"ถ้าคุณยังเดินวนเวียนอยู่แถวโต๊ะเขียนแบบของผมอีกแค่ก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณจงใจก่อวินาศกรรมทรัพย์สินทางปัญญา และผมจะฟ้องคุณข้อหาบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคล"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากไรฟันของคณินไม่ได้ทำให้คนที่ยืนค้ำหัวอยู่ถึงกับสะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ภูดิศกลับระบายยิ้มมุมปาก ยิ้มแบบที่สถาปนิกหนุ่มมือรางวัลอย่างเขาอยากจะคว้าเอาไม้บรรทัดเหล็ก T-Square มาฟาดหน้าหล่อ ๆ นั่นสักทีให้หายหมั่นไส้
สงครามในห้องประชุมใหญ่เพิ่งจะปิดฉากลงไปได้ไม่ถึงชั่วโมง รอยหมึกบนเอกสารสัญญาปรับแบบโครงสร้างยังไม่ทันแห้งสนิทดีด้วยซ้ำ แต่ดูเหมือนว่าวิศวกรโครงสร้างจอมกวนคนนี้จะมีพลังงานเหลือล้นเหลือเกิน ถึงได้หอบเอาแฟ้มผลงานโปรเจกต์ 'The Helix' เดินดุ่ม ๆ ข้ามฟากอาณาเขตเข้ามาหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานของเขาอย่างไร้ซึ่งมารยาท
"โห, คุณนินครับ ใจคอจะไม่อมยิ้มต้อนรับเพื่อนร่วมงานที่อุตส่าห์เสียสละเวลาอันมีค่าเดินมาตรวจหน้างานระยะประชิดให้หน่อยเลยเหรอครับ" ภูดิศลากเก้าอี้หมุนเข้ามาใกล้จนเข่าแทบจะชนกัน แผงอกกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนลวก ๆ ขยับไหวตามจังหวะการหายใจ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นกาแฟดำลอยมาแตะจมูกจนคณินต้องขยับตัวถอยหลังหนีโดยอัตโนมัติ
"เพื่อนร่วมงานเขาไม่เดินมาป่วนโต๊ะคนอื่นเวลาที่อีกฝ่ายกำลังเคลียร์ดีטלแบบรีบด่วนหรอกครับ คุณภูดิศ" คณินตวัดสายตาคมกริบขึ้นมองหน้าอีกฝ่าย ปากก็เถียงฉอด ๆ มือก็ยังไม่ยอมละจากปากกาเมจิกในมือที่กำลังลากเส้นตัดทอนรายละเอียดเสาคอนกรีตในแบบแปลน "แล้วนี่ไม่มีงานมีงานทำหรือไง ถึงได้ว่างมาเดินตรวจความเรียบร้อยแถวโซนสถาปนิก"
"ก็งานมันอยู่ตรงนี้ไงครับ" ภูดิศลอยหน้าลอยตาตอบ พลางใช้นิ้วเคาะลงบนมุมกระดาษไขแผ่นโต "ผู้บริหารสั่งมาว่าให้ผมประสานงานกับคุณนินอย่างใกล้ชิด... คำว่า 'ใกล้ชิด' ในทางวิศวกรรมเนี่ย มันตีความได้หลายระดับนะคุณ อยากรู้ไหมครับว่าผมเลือกใช้มาตรฐานไหนอยู่"
คณินชะงักมือที่กำลังร่างเส้น ปรายตามองคนกวนประสาทด้วยหางตา "มาตรฐานความหนาของหน้าคุณสินะครับที่หนาเป็นพิเศษ จนแรงอัดระดับไหนก็เจาะไม่เข้า"
เสียงหัวเราะในลำคอของภูดิศดังขึ้นเบา ๆ อย่างนึกสนุก ดวงตาคมกราบกรานมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความโกรธ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่โปรเจกต์ หรือจะผ่านการปะทะฝีปากกันมากี่ยก สถาปนิกปากจัดคนนี้ก็ไม่เคยทำให้เขารู้สึกเบื่อเลยสักครั้ง ยิ่งอีกฝ่ายทำหน้าดุ ยิ่งพยายามทำตัวเย็นชาใส่ เขาก็ยิ่งอยากเข้าไปสะกิดต่อมความอดทนให้ระเบิดออกมาดูสักที
"ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ระวังจะไม่ได้แต่งงานนะครับคุณสถาปนิก"
"เรื่องนั้นไม่ใช่กงการอะไรของคุณครับ" คณินวางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดัง 'ปัง' จนกระดาษยับยู่ยี่เล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นสบตาตรง ๆ ไม่มีหลบ "ถ้าไม่มีเรื่องงานเรื่องแบบแปลน กรุณาไสหัวกลับไปฝั่งวิศวกรของคุณซะทีครับ พื้นที่ตรงนี้มันเริ่มหายใจไม่ออกเพราะคาร์บอนไดออกไซด์ที่คุณปล่อยออกมาเกินพิกัดแล้ว"
ภูดิศไม่ได้ขยับหนีตามคำไล่ เขากลับโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด มือหน้าวางทับลงบนขอบโต๊ะทำงานเพื่อกักตัวอีกฝ่ายไว้กลาย ๆ แววตาขี้เล่นเมื่อครู่จางหายไป ชั่วพริบตาเดียวมันก็ถูกแทนที่ด้วยประกายความดุดันจริงจังแบบที่ใช้เวลาควบคุมหน้างานโครงสร้าง
"ถ้าผมบอกว่า... ผมไม่ได้มาเพราะเรื่องงานล่ะครับ"
บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะลดอุณหภูมิลงไปหลายองศา ท่าทีคุกคามแต่นุ่มนวลของวิศวกรหนุ่มทำให้หัวใจในอกของคณินกระตุกวูบไปหนึ่งจังหวะอย่างไม่ทันตั้งตัว ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งสนิท ท่ามกลางเสียงพิมพ์คีย์บอร์ดและเสียงพูดคุยจอแจของพนักงานคนอื่นในออฟฟิศ แต่บริเวณโต๊ะทำงานมุมนี้กลับเงียบสงบรากับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
คณินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาพยายามรักษาเกราะกำบังความเยือกเย็นเอาไว้ให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าปลายนิ้วที่ประสานกันอยู่ใต้โต๊ะจะเริ่มชื้นเหงื่อแล้วก็ตาม
"ถ้าไม่ใช่เรื่องงาน... ก็ถือเป็นการละเมิดเวลาส่วนตัวครับ ถอยออกไปซะ ก่อนที่ผมจะเรียก รปภ. มาเชิญคุณออกไปจริงๆ"
"เรียกเลยไหมล่ะครับ ให้ผมช่วยกดกริ่งเรียกให้เอาไหม" ภูดิศยิ้มกริ่ม ไล่สายตามองตั้งแต่สันจมูกโด่งรั้น ริมฝีปากบางเฉียบที่เอาแต่พ่นคำพูดเชือดเฉือน จนมาหยุดอยู่ที่ดวงตากลมโตที่กำลังไหวระริก "แต่ผมเตือนไว้ก่อนนะว่า... ถึง รปภ. จะมาลากผมออกไป ผมก็จะมีข้ออ้างใหม่เดินกลับมาหาคุณใหม่อยู่ดี เพราะดูท่าทางแล้ว... คุณเองก็ไม่ได้อึดอัดอย่างที่ปากพูดหรอกจริงไหมครับ"
"คุณ...!" คณินอ้าปากจะสวนกลับด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบกว่าเดิม แต่จังหวะนั้นเอง ประโยคต่อมาของภูดิศก็ทำให้ทุกคำพูดถูกกลืนหายลงไปในลำคอ
"เย็นนี้... เลิกงานแล้วไปกินข้าวกัน ผมจองร้านอาหารริมน้ำไว้แล้ว ห้ามปฏิเสธ เพราะผมถือว่านี่คือ 'คำสั่ง' จากหัวหน้าทีมวิศวกร"
"ผมไม่ไป! ผมมีงานค้างกองโตเป็นภูเขาเลาคา..."
"งานพวกนั้นอยู่บนโต๊ะนี้มาสามวันแล้วครับ และมันจะอยู่ต่ออีกสักวันก็ไม่บูดหรอก" ภูดิศผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มพราวระยับที่ทำเอาคณินอยากจะคว้าแฟ้มฟาดหัวเขาสักที "ผมให้เวลาคุณเคลียร์โต๊ะถึงห้าโมงเย็น หวังว่าจะแต่งตัวสวย... เอ้ย แต่งตัวเรียบร้อยรอผมมารับนะครับ คุณสถาปนิก"
พูดจบ เจ้าตัวก็หมุนตัวเดินฮัมเพลงกลับออกไปหน้าตาเฉย ทิ้งให้คณินนั่งกำหมัดแน่นอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ ไม่ใช่เพราะความโกรธเพียงอย่างเดียว... แต่เป็นเพราะหัวใจทรยศดวงนี้มันดันเต้นผิดจังหวะให้กับความเอาแต่ใจของไอ้บ้านั่นต่างหาก!
สถาปนิกหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาแรง ๆ พยายามสงบสติอารมณ์ที่ปั่นป่วน ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะขึ้นมาตั้งใจจะกดปฏิเสธนัดผ่านข้อความให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แต่ทว่า... หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่กลับสว่างวาบขึ้นมาก่อน พร้อมกับข้อความไลน์จากเบอร์แปลกที่เพิ่งบันทึกชื่อเข้ามาสด ๆ ร้อน ๆ
*[ภูดิศ (วิศวกรสุดหล่อ): อย่าแม้แต่จะคิดกดบล็อกหรือพิมพ์ปฏิเสธนะครับคุณนิน ไม่งั้นพรุ่งนี้ผมจะยกกองทัพคนงานมาปักหลักตั้งแคมป์หน้าโต๊ะคุณจริงๆ ด้วยความปรารถนาดีจากวิศวกรผู้คลั่งรัก]*
คณินเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย เลือดในกายสูบฉีดพุ่งพล่านด้วยความหมั่นไส้ระคนประหลาดใจ เขาหันขวับไปมองตามแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งเดินลับตาไปตรงประตูทางออกโซนวิศวกรทันที
สงครามประสาทครั้งนี้... ดูท่าทางเขาจะเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มก้าวขาออกจากออฟฟิศด้วยซ้ำไป
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของดาร์กไนท์เสมอนะครับ
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายพัง•ตอนที่ 13
วิศวกรขี้ตื๊อ
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายพัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!