เสียงก้องกังวานของเหล็กเส้นขนาด 25 มิลลิเมตรที่กระแทกกับพื้นคอนกรีตยังไม่น่ารำคาญเท่าเสียงถอนหายใจยาวเหยียดของคณินในตอนนี้
"ถ้าคานโซน B ดิ่งไม่ได้ฉากแบบนี้ ตั้งแต่วันแรกที่เทปูน... อย่าหวังเลยครับว่าตึกห้าชั้นของคุณจะผ่านการตรวจรับจากผม"
ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนจนถึงข้อศอกก้าวฉับ ๆ เข้ามากลางพื้นที่ก่อสร้าง ฝุ่นปูนสีเทาที่เกาะตามรองเท้าหนังราคาแพงไม่ได้ทำให้สถาปนิกหนุ่มมือรางวัลอย่างคณินใส่ใจแม้แต่น้อย ดวงตาเรียวรีภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กตรงหน้าด้วยแววตาดุดัน ราวกับกำลังมองผลงานศิลปะที่ถูกแต้มด้วยรอยเปื้อนราคาถูก
ภูดิศที่เพิ่งเดินเลี้ยวมาจากเสาเอก สลัดหมวกเซฟตี้สีเหลืองออกจากหัวแล้วใช้มือเสยผมลวก ๆ เผยให้เห็นรอยเหงื่อซึมตามไรผมและดวงตาคมกราบที่ฉายแววท้าทายชัดเจน วิศวกรหนุ่มยักิ้วข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวร่างบางที่กำลังยืนกอดอกนิ่ง
"ใจเย็นก่อนสครับคุณสถาปนิก หน้างานจริงมันไม่ได้ราบAเรียบเหมือนในกระดาษบลูปริ้นท์ที่คุณนั่งวาดในห้องแอร์หรอกนะครับ" ภูดิศจงใจโน้มตัวลงกระซิบใกล้ใบหูขาวจัด กลิ่นบุหรี่จาง ๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อของผู้ชายอบอวลเข้ามาในโสตประสาทจนคณินต้องผถะถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ
"แต่มันไม่ใช่ข้ออ้างของความมักง่ายครับคุณภูดิศ" คณินหันขวับกลับมาประจันหน้า ดวงตาสองคู่ห่างกันไม่ถึงคืบ แรงกดดันจากความต่างของส่วนสูงไม่ได้ทำให้สถาปนิกปากจัดหวั่นเกรงเลยแม้แต่น้อย "รอยร้าวบนผนังคอนกรีตตรงเสาต้นนั้น... คุณเห็นไหมครับ? หรือว่าวิศวกรโครงสร้างเกียรตินิยมอย่างคุณสายตาสั้นจนมองไม่เห็นความวิบัติที่กำลังจะเกิดขึ้น?"
บรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดนิ่ง คนงานก่อสร้างที่กำลังแบกปูนเดินผ่านไปมาต่างพากันชะลอฝีเท้าเมื่อเห็นรัศมีคุกคามระหว่างสถาปนิกและวิศวกรประจำโครงการกำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด
ภูดิศหุบยิ้มกวน ๆ ลงทันที นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาในเสี้ยววินาที เขาก้าวเข้าไปใกล้คณินอีกครั้ง บีบให้ร่างบางต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาคอนกรีตเย็นเฉียบอย่างไร้ทางหนี
"ปากคอเราาะร้ายแบบนี้... อยากให้ผมพิสูจน์ตรงไหนก่อนดีล่ะครับ ระหว่างโครงสร้างตึก... หรือโครงสร้างความอดทนของคุณ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปาก ร้อนรุ่มจนคณินเผลอกลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นกระหน่ำไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะกลัวตึกถล่ม แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดจากผู้ชายตรงหน้าต่างหากที่กำลังทำลายสมาธิเขาจนราบคาบ
"ถ... ถอยไปเลยนะครับคุณภูดิศ! เรากำลังคุยเรื่องงาน!" คณินยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายไว้ แต่วิศวกรหนุ่มกลับไม่มีทีท่าจะถอยหนี แถมยังก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน
ก่อนที่สถานการณ์จะเลยเถิดไปไกลกว่านั้น เสียงปรบมือดังขึ้นสามครั้งจากทางเข้าโซนก่อสร้าง พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นหูที่เอ่ยแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ
"ว้าว... ดูท่าทางโปรเจกต์นี้จะไปได้สวยกว่าที่คิดนะครับเนี่ย มิน่าล่ะ... ถึงได้เรียกตัวด่วนกันขนาดนี้"
ทั้งคณินและภูดิศผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟช็อต คณินรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ while ภูดิศหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ
ร่างสูงโปรดของ "ธนวินท์" เจ้าของโครงการพันล้านก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก สายตากวาดมองรอยร้าวบนผนังคอนกรีตเป้าหมาย ก่อนจะหยุดอยู่ที่สถาปนิกและวิศวกรหนุ่มสลับกันไปมา
"ผมหวังว่าพวกคุณสองคนคงมีคำอธิบายที่ดีพอนะครับ... ว่าทำไมเสาหลักของตึกโซน A ถึงมีรอยร้าวตั้งแต่วันที่ยังไม่ทันเทพื้นชั้นสามแบบนี้"
ธนวินท์เว้นจังหวะ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้เลือดในกายของคณินและภูดิศเย็นเฉียบลงพร้อมกัน
"หรือว่า... มีใครบางคนตั้งใจจะซ่อนความลับอะไรบางอย่างไว้ใต้คอนกรีตพวกนี้กันแน่ครับ?"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านตอนนี้นะครับ
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายพัง•ตอนที่ 4
รอยร้าวบนผนังคอนกรีต
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายพัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!