“ถ้าคุณยังเอาปากกาจิ้มโต๊ะผมเป็นจังหวะแบบนี้อีกครั้ง ผมจะถือว่าคุณต้องการให้ผมเปลี่ยนโครงสร้างคานรับน้ำหนักเป็นอย่างอื่น... ซึ่งแน่นอนว่าคุณจะไม่ชอบผลลัพธ์ของมันแน่ ภูดิศ”
คณินไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากพิมพ์เขียวในมือ น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ทว่าคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดลงบนความอดทนของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
ภูดิศไม่ได้หยุดกวนประสาท เขาเลื่อนปลายนิ้วไปตามขอบโต๊ะไม้ราคาแพงของสถาปนิกหนุ่ม ก่อนจะเลิกคิ้วมองใบหน้าด้านข้างที่นิ่งสนิทราวกับรูปปั้นสลักของอีกฝ่าย “โหมดโหมดสถาปนิกเนี้ยบกริบทำงานแล้วสินะครับ? เมื่อคืนตอนที่เช็ดโต๊ะให้ผมตอนกาแฟหก คุณยังไม่เห็นจะดุขนาดนี้เลย นิน”
คำว่า ‘เมื่อคืน’ ทำให้อากาศรอบตัวคณินดูจะเบาบางลงอย่างกะทันหัน มือที่ถือปากกาหมึกซึมของเขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาตวัดลายเส้นลงบนกระดาษอย่างแม่นยำเช่นเดิม
“นั่นเป็นเพราะผมไม่อยากให้เอกสารสำคัญเลอะเทอะ ไม่ใช่เพราะผมใส่ใจคุณ” คณินตอบเสียงเย็นพลางขยับตัวถอยห่างจากโต๊ะเล็กน้อย ระยะห่างที่เคยใกล้ชิดเพราะงานที่ต้องเร่งส่งในเช้าวันนี้ กลายเป็นพรมแดนที่เขาพยายามขีดวงล้อมขึ้นมาใหม่
“หึ...” ภูดิศหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นประสาทคณินได้ดีเสมอ วิศวกรหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะก้าวเดินอ้อมโต๊ะไม้ตัวยาวมาหยุดอยู่ที่ด้านหลังเก้าอี้ของคณิน กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นกาแฟของภูดิศรุกรานพื้นที่ส่วนตัวของเขาจนคณินต้องสูดลมหายใจเข้าลึก
“ใส่ใจหรือไม่ใส่ใจก็ช่างเถอะ แต่ที่แน่ๆ... หัวใจคุณเต้นแรงผิดปกติในช่วงสามนาทีที่ผ่านมานะ” ภูดิศโน้มตัวลงมา ก้านนิ้วแกร่งกดลงบนพนักพิงเก้าอี้ของคณินราวกับกำลังกักขังเขาไว้ในกรงที่มองไม่เห็น ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดอยู่ที่ข้างใบหู
คณินเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับไว้เริ่มสั่นคลอน เขาเกลียดการที่ตัวเองควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ เกลียดที่ความ ‘มักง่าย’ ในการรุกคืบของภูดิศทำให้กำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างไว้ละลายหายไปอย่างง่ายดาย
“ผมแค่ทำงานหนักจนเหนื่อย” คณินโต้กลับพลางดันเก้าอี้ถอยหลังจนล้อเลื่อนขูดกับพื้นห้องดังครืด แต่ภูดิศกลับไม่ขยับหนี เขากลับขยับตัวเข้ามาใกล้กว่าเดิม จนหน้าอกแกร่งแทบจะชนกับแผ่นหลังของคนนั่ง
“เหนื่อยเพราะงาน หรือเหนื่อยเพราะพยายามหนีความจริงกันแน่ครับ?” ภูดิศกระซิบ เสียงนั้นแปรเปลี่ยนจากความกวนประสาทเป็นความจริงจังที่สั่นคลอนความมั่นคงในใจคณิน
“ถอยไป” คณินออกคำสั่ง เสียงของเขาเริ่มสั่นเครือเล็กน้อยแต่ยังคงความเยือกเย็นเอาไว้ “ผมเป็นสถาปนิก คุณเป็นวิศวกร เรามีเส้นแบ่งที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าความสัมพันธ์ของเราควรหยุดอยู่แค่ไหน”
