เสียงก้มลงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ดังสนั่น ท่ามกลางความเงียบงัดของออฟฟิศยามตีสองครึ่ง มันไม่ใช่เสียงของการทำงานปกติ แต่มันคือการประกาศสงครามอย่างเงียบเชียบระหว่างสองขั้วอำนาจที่โคจรมาชนกันในโปรเจกต์มหาภัยนี้
"หรือว่า... มีใครบางคนตั้งใจจะซ่อนความลับอะไรบางอย่างไว้ใต้คอนกรีตพวกนี้กันแน่ครับ?"
คำถามทิ้งท้ายจากตอนที่แล้วยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ คณินปรายตามองหน้าวิศวกรหนุ่มรุ่นพี่ที่ยืนค้ำโต๊ะทำงานของเขาอยู่ ระยะห่างระหว่างเราตอนนี้ใกล้เสียจนเขารับรู้ได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของอีกฝ่าย แว่นตาไร้กรอบถูกดันขึ้นสันจมูกเล็กน้อยเพื่อปกปิดประกายตาไหววับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
"พูดจาให้มันระวังปากหน่อยครับคุณสถาปนิก" ภูดิศเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตพับแขนจนเห็นรอยสักจางๆ ที่ท่อนแขนขยับเข้าไปประชิดอีกก้าว จนคณินต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังสั่งทำพิเศษโดยอัตโนมัติ "ใต้คอนกรีตที่ว่า มันคือโครงสร้างหลักรับน้ำหนักตึกเจ็ดชั้นนะคุณ ถ้ามันมีอะไรซ่อนอยู่จริง ผมในฐานะวิศวกรคุมงาน คงเป็นคนแรกที่เอาหัวโขกเสาเข็มตายก่อนที่คุณจะมานั่งจับผิดผมด้วยซ้ำ"
"เหรอครับ?" คณินแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าคมคายเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่เกรงกลัว "งั้นก็อธิบายหน่อยสิครับว่าทำไมผลทดสอบความหนาแน่นของเนื้อคอนกรีตโซน B ถึงได้ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานเกือบสิบเปอร์เซ็นต์ ทั้งที่คุณเซ็นอนุมัติรับมอบงานไปเมื่อสัปดาห์ก่อน หรือว่าตาบอดสี หรือแค่ขี้เกียจลงไปตรวจหน้างานเพราะมัวแต่ไปสังสรรค์กับผู้รับเหมากันแน่"
บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่เดือดระอุขึ้นในพริบตาเดียว แววตาสนุกสนานขี้เล่นที่ภูดิศชอบใช้กลบเกลื่อนความเจ้าเล่ห์หายวับไปกับตา เหลือเพียงแววตาคมกปลาบดุดันตามสัญชาตญาณของวิศวกรสนามที่ถูกท้าทายศักดิ์ศรี
มือหนาเอื้อมลงมาทาบลงบนพนักเก้าอี้ทั้งสองข้างของคณิน เป็นการกักตัวสถาปนิกปากจัดให้อยู่ในอาณาเขตของเขาโดยสมบูรณ์ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นเหงื่อจากการทำงานลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนคณินเผลอกลั้นหายใจ
"ปากดีแบบนี้... น่าเอาปูนซีเมนต์หยอดใส่ปากจริงๆ นะครับคุณนิน" ภูดิศโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบข้างใบหู "คุณไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับหน้างานนั้น อย่าเอามาตรฐานสวยหรูในกระดาษมาวัดความจริงหน้างาน... ที่ตรงนั้นมันมีเรื่องที่คุณคาดไม่ถึงเยอะ"
"เรื่องไม่คาดไม่ถึงอะไรล่ะครับ?" คณินไม่ถอยหนี เขาสบตาคู่คมนั้นกลับอย่างดื้อรั้น แม้หัวใจจะเต้นรัวผิดจังหวะด้วยความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไป "เรื่องใต้โต๊ะ? หรือเรื่องผลประโยชน์มหาศาลที่ทำให้วิศวกรมือหนึ่งยอมละเลยความปลอดภัยของคนนับร้อยที่จะเข้ามาใช้ตึกนี้?"
คำพูดนั้นทำให้ภูดิศชะงักไปชั่ววินาที ประกายความเจ็บปวดบางอย่างพาดผ่านดวงตาคู่นั้นอย่างรวดเร็วกระsdดจนแทบจับไม่ทัน ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเยnชาที่น่ากลัว
"คุณคิดว่าผมเป็นคนแบบนั้นเหรอ?" เสียงของภูดิศแผ่วเบาลง แต่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล "ที่คุณคิดว่าผมมักง่าย ที่คุณคอยจิกกัดผมทุกคำในที่ประชุม ที่จริงแล้ว... คุณแค่มองผมเป็นตัวปัญหาตั้งแต่แรกโดยไม่เคยคิดจะมองเหตุผลเลยใช่ไหมครับ"
คณินเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกบางอย่างแปลบปลาบขึ้นมาในอกเมื่อเห็นแววตาตัดพ้อที่หลุดรอดออกมาจากชายหนุ่มผู้ที่ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น เขาไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกศักดิ์ศรีความเป็นวิศวกรของอีกฝ่าย แต่ความเครียดสะสมและความกดดันจากผู้บริหารระดับสูงมันบีบให้เขาต้องหาแพะรับบาป—และภูดิศก็คือเป้าหมายที่สมบูรณ์แบบที่สุด
"ถ้าคุณไม่ได้ทำ... แล้วเอกสารเบิกจ่ายงบประมาณเสริมโครงสร้างล็อตล่าสุดนี่คืออะไรล่ะครับ?" คณินยอมลดโทนเสียงลง น้ำเสียงที่เคยคมกริบเจือความลังเลเล็กน้อย นิ้วเรียวยื่นแฟ้มเอกสารอีกเล่มที่ซ่อนอยู่ใต้กองกระดาษให้ภูดิศดู "งบส่วนนี้ถูกโยกไปใช้กับบริษัทรับเหมาปริศนาที่ไม่มีแม้กระทั่งใบอนุญาต และคุณ... เป็นคนเซ็นชื่อเบิกเงินก้อนนี้เองด้วย"
ภูดิศก้มลงมองเอกสารในมือ แววตาที่เคยโกรธเกรี้ยวเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดทันที เขากวาดสายตาอ่านตัวเลขและลายเซ็นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่กรามคมจะขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน
"ไม่ใช่ผม" ภูดิศเงยหน้าขึ้นสบตาคณินอีกครั้ง น้ำเสียงหนักแน่นและจริงจังจนน่าเชื่อถือ "ลายเซ็นนี้ถูกปลอมแปลง... และผมเพิ่งรู้เรื่องนี้ก็ตอนนี้แหละ"
"คุณจะให้ผมเชื่อคำแก้ตัวของคนที่เพิ่งโดนจับได้คาหนังคาเขาเนี่ยนะ?" คณินเลิกคิ้วสูง แม้ในใจจะเริ่มคลายความสงสัยลงบ้างแล้วเมื่อเห็นท่าทีร้อนรนที่ไม่ได้เสแสร้งของอีกฝ่าย
"ถ้าไม่เชื่อ... คุณจะลองพิสูจน์ความจริงไปกับผมตอนนี้เลยไหมล่ะครับ" ภูดิศกระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าคมคายนั้นดูอันตรายและมีเสน่ห์เหลือเกินในยามวิกาล "ไหนๆ ก็ดึกดื่นค่อนคืนแล้ว เรามาออกไปลุยหน้างานจริงกันสักตั้ง... ดูซิว่าใครมันกล้าบังอาจเอาชื่อผมไปแอบอ้างบนความฉิบหายนี้"
คณินมองหน้าวิศวกรหนุ่มนิ่งนาน หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ความใกล้ชิดที่ยังไม่ยอมถอยห่างทำให้เขาลืมหายใจไปชั่วขณะ
"ไปก็ไปครับ... ผมอยากรู้นักว่าหนูตัวไหนมันกล้ามาเล่นตลกบนหลังคาตึกของผม" คณินตอบรับด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้ราบเรียบที่สุด
ภูดิศยิ้มกว้างขึ้นอย่างพอใจ เขายืดตัวตรง ยื่นมือหนาออกมาตรงหน้าสถาปนิกหนุ่ม "ดีมากครับคุณสถาปนิก... หวังว่าขาเรียวๆ คู่นั้นจะวิ่งทันวิศวกรอย่างผมนะเวลามีเรื่องตื่นเต้น"
คณินปัดมืออีกฝ่ายออกเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ "ห่วงตัวเองเถอะครับคุณวิศวกร... อย่าให้ผมต้องแบกคุณกลับมาออฟฟิศก็พอ"
ทั้งสองคนเดินเคียงคู่กันออกจากห้องทำงานมืดทึบ มุ่งหน้าสู่ลิฟต์ลงไปยังชั้นจอดรถเพื่อเดินทางไปยังไซต์งานก่อสร้างยามวิกาล โดยไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า... ความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยใต้แสงจันทร์คืนนี้ จะพลิกผันความสัมพันธ์ของพวกเขาไปตลอดกาล
และในวินาทีที่ประตูลิฟต์กำลังจะปิดลง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังสะท้อนก้องโถงทางเดินมืดสนิท...
ร่างของบุคคลปริศนาก้าวออกจากมุมมืด พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่สะท้อนกับแสงไฟฉุกเฉิน...
"จะรีบไปไหนกันเหรอครับ... คุณนิน, คุณภู? สนุกกันให้พอนะครับ... เพราะนี่คือค่ำคืนสุดท้ายที่พวกคุณจะได้ไขคดีนี้แล้ว"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความระทึกขวัญปนความฟินในค่ำคืนนี้นะครับ
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายพัง•ตอนที่ 5
สงครามยามดึก
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายพัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!