโรแมนติกชั่วพริบตา "คุณภูดิศครับ! คุณคณิน!" ร่างของหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยของไซต์งานวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหยุดยืนหอบแฮกอยู่ข้างโต๊ะ สีหน้าซีดเผือกจนแทบไม่มีสีเลือด มือสั่นเทาชูแท็บเล็ตหน้าจอแตกยับเยินขึ้นมา "แย่แล้วครับ... ทางสำนักงานใหญ่โทรมาแจ้งว่า... มีคนพบร่างของ... ของคุณกร ศาสตราจารย์ที่ปรึกษาโครงการ... นอนหมดสติอยู่ในห้องเก็บแปลนชั้นใต้ดิน พร้อมกับจดหมายลาตายที่ระบุชื่อคุณภูดิศและคุณคณินครับ!" มือหนาที่กุมมือคณินอยู่ชะงักค้างทันที รอยยิ้มอุ่นๆ บนใบหน้าของภูดิศเลือนหายไปในเสี้ยววินาที เหลือเพียงแววตาดุดันและคมกริบดั่งใบมีดโกน ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความเดือดดาลและอบอุ่นนี้ไปด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายพัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%