“เส้นแบ่งเหรอ?” ภูดิศแค่นยิ้ม มือข้างหนึ่งเอื้อมมาเชยคางของคณินให้หันกลับไปสบตา “คุณก็รู้ว่าผมเป็นพวกไม่ค่อยทำตามกฎของพวกสถาปนิกเท่าไหร่ โดยเฉพาะกฎที่ตั้งขึ้นเพื่อปิดกั้นไม่ให้ผมเข้าใกล้หัวใจของคุณ”
สายตาที่จ้องมองมานั้นลึกซึ้งจนคณินแทบจะละลาย เขาเห็นความดุดันที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากขี้เล่นนั่น มันคือความมุ่งมั่นที่เคยใช้กับการสร้างตึกสูงระฟ้า ตอนนี้มันถูกใช้เพื่อทำลายกำแพงของเขาโดยเฉพาะ คณินพยายามเบือนหน้าหนี แต่ภูดิศรั้งไว้มั่น
“ภู... อย่าเล่นแบบนี้”
“ผมไม่ได้เล่น” ภูดิศโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะแตะกัน “ผมกำลังแสดงเจตจำนงค์ที่ชัดเจนที่สุด... ว่านับจากวินาทีนี้ไป ผมจะไม่ยอมข้ามผ่านเส้นแบ่งที่คุณขีดไว้ไปเพียงคนเดียว”
บรรยากาศในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง คณินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เขาควรจะผลักภูดิศออกไป ควรจะด่าทอด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบเหมือนที่เคยทำ แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะอ้าปากโต้กลับ เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงสามครั้ง ก่อนที่บานประตูจะถูกเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต
“คุณนินครับ! มีปัญหาด่วนที่หน้างาน โครงสร้างเสารับน้ำหนักมีรอยร้าว... เฮ้ย!”
เลขาหน้าห้องที่พรวดพราดเข้ามาหยุดกึกเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า ลมหายใจของคณินและภูดิศที่ประสานกันจนแทบจะเป็นลมหายใจเดียวกันขาดสะบั้นลงทันที ภูดิศถอยหลังออกไปก้าวหนึ่งด้วยใบหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่คณินรีบก้มหน้าลงซ่อนสายตาที่ไหวระริกของตนเอง
“ว่ายังไงนะ... รอยร้าว?” คณินถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามดัดให้เป็นปกติที่สุด แม้หัวใจจะยังเต้นรัวด้วยแรงปะทะทางอารมณ์เมื่อครู่
“ครับ... รอยร้าวขนาดใหญ่ที่จุดเชื่อมต่อหลัก และดูเหมือนว่า... มันจะไม่ได้เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ แต่มีคนจงใจทำลายจุดยึดโครงสร้างครับ!”
ภูดิศที่ยืนอยู่ข้างๆ หันไปสบตากับคณินด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปในทันที ความกวนประสาทหายไปสิ้น เหลือเพียงความเย็นชาและดุดันของวิศวกรผู้พร้อมทำลายล้างทุกอย่างที่ขวางหน้า
“ดูเหมือนว่า ‘เส้นแบ่ง’ ที่คุณพยายามจะสร้างขึ้น จะถูกใครบางคนลบมันทิ้งไปด้วยการพยายามทำให้ตึกพังลงมาจริงๆ แล้วล่ะนิน” ภูดิศเอ่ยเสียงต่ำพลางคว้ากุญแจรถบนโต๊ะ “ไปหน้างานกันเดี๋ยวนี้... เรามีเรื่องต้องจัดการ ไม่ใช่แค่เรื่องตึก... แต่รวมถึงเรื่องของเราด้วย”
ดาร์กไนท์หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้คุณรี้ดรู้สึกถึงความเดือดพล่านของเคมีที่กำลังปะทุขึ้นนะครับ!
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายพัง•ตอนที่ 11
เส้นแบ่งเขตแดน
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายพัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!