เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นเป็นรอบที่สี่ของชั่วโมง ในขณะที่ปลายดินสอ EE ในมือของคณินกำลังฝนเส้นสเกตช์แปลนโครงสร้างฐานรากซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระดาษไขแทบทะลุ ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกขยับตัวไปมาบนเก้าอี้สำนักงานอย่างหงุดหงิด สมองที่เคยแล่นฉิวในการเคลียร์แบบแปลนรีสอร์ทริมคลื่นตอนนี้กลับสะดุดกึก ปิดตาย และวนเวียนอยู่กับภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาาทีก่อนหน้านี้
มือหนาที่เคยทาบทับลงมา ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านฝ่ามือ และแววตาดุดันที่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนจนน่าใจหายของภูดิศ มันรบกวนสมาธิของเขาจนแทบจะปาม้วนกระดาษทิ้งออกนอกหน้าต่างกระจกใส
"ให้ตายสิ..."
คณินพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางยกมือขึ้นขยี้กลุ่มผมสีเข้มจนยุ่งเหยิง ร่างบางทิ้งแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตากลมโตคู่คมกวาดตามองโต๊ะทำงานรกๆ ของตัวเองเพื่อหาทางเบี่ยงเบนความสนใจ แต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหน รัศมีตัวตนของวิศวกรหนุ่มจอมกวนคนนั้นก็ยังคงวนเวียนอยู่รอบตัวราวกับเงาตามตัว
ตึ้ง!
เสียงวางแก้วกาแฟกระแทกเบาๆ ลงบนขอบโต๊ะทำงาน ทำเอาคณินสะดุ้งเฮือกเล็กน้อย ดวงตาคู่คมตวัดมองผู้มาใหม่ทันทีด้วยความระแวงระวัง
ภูดิศยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะของเขาอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ร่างสูงโปร่งในชุดช็อปวิศวกรรมสีดำเข้มที่ปลดกระดุมบนออกสองเม็ดเผยให้เห็นผิวเนื้อเนียนและไหปลาร้าได้รูป รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายนั้นไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่มันคือรอยยิ้มร้ายกาจที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์เต็มพิกัด
"เหม่ออะไรตั้งนานครับ สถาปนิกปากจัด หรือว่ากำลังคิดถึงเรื่องเมื่อกี้อยู่?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยแซوด้วยจังหวะจะโคน ทว่าแววตาที่มองตรงมากลับพราวระยับราวกับเด็กหนุ่มที่กำลังสนุกกับการแกล้งเหยื่อในกำมือ
คณินรีบดึงสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งสนิททันทีอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกวาดมองค้อนอีกฝ่ายด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อรักษาฟอร์ม
"เพ้อเจ้ออะไรของนาย ภู... งานตรงหน้ากองเป็นภูเขาเลากา สมองฉันมีไว้คิดเรื่องโครงสร้างกับดีไซน์ ไม่ได้ว่างมาคิดเรื่องไร้สาระเหมือนนายหรอกนะ" คณินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวผิดจังหวะจนน่ากลัวเมื่ออีกฝ่ายก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเขามากขึ้น
ภูดิศไม่ตอบคำพูดกระแทกกระทั้นนั้น ร่างสูงเพียงแต่โน้มตัวลงมาใช้มือทั้งสองข้างค้ำขอบโต๊ะของคณินไว้ เป็นการกักขังร่างโปร่งให้อยู่ในพื้นที่จำกัดโดยปริยาย ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นกาแฟจางๆ
ดวงตาสีเข้มของวิศวกรหนุ่มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของสถาปนิกหนุ่ม นิ่งนาน ราวกับต้องการค้นหาความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีแข็งกระด้างนั้น
"ปากแข็งจังนะครับ... ทั้งๆ ที่เมื่อกี้ มือที่สั่นระริกตอนผมกุมไว้ มันฟ้องซะยิ่งกว่าคำพูดซะอีก"
เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมหู ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง ภูดิศจงใจลากเสียงยาวในคำสุดท้าย พร้อมกับยกยิ้มมุมปากขึ้นอีกนิด รอยยิ้มที่ไม่ได้มีให้ใครเห็นบ่อยนัก รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ร้ายกาจจนทำเอาสติปัญญาที่สั่งสมมานานหลายปีของคณินแทบหลุดลอยไปในอากาศ
คณินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนต์สะกด กลิ่นอายความเป็นผู้ชายที่แผ่ออกมาจากตัวภูดิศมันช่างทรงพลังเกินกว่าจะต้านทาน ยิ่งใบหน้าคมคายเคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงไออุ่น สติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่ก็เริ่มร่อยหรอลงทุกที
*ให้ตายสิ ไอ้วิศวกรบ้านี่... จงใจแกล้งกันชัดๆ!*
"ถอยไปนะ ภู... พื้นที่ส่วนตัวนายมันหมดโควตาแล้ว" คณินพยายามเค้นเสียงให้แข็งกร้าวที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าพวงแก้มเนียนเริ่มขึ้นสีแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิดก็ตาม
ภูดิศหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ดวงตาคู่คมระยิบระยับด้วยความพึงพอใจที่ได้เห็นคนปากเก่งจนมุม แทนที่จะถอยหลังตามคำสั่ง ร่างสูงกลับยิ่งขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะเฉียดกัน
"ถ้าผมไม่ถอยล่ะครับ... คุณนินจะทำไม?"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามดังสะท้อนอยู่ในอกของคนทั้งคู่ คณินเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางหลุดพ้นจากสถานการณ์อันตรายนี้ แต่ทว่า... ยิ่งมองรอยยิ้มมุมปากของอีกฝ่าย หัวใจเจ้ากรรมก็ยิ่งทรยศและเผลอใจไปกับความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความกวนประสาทนั้นอย่างห้ามไม่อยู่
มือหนาข้างหนึ่งของภูดิศค่อยๆ ละออกจากขอบโต๊ะ เอื้อมขึ้นมาหมายจะเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมนของอีกฝ่ายอย่างเบามือ สัมผัสอุ่นร้อนที่ปลายนิ้วกำลังจะแตะโดนผิวเนียนอยู่รอมร่อ...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูกระจกห้องทำงานดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยฝีมือของบุคคลที่สาม
"พี่ยักษ์! แบบแปลนโครงสร้างตึก B ที่ขอให้ตรวจ..."
เสียงสดใสของเด็กฝึกงานแผนกสถาปัตย์ดังลั่นห้อง ก่อนจะเงียบหายไปทันทีเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า—ภาพที่วิศวกรหนุ่มสุดโหดกำลังคร่อมตัวกักขังหัวหน้าสถาปนิกปากจัดไว้บนโต๊ะทำงาน ในระยะประชิดที่ล่อแหลมเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงานจะกระทำต่อกัน!
ภูดิศชะงักค้าง มือที่กำลังจะเอื้อมไปสัมผัสคนตรงหน้าหยุดนิ่งกลางอากาศ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เลือนหายไปในพริบตา เหลือเพียงใบหน้าบึ้งตึงที่หันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาดุดันแทบกินเลือดกินเนื้อ
ส่วนคณิน... อาศัยจังหวะชุลมอนนั้นผลักอกอีกฝ่ายเต็มแรงจนร่างสูงเซถอยหลังไปสองก้าว ก่อนจะรีบสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อดึงสติตัวเองกลับมา แล้วตวัดสายตาคมกริบมองเลยผ่านร่างของเด็กฝึกงานไปที่หน้าประตูห้อง
ที่ซึ่งร่างสูงโปร่งของ "ใครอีกคน" กำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยรอยยิ้มเย็นชา ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมองมาที่พวกเขาทั้งสองคนนิ่งสนิท พร้อมกับเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นที่ทำให้บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น
"ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะเวลาสำคัญสินะครับ... พี่ภู, คุณนิน?"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความสัมพันธ์ชวนลุ้นของคู่นี้ด้วยกันนะครับ!
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายพัง•ตอนที่ 10
รอยยิ้มที่ไม่ได้มีให้บ่อย
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายพัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!