"เล่นละครรักหวานซึ้งกันพอหรือยังครับ... คุณสถาปนิก กับ คุณวิศวกร?"
เสียงปรบมือช้า ๆ สามครั้งดังขึ้นจากมุมมืดของห้องพักคนงานชั่วคราว กลิ่นอายความอึดอัดระคนเย้ยหยันลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นฝุ่นปูนและคราบสีทาบ้าน คณินสะดุ้งเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ ร่างเพรียวในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ทว่าข้อมือกลับถูกมือหนาของภูดิศคว้าเอาไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะส่งผ่านความอุ่นร้อนและความนิ่งสงบมาถึงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะของเขา
"ถ้าสาระแนเรื่องชาวบ้านเก่งนัก เอาเวลาไปตรวจความหนาของคานชั้นสี่ดีกว่ามั้งครับ... หัวหน้าคนงานห่วย ๆ อย่างคุณ"
ภูดิศสวนกลับทันควัน น้ำเสียงไม่ได้ตึงเครียดดังเช่นเคย แต่แฝงไว้ด้วยความเยียบเย็นที่ทำให้อีกฝ่ายหน้าชา วัยรุ่นฉกรรจ์ที่ยืนขวางประตูอยู่หุบยิ้มทันทีเมื่อเจอสายตาคมก్రిบของวิศวกรหนุ่มจอมกวนที่ตอนนี้สลัดคราบขี้เล่นทิ้งไปจนหมดสิ้น ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น ภูดิศก็ลากแขนคณินให้เดินเลี่ยงออกมาจากตรงนั้นทันที โดยไม่แม้แต่จะชายตามองคู่กรณีที่ทำได้แค่ฮึดฮัดขัดใจอยู่เบื้องหลัง
ประตูกระจกห้องทำงานชั่วคราวถูกผลักปิดและลงกลอนอย่างแน่นหนา ความเงียบสงบเข้ามาแทนที่เสียงจอแจด้านนอก มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเก่า ๆ ที่ส่งเสียงฮัมเบา ๆ ท่ามกลางแสงไฟสีส้มอมเหลืองจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์
คณินดึงข้อมือกลับทันทีเมื่อพ้นระยะสายตา น้ำเสียงของสถาปนิกหนุ่มตวัดห้วนด้วยความเคยชินเพื่อปกปิดความปั่นป่วนในอก "ปล่อยได้แล้วครับ ผมไม่ได้เป็นเด็กอนุบาลที่จะต้องจูงมือหนีปัญหา"
ภูดิศไม่ตอบโต้ เขาเพียงแต่ก้าวถอยหลังไปพิงขอบโต๊ะทำงาน ร่างสูงใหญ่ในชุดช่างลุยงานเต็มยศมีรอยเปื้อนฝุ่นและรอยถลอกสีแดงยาวที่ข้อศอก รวมถึงรอยช้ำจาง ๆ ที่มุมปากข้างขวา ซึ่งเกิดจากการตะลุมบอนกับพวกคนงานปากเสียเมื่อครู่ ดวงตาคมกริบมองสถาปนิกปากจัดนิ่ง ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นกุมขมับแล้วสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ด้วยความเจ็บ
คณินชะงัก สายตาคมกวาดมองสำรวจร่องรอยบาดแผลบนตัวอีกฝ่ายอย่างไม่ตั้งใจ ภายใต้ท่าทีปากดีและกวนประสาทตลอดเวลา ภูดิศมักจะแบกรับปัญหาทุกอย่างไว้คนเดียวเสมอโดยไม่เคยปริปากบ่นให้ใครฟัง ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกฝังกลบไว้ภายใต้ความเกลียดขี้หน้าและคำพูดเชือดเฉือนเริ่มสั่นคลอน
"นั่งลงครับ" คณินเอ่ยเสียงเรียบ แต่เด็ดขาด
ภูดิศเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองหน้าคนสั่งด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ฝืน ๆ "ห่วงผมเหรอครับคุณนิน นึกว่าจะสะใจซะอีกที่เห็นผมโดนหาเรื่อง"
"อย่าหลงตัวเองครับ วิศวกรสมองกลวง" คณินเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลสีขาวที่วางอยู่บนตู้เอกสาร เดินกลับมาหยุดตรงหน้าอีกฝ่าย "ผมแค่อยไม่อยากเห็นไซต์งานพังเพราะหัวหน้าวิศวกรหน้าตาปูดปอนจนทำงานไม่ได้ต่างหาก... นั่งลงสครับ อย่าให้ผมต้องพูดซ้ำ"
น้ำเสียงนั้นแม้จะยังเจือความกระด้าง แต่แววตากลับจริงจังจนภูดิศยอมหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานโดยดี
บรรยากาศในห้องแคบ ๆ กลับเงียบงันลงอย่างประหลาด เสียงเครื่องปรับอากาศดังชัดเจนขึ้น ความใกล้ชิดที่ไร้ซึ่งบทสนทนาโต้เถียงทำให้คณินรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่อันตรายยิ่งกว่าโครงสร้างตึกถล่ม สถาปนิกหนุ่มก้าวเข้าไปยืนชิด นั่งคุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อให้ระดับสายตาอยู่ในตำแหน่งที่ทำแผลได้สะดวก มือเรียวหยิบสำลีชุบแอลกอฮอล์ขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว
"เจ็บหน่อยนะครับ"
คำเตือนสั้น ๆ หลุดจากริมฝีปากบาง ก่อนที่สำลีชุ่มยาจะแตะลงบนรอยแผลที่มุมปากของภูดิศ
วิศวกรหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบไม่ได้มองไปทางอื่น ทว่ากลับจดจ้องมองใบหน้าด้านข้างของคณินอย่างไม่วางตา แสงไฟสีส้มสาดส่องกระทบแพขนตางอนและสันจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากที่ปกติมักจะพ่นคำพูดเผ็ดร้อนใส่เขาเวลานี้เม้มเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความตั้งใจ ความนิ่งเงียบและอ่อนโยนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เกราะป้องกันอันแข็งกระด้าง ทำให้ภูดิศรู้สึกเหมือนหัวใจถูกกระชากอย่างแรง
มันไม่ใช่ความรู้สึกชั่ววูบ แต่มันคือความลึกซึ้งที่ค่อย ๆ กัดเซาะกำแพงในใจของเขาทีละน้อย
"มองอะไรครับ? หน้าผมมีรอยเปื้อนซีเมนต์หรือไง" คณินถามขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง แต่เสียงที่เอ่ยออกไปกลับเบากว่าปกติ ราวกับเกรงว่าความเงียบจะถูกทำลายด้วยเสียงที่ดังเกินไป
"เปล่าครับ..." ภูดิศตอบเสียงแหบพร่า สายตายังคงไล่ระดับจากดวงตาสีเข้มลงมาที่ริมฝีปากของอีกฝ่าย "แค่กำลังคิดว่า... เวลาที่คุณนินไม่ปากจัดใส่ผมนี่ คุณก็น่ารักใช้ได้เลยนะครับ"
คณินชะงักมือที่กำลังใช้ผ้าก๊อซปิดแผล ปลายเลิ่กลั่กเล็กน้อยก่อนจะตวัดสายตาดุ ๆ กลับไปมอง "ปากเสียแบบนี้ แสดงว่าแผลยังไม่หายดีสินะครับ อยากให้ผมเอาเบตาดีนราดซ้ำอีกรอบไหม?"
