เสียงฟ้าร้องคำรามสนั่นจนแผ่นดินสะเทือน แต่นั่นยังไม่น่ารำคาญเท่ากับเสียงเปาะแปะของเม็ดฝนที่สาดซัดกระทบหลังคาตู้คอนเทนเนอร์สำนักงานหน้างาน จนกลบเสียงหายใจของคนสองคนที่ติดแหง็กอยู่ข้างในจนหมดสิ้น
บรรยากาศรอบตัวมืดครึ้มราวกับเวลาหกโมงเย็น ทั้งที่เพิ่งจะบ่ายสามโมงเศษ ไฟนีออนสีขาวซีดกะพริบติดๆ ดับๆ สองสามทريق่อนจะดับสนิท ปล่อยให้ตู้เหล็กขนาดสิบสองเมตรตกอยู่ในความสลัว มีเพียงแสงสีฟ้าเรื่อจากหน้าจอแท็บเล็ตในมือของคณินที่ส่องสะท้อนใบหน้าคมสัน ปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงอย่างหงุดหงิด
ให้ตายเถอะ... นี่มันวันซวยอะไรกัน
"มองหน้าผมแบบนี้ แปลว่าในหัวกำลังด่าผมอยู่ร้อยแปดประโยคแน่ๆ ครับคุณสถาปนิก"
เสียงทุ้มต่ำติดกวนประสาทดังขึ้นจากมุมห้อง ภูดิศ เจ้าของตำแหน่งวิศวกรโครงสร้างประจำโปรเจกต์ที่เพิ่งสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการประกาศตัวเป็น 'ผู้ตรวจสอบอิสระ' จากบอร์ดบริหารเมื่อสิบนาทีที่แล้ว ทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบอยู่บนเก้าอี้สำนักงานล้อเลื่อนอย่างไม่ยี่หระ เจ้าตัวปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนออกสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยเหงื่อจางๆ จากการลุยหน้างานเมื่อครู่
คณินปรายตามองอีกฝ่ายผ่านกรอบแว่นสายตา นิ่ง เงียบ แต่สายตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกน
"ถ้าคุณมีเวลาว่างมานั่งวิเคราะห์ความคิดผม เอาสมองส่วนนั้นไปตรวจทานแบบโครงสร้างโซน C ที่เซ็นผ่านมาตรฐานความปลอดภัยดีกว่านะครับ ภู... ไม่อย่างนั้นตู้คอนเทนเนอร์ที่เราติดอยู่ตอนนี้ อาจจะไม่ใช่สิ่งเดียวที่พังลงมา" น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนหลุดจากริมฝีปากบาง คณินไม่ได้ขยับตัวหนีแม้แต่น้อย เขายังคงยืนกอดอกพิงชั้นวางเอกสารเหล็กอย่างถือดี
ภูดิศหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและชวนให้หงุดหงิดในความรู้สึกของคนฟัง ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวคณินทีละก้าวอย่างจงใจ ความกดดันจากรูปร่างที่ได้เปรียบทำให้พื้นที่แคบๆ ในตู้คอนเทนเนอร์ดูแคบลงไปถนัดตา
"ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ระวังจะไม่ได้กินข้าวเย็นนะครับ" ภูดิศโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้าจมูก "แล้วก็... เรื่องแบบโครงสร้างโซน C ผมตรวจละเอียดกว่าที่คุณคิดแน่นอนครับคุณนิน ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ผมไม่ยอมให้งานที่ทำร่วมกับ *คุณ* มีจุดด่างพร้อยหรอก"
คำว่า 'ร่วมกับคุณ' ถูกเน้นเสียงด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า ทว่าแววตาคู่คมที่มองตรงมากลับไม่มีความล้อเล่นอยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือความดุดันและจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากขี้เล่น ซึ่งเป็นสิ่งที่คณินเกลียดที่สุด... เพราะมันทำให้หัวใจที่ควรจะด้านชาของเขากระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ
คณินเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาคู่นั้น นิ้วเรียวกำแท็บเล็ตในมือแน่นขึ้นจนข้อต่องอขาว
"ถอยไปครับ คุณกำลังล้ำเส้นพื้นที่ส่วนตัว"
"พื้นที่ส่วนตัวอะไรกันครับ เราติดแหง็กอยู่ในนี้ด้วยกัน อย่างน้อยก็อีกสองชั่วโมงเพราะพายุเข้า" ภูดิศไม่ยอมถอย กลับยิ่งขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนแผ่นหลังของคณินชนเข้ากับชั้นวางเอกสารเหล็ก เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ
จังหวะนั้นเอง ฝนที่กระหน่ำเทลงมาอย่างหนักก็ทำให้หม้อแปลงไฟฟ้าหน้าไซท์งานระเบิดเปรี้ยง!
เปรี๊ยะ... ตู้คอนเทนเนอร์ทั้งตู้ดับสนิทลงในพริบตา ความมืดมิดเข้ากลืนกินทุกสิ่ง ทิ้งให้เหลือเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาและความเงียบงันที่น่าอึดอัด
"ชิบ..." คณินอุทานเบาๆ ในความมืด เขากำลังจะเอื้อมมือไปควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูท แต่ทว่า... สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือใหญ่ก็ทาบทับลงบนข้อมือของเขาเสียก่อน แรงบิดเบาๆ ดึงให้ร่างโปร่งเซเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของอีกฝ่ายอย่างจัง
"ระวังหน่อยครับ มืดขนาดนี้ เดี๋ยวก็สะดุดล้มหัวฟาดพื้นพอดี" น้ำเสียงของภูดิศเปลี่ยนไป ไม่มีความกวนประสาทเหลืออยู่เลย มีเพียงความนุ่มนวลและจริงจังที่ดังอยู่ข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนคณิน ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"ปล่อยครับ..." คณินพยายามขืนตัวออก แต่ทว่าเอวสอบกลับถูกวงแขนแข็งแรงรวบกอดเอาไว้หลวมๆ ป้องกันไม่ให้เขาถอยหนี ความใกล้ชิดนี้ทำให้ได้กลิ่นกายสะอาดๆ และสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวราวกองศึกของคนตัวโตกว่า
ในความมืดที่มองไม่เห็นใบหน้าของกันและกัน ประสาทสัมผัสอื่นๆ กลับทำงานอย่างตื่นตัวเกินพิกัด คณินรู้สึกได้ถึงปลายนิ้วหยาบกร้านของวิศวกรหนุ่มที่กำลังเกลี่ยปอยผมชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากให้เขาอย่างเบามือ มันเป็นการกระทำที่อ่อนโยนจนน่าตกใจ... อ่อนโยนจนหัวใจที่พยายามสร้างกำแพงเหล็กกั้นไว้เริ่มสั่นคลอน
"คุณนี่นะ... ปากเก่งตลอดเวลาเลยรึเปล่า" ภูดิศกระซิบชิดริมใบหู เสียงทุ้มพร่าต่ำลงจนน่ากลัว "เวลาเหนื่อย เวลาเครียด ทำไมไม่ยอมแสดงความอ่อนแอออกมาให้คนอื่นพึ่งพาบ้างล่ะครับ"
"ผมไม่ใช่คนอ่อนแอ และผมไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใคร..." คณินสวนกลับทันควัน แม้เสียงจะสั่นเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้
"งั้นเหรอครับ..."
พลัน... แสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวบนเพดานตู้คอนเทนเนอร์ก็ติดพรึบขึ้นมา ขับไล่ความมืดมิดให้เจือจางลง เผยให้เห็นใบหน้าของทั้งคู่ที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ
ดวงตากลมโตของสถาปนิกหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามที่สบเข้ากับนัยน์ตาคมกรามที่เต็มไปด้วยความดึงดูดใจของวิศวกรหนุ่ม ภูดิศไม่ได้ปล่อยมือ เขายังคงโอบเอวคณินไว้แนบแน่น สายตากวาดมองริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดี ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะเลื่อนต่ำลงมาหยุดที่แก้วกระดาษสีน้ำตาลเข้มใบหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานริมหน้าต่าง
ภูดิศถอนหายใจยาวเหยียด ยอมคลายอ้อมแขนออกช้าๆ แต่มือข้างหนึ่งยังคงกุมข้อมือของคณินไว้ไม่ยอมปล่อย ร่างสูงหันไปหยิบแก้วกาแฟใบนั้นขึ้นมา ชูให้คนตัวเล็กกว่าดู
"กาแฟแก้วนั้นที่เธอสั่ง... ผมจำได้นะว่าคุณชอบอเมริกาโน่เย็น ไม่หวานเลยสักนิดเดียว" ภูดิศเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นจางๆ "ถึงปากคุณจะบอกว่าเกลียดผม ทุบผมให้ตายคาหน้างาน แต่ผมก็ยังจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของคุณได้เสมอแหละครับ... คุณสถาปนิก"
คณินชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะเมื่อมองเห็นหยดน้ำค้างเกาะพราวรอบแก้วกาแฟที่อีกฝ่ายถือไว้ มันคือแก้วที่เขาตั้งใจสั่งมาวางทิ้งไว้ตั้งแต่เช้าเพราะไม่มีเวลาดื่ม และไม่คิดว่าภูดิศจะสังเกตเห็นมัน ท่ามกลางกองแบบแปลนและเอกสารนับร้อยแผ่น
ยังไม่ทันที่คณินจะได้เรียบเรียงคำพูดใดๆ เพื่อโต้แย้ง ประตูเหล็กหน้าตู้คอนเทนเนอร์ก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงจากด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนโหววกเหวกของหัวหน้าคนงานก่อสร้างที่วิ่งฝ่าสายฝนเข้ามา
"คุณภูครับ! แย่แล้วครับ! น้ำฝนเริ่มเซาะดินฐานรากโซน B พังลงมาแล้วครับ! ต้องรีบไปดูด่วนเลย!"
ภูดิศหันขวับไปตามเสียงนั้น ทว่าก่อนที่เขาจะผละตัวออกไป มือหนากลับบีבกระชับมือของคณินแน่นขึ้นอีกนิด ดวงตาคมกราบมองสบตากับคนตรงนิ่งราวกับจะส่งผ่านคำพูดบางอย่างที่ยังไม่ได้เอ่ย
"รอผมตรงนี้นะครับ..." ภูดิศเอ่ยเสียงเข้มจริงจัง ก่อนจะปล่อยมือและพุ่งตัวฝ่าสายฝนออกไปจากตู้คอนเทนเนอร์ทันที
คณินยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้อง แสงไฟสีส้มสลัวสาดส่องลงมาบนร่างโปร่ง ในมือยังคงมีความอุ่นจากสัมผัสของอีกฝ่ายหลงเหลืออยู่
สายตากวาดกลับมามองแก้วกาแฟบนโต๊ะที่ไอน้ำเริ่มระเหยจาง... ก่อนที่หูของเขาจะได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งกลับมาหยุดที่หน้าประตูตู้ พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดฝันในยามวิกาลแบบนี้
ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเปียกปอนของ 'ท่านประธานบริษัท' ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก สายตากวาดมองสภาพภายในห้องก่อนจะมาหยุดที่คณิน
"อ้าว... อยู่กันสองคนเหรอครับเนี่ย คุณนิน... หวังว่าโปรเจกต์นี้จะไม่มีเรื่องส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้องจนงานเสียหรอกนะ"
ดาร์กไนท์ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายพัง•ตอนที่ 3
กาแฟแก้วนั้นที่เธอสั่ง
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายพัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!