ภูดิศหัวเราะในลำคอเบา ๆ ความเจ็บที่มุมปากแล่นแปล๊บขึ้นมาแต่เจ้าตัวกลับไม่สนใจ มือหนาเอื้อมออกไปโดยสัญชาตญาณ ปลายเกือบจะสัมผัสกับแก้มเนียนของสถาปนิกหนุ่มอยู่แล้ว หากแต่คณินเบี่ยงหน้าหลบได้ทันอย่างหวุดหวิด ทว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่กลับเหลือเพียงแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่เป็นส่ำ
ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งงัน
ไม่มีคำพูดใด ๆ หลุดออกมาจากปากของทั้งคู่ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เกินเลยกว่าคำว่า "คู่กัด" ไปไกลโข ภูดิศมองลึกลงไปในดวงตาของคณิน พยายามค้นหาคำตอบบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านตานั้น ขณะที่คณินเองก็รับรู้ได้ถึงความจริงจังที่สั่นไหวอยู่ภายในแววตาของวิศวกรหนุ่มจอมกวนคนนี้
มือหนาของภูดิศเปลี่ยนเป้าหมาย เลื่อนลงมาสัมผัสกับข้อมือบางที่ถืออุปกรณ์ทำแผลอยู่ สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้คณินเผลอกลั้นหายใจ สมองสั่งการให้ถอยหนี แต่ร่างกายกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้กับที่
"นิน..."
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีร่องรอยของการหยอกล้อ มีเพียงความเว้าวอนและความจริงจังที่หนักหน่วงจนน่ากลัว
คณินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก เขากำลังจะเอ่ยปากไล่ให้อีกฝ่ายถอยออกไปเพื่อรักษาช่องว่างของความสัมพันธ์ที่กำลังจะพังทลาย หากแต่เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวกลับแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในเสี้ยววินาที
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"คุณคณินครับ! อยู่ข้างในหรือเปล่าครับ? แย่แล้วครับ! แบบโครงสร้างหลักของโซน B มีปัญหาใหญ่ ผู้บริหารระดับสูงกำลังจะมาตรวจไซต์งานด่วนตอนนี้เลยครับ!"
เสียงตะโกนร้อนรนของโฟร์แมนหนุ่มหน้าตาตื่นดังทะลุประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูที่พยายามจะเปิดเข้ามาจากด้านนอก
คณินสะดุ้งสุดตัวราวกับเพิ่งตื่นจากภวังค์ สติสัมปชัญญะกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว เขารีบผละตัวออกจากอ้อมกอดและระยะประชิดของภูดิศทันที ใบหน้าขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดด้วยความกระอักกระอ่วนใจ
ภูดิศถอนหายใจยาวด้วยความหัวเสีย นัยน์ตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิดที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญ วิศวกรหนุ่มเสยผมลวก ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
คณินสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติ ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งเยือกเย็นดังเดิม แม้ว่าหัวใจข้างในจะยังเต้นแรงไม่เป็นจังหวะก็ตาม เขากวาดสายตามองหน้าภูดิศแวบหนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
"ไปทำงานของคุณเถอะครับ... คุณวิศวกร"
สถาปนิกหนุ่มหันหลังเตรียมจะเดินไปเปิดประตู แต่ยังไม่ทันที่มือจะแตะถึงลูกบิด ประตูไม้บานเก่าก็ถูกกระชากเปิดผางออกอย่างแรงจากด้านนอก พร้อมกับร่างสูงสง่าของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี๊ยบเฉียบที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาดุคมกริบกวาดมองสภาพในห้องทำงานชั่วคราวที่มีทั้งคณินและภูดิศยืนอยู่ด้วยกัน
คณินเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครคือผู้มาเยือน
"สวัสดีครับคุณพ่อ..."
เสียงทุ้มของภูดิศเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุดในพริบตาเดียว
---
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาส่งกำลังใจให้อีตาภูและคุณนินเสมอนะครับ!
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายพัง•ตอนที่ 7
แผลเป็นในใจ
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายพัง